แวร์เดอร์ เบรเมน vs บาเยิร์น มิวนิค ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การนำของ แว็งซ็องต์ กอมปานี ยังคงรักษามาตรฐานจ่าฝูงได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเกมรุกที่จัดจ้านที่สุดในลีก เฉลี่ยยิงนัดละ 3 ประตู ขณะที่เจ้าบ้าน “นกนางนวล” เบรเมน กำลังวิกฤตหนักรั้งอันดับ 16 ของตารางและเพิ่งแพ้มาในนัดล่าสุด สถิติการเจอกันช่วงหลังเป็นบาเยิร์นที่ผูกปีชนะมาตลอด โดยเฉพาะ 3 นัดหลังสุดยิงขาดทุกนัดรวมถึงการบุกมาถล่มถึงที่นี่ 5-0 เมื่อซีซั่นก่อน แม้เรตราคาจะตั้งไว้สูงถึง 1.5 แต่ด้วยความห่างชั้นของขุมกำลังและฟอร์มการเล่นที่เบรเมนเสียประตูง่ายยามเจอทีมใหญ่ คาดว่าบาเยิร์นจะเดินหน้าพับสนามบุกและเอาชนะไปได้อย่างน้อย 2 ประตูเพื่อรักษาช่องว่างคะแนนทิ้งห่างดอร์ทมุนด์ต่อไป
เลือกเล่น : ต่อ บาเยิร์น มิวนิค 1.5
อินเตอร์ มิลาน vs ยูเวนตุส ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
ศึก “ดาร์บี้ อิตาเลีย” ครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อการลุ้นแชมป์ โดยอินเตอร์ มิลาน จ่าฝูงที่กำลังท็อปฟอร์มชนะรวดมา 5 นัดในทุกรายการ จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของยูเวนตุสอันดับ 4 ที่ต้องการลดช่องว่าง 10 คะแนน สถิติการเจอกันนัดล่าสุดที่เสมอกัน 4-4 สะท้อนให้เห็นว่ายามคู่นี้เจอกันเกมรับมักจะเปิดช่องโหว่ให้แลกกันสนุก แม้ยูเว่ของสปัลเล็ตติจะพยายามเน้นวินัยแต่ช่วงหลังพวกเขาก็เสียประตูง่ายขึ้นอย่างในเกมเสมอลาซิโอ 2-2 ขณะที่อินเตอร์มีเกมรุกที่ดุดันที่สุดในลีกนำโดย เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เรตสกอร์สูง 2.5 ถือว่าน่าลุ้นมากเมื่อเทียบกับแรงจูงใจที่ทั้งสองทีมต้องชนะเพื่อเป้าหมายของตนเอง คาดว่าประตูแรกมาไวเกมเปิดแลกกันยับแน่นอน
เลือกเล่น : สูง 2.5
เรอัล มาดริด vs เรอัล โซเซียดาด ( ลาลีกา สเปน )
“ราชันชุดขาว” กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดหลังคว้าชัยในลีกมา 8 นัดติดต่อกันและไล่จี้บาร์เซโลนาเหลือเพียงแต้มเดียว แม้จะมีข่าวร้ายเรื่องอาการบาดเจ็บของ เอ็มบัปเป้ แต่การได้ วินิซิอุส จูเนียร์ กลับมาประจำการแนวรุกทำให้ความอันตรายไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ทางด้านโซเซียดาดแม้จะผลงานดีชนะ 4 จาก 5 นัดหลังแต่สถิติยามมาเยือน ซานติอาโก เบอร์นาเบว มักจะต้านทานความเคี่ยวของเจ้าถิ่นไม่อยู่และมักจะเสียประตูในช่วงท้ายเกมจากความเหนื่อยล้า สถิติ 4 นัดหลังสุดที่เจอกันเป็นมาดริดที่กวาดชัยเรียบและยิงขาดถึง 3 นัด เรตราคา 1.5 อาจดูแพงแต่ด้วยความสม่ำเสมอในบ้านและการลุ้นทวงจ่าฝูง เชื่อว่ามาดริดจะบดเอาชนะไปได้ตามเป้า
เลือกเล่น : ต่อ เรอัล มาดริด 1.5
— กุนซือไร้เงา —
เลเวอร์คูเซ่น พบกับ ซังค์ เพาลี (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ฟอร์มช่วงหลังร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร ความมั่นใจกำลังมาเต็ม เกมรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้เฉียบคม ขณะที่เกมรับเล่นกันได้รัดกุมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้าน ซังค์ เพาลี ผลงานยังไม่คงเส้นคงวา 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 เกมรุกยังขาดความเฉียบคมในการเข้าทำ ส่วนแนวรับมีข้อผิดพลาดให้เห็นเป็นระยะ ฟันธง เลเวอร์คูเซ่น ศักยภาพและฟอร์มเหนือกว่า มีลุ้นเก็บชัยต่อเนื่องได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 1
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-0
โคโม่ พบกับ ฟิออเรนติน่า (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
โคโม่ 1907 ฟอร์มช่วงหลังยอดเยี่ยม 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ใครเลย ความมั่นใจกำลังมาเต็ม เกมรุกเล่นได้ไหลลื่นและสร้างโอกาสจบสกอร์ได้ต่อเนื่อง เกมรับก็มีความเหนียวแน่นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้าน ฟิออเรนติน่า ผลงานยังไม่น่าประทับใจ 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 3 ฟอร์มขาดความสม่ำเสมอ เกมรุกยังไม่เฉียบคมเท่าที่ควร ส่วนแนวรับมีข้อผิดพลาดให้เห็นเป็นระยะ ฟันธง โคโม่ ฟอร์มกำลังมั่นใจ มีโอกาสเปิดบ้านเก็บผลการแข่งขันที่ดีได้ตามเป้า
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-1
ปารีส เอฟซี พบกับ ล็องส์ (ลีกเอิง ฝรั่งเศส)
ปารีส เอฟซี ฟอร์มช่วงหลังยังไม่สู้ดี 5 นัดหลังสุด เสมอ 3 แพ้ 1 ชนะ 1 และไม่ชนะใครมาแล้ว 4 นัดติดต่อกัน สะท้อนถึงปัญหาเรื่องความเฉียบคมในเกมรุกที่จบสกอร์ไม่ขาด ขณะที่เกมรับแม้จะไม่เสียประตูมาก แต่ยังมีจังหวะหลุดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ด้าน ล็องส์ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 และ 3 นัดหลังสุดเก็บชัยรวด เกมรุกกำลังเข้าฝัก สร้างโอกาสได้หลากหลายและจบสกอร์ได้เด็ดขาด ขณะที่แนวรับก็เล่นกันอย่างมีวินัยมากขึ้น ฟันธง ล็องส์ ฟอร์มกำลังแรงและมีความเฉียบคมมากกว่า มีโอกาสบุกไปเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่อง
แนะนำ: ต่อ ล็องส์ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1
“KickVision”
สถานการณ์หนีตายของ ลีดส์ ยูไนเต็ด เริ่มมีความหวังมากขึ้นหลังจากโชว์สปิริตสู้ตายไล่ตีเสมอเชลซี 2-2 ได้สำเร็จ ประกอบกับผลการแข่งขันของทีมในโซนล่างที่เป็นใจ ทั้งการที่เวสต์แฮมทำได้เพียงเสมอแมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้ช่องว่างจากโซนอันตรายยังคงอยู่ที่ 6 คะแนน ส่งผลให้บริษัทรับพนันถูกกฎหมายต้องรีบปรับราคาต่อรองการตกชั้นใหม่ โดยมองว่าทัพ “ยูงทอง” ภายใต้การนำของ ดาเนียล ฟาร์เค่ มีโอกาสรอดตัวสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ความระส่ำระสายของทีมคู่แข่งกลายเป็นปัจจัยบวกสำคัญของลีดส์ เมื่อสองทีมในโซนล่างตัดสินใจปลดผู้จัดการทีมในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้ง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่สั่งเด้ง โธมัส แฟรงค์ หลังพ่ายนิวคาสเซิล และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่แยกทางกับ ฌอน ไดช์ หลังทำได้เพียงเสมอทีมบ๊วย ซึ่งความวุ่นวายจากการเปลี่ยนแปลงภายในของคู่แข่งนี้ ช่วยให้ลีดส์ที่รั้งอันดับ 15 ของตารางอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบด้านความมั่นคงและคะแนนสะสมที่นำหน้าคู่แข่งสายตรงอยู่ 1-3 แต้ม
จากการจัดอันดับตารางคะแนนคาดการณ์ล่าสุดโดยอิงจากราคาต่อรอง แชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้ยังคงเป็นการขับเคี่ยวระหว่าง อาร์เซนอล (เต็งหนึ่ง) และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่ในกลุ่มลุ้นตั๋วยุโรป แอสตัน วิลล่า และ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีภาษีดีกว่าเชลซีและลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มหนีตกชั้นนั้น ลีดส์ ยูไนเต็ด ถูกมองว่ามีสถานการณ์ที่ปลอดภัยกว่าทั้งสเปอร์สและฟอเรสต์ เนื่องจากขุมกำลังที่มีความสามัคคีและฟอร์มการเล่นที่เริ่มเหนียวแน่นขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด กุมความได้เปรียบในสงครามประสาทครั้งนี้ได้ดีเยี่ยม การที่คู่แข่งรายรอบพากันเปลี่ยนโค้ชในช่วง 12 นัดสุดท้ายมักจะนำมาซึ่งความไม่แน่นอน หากลีดส์สามารถรักษามาตรฐานและเก็บแต้มจากทีมในระดับเดียวกันได้ต่อเนื่อง พวกเขาจะรอดพ้นจากการตกชั้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ทิ้งให้ทีมยักษ์ใหญ่อย่างสเปอร์สและทีมจอมทุ่มอย่างฟอเรสต์ต้องไปลุ้นระทึกกันเองในโซนสีแดง
กระแสข่าวลือการย้ายทีมของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ดาวยิงเครื่องจักรสังหารของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาโหมพัดแรงอีกครั้งในช่วงต้นปี 2026 เมื่อสื่อสเปนระบุว่ากองหน้านอร์เวย์เริ่มแสดงความสนใจที่จะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ที่ เรอัล มาดริด แต่มีการตั้งเงื่อนไขสำคัญว่าทัพ “ราชันชุดขาว” จะต้องแต่งตั้ง เจอร์เกน คล็อปป์ อดีตกุนซือลิเวอร์พูลเข้ามากุมบังเหียนเท่านั้น โดยฮาแลนด์เชื่อว่าสไตล์การทำทีมของคล็อปป์จะช่วยยกระดับการเล่นของเขาให้ไปถึงจุดสูงสุดในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด มองว่าฮาแลนด์คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเป็น “ผู้กอบกู้” และสร้างยุคกาลาคติกอส 2.0 ร่วมกับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ เพื่อทวงความยิ่งใหญ่ในเวทียุโรป โดยมีรายงานว่ามาดริดพร้อมพิจารณาข้อเสนอขาย วินิซิอุส จูเนียร์ ให้กับทีมในซาอุดี โปรลีก เพื่อระดมทุนมหาศาลกว่า 150-200 ล้านยูโรมาเป็นค่าตัวของฮาแลนด์ แม้ว่ากองหน้ารายนี้จะเพิ่งขยายสัญญากับเรือใบสีฟ้าไปจนถึงปี 2034 แต่เชื่อกันว่ามีเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาที่สามารถเปิดช่องให้ย้ายทีมได้
ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยังคงพยายามอย่างหนักที่จะรั้งตัวดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีมไว้ให้นานที่สุด เนื่องจากฮาแลนด์โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมยิงทะลุ 150 ประตูไปแล้วนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้นหากกวาร์ดิโอลาตัดสินใจอำลาตำแหน่งหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้ฮาแลนด์ตัดสินใจย้ายออกไปหาความสำเร็จในลาลีกา สเปน ตามที่ใจปรารถนามาโดยตลอด
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้นจริงสูงมากในช่วงซัมเมอร์ 2026 หากเงื่อนไขด้านกุนซือและงบประมาณลงตัว เพราะทั้งตัวนักเตะและสโมสรเรอัล มาดริด ต่างมีความปรารถนาที่ตรงกันมานานแล้ว การได้ฮาแลนด์มาประสานงานกับเอ็มบัปเป้ไม่เพียงแต่จะสร้างแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดในโลก แต่ยังเป็นการประกาศศักดาของเรอัล มาดริด ในฐานะมหาอำนาจลูกหนังโลกที่ไร้คู่ต่อสู้ในตลาดซื้อขายนักเตะ
บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ดาโยต์ อูพาเมกาโน่ ปราการหลังตัวเก่งทีมชาติฝรั่งเศส ได้สะบัดหมึกเซ็นสัญญาฉบับใหม่ระยะยาวที่จะทำให้เขาค้าแข้งในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า ไปจนถึงปี 2030 โดย แยน-คริสเตียน เดรสเซน ซีอีโอของสโมสร ยกย่องว่าอูพาเมกาโน่ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นกองหน้าระดับโลก และการตัดสินใจอยู่ต่อครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและทิศทางกีฬาที่แข็งแกร่งของทัพ “เสือใต้” กองหลังวัย 27 ปีรายนี้ย้ายจาก แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทีมเมื่อปี 2021 และกลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับมาอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าตัวเปิดเผยด้วยความตื่นเต้นว่ามีความสุขอย่างยิ่งที่ได้เล่นให้กับทีมที่มีจิตใจนักสู้และมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน ภายใต้การคุมทีมของกุนซือที่ยอดเยี่ยม พร้อมยืนยันว่าจะทุ่มเททุกอย่างทั้งในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน เพื่อเป้าหมายในการรักษาคลีนชีตและกวาดแชมป์มาสู่สโมสรให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นับตั้งแต่ย้ายมาสวมยูนิฟอร์มสีแดง อูพาเมกาโน่ลงสนามรับใช้ทีมไปแล้วถึง 180 นัด ทำได้ 6 ประตู และ 11 แอสซิสต์ พร้อมคว้าแชมป์บุนเดสลีกามาครองได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน สัญญาฉบับใหม่นี้ไม่เพียงแต่เป็นการการันตีความมั่นคงในแนวรับของทีมไปอีกหลายปี แต่ยังเป็นการสยบข่าวลือกับสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปที่เคยแสดงความสนใจในตัวเขาในช่วงที่สัญญาฉบับเดิมกำลังจะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย
ทรรศนะโดยรวมมองว่าการผูกมัดอูพาเมกาโน่ไว้จนถึงปี 2030 คือก้าวสำคัญในการวางรากฐานเพื่ออนาคตของบาเยิร์น เพราะเขาคือกองหลังที่มีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม ซึ่งหาได้ยากในตลาดนักเตะปัจจุบัน การรักษานักเตะระดับท็อปไว้กับทีมได้นานขนาดนี้ จะช่วยให้สโมสรมีความสม่ำเสมอในแดนหลังและเป็นปัจจัยสำคัญในการทวงคืนความยิ่งใหญ่ทั้งในฟุตบอลลีกและเวทียุโรป
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ vs ไมนซ์ 05 ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
“เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดหลังคว้าชัยในลีกมา 5 นัดรวดและรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะเกมรุกที่ดุดัน นำโดย แซร์อู กีราสซี่ และ ยูเลี่ยน บรันด์ท ที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัว ส่วนฝั่งทีมเยือน ไมนซ์ 05 แม้จะพยายามดิ้นรนหนีตายและมีทรงบอลที่เหนียวแน่นขึ้นภายใต้การคุมทีมของ อูร์ส ฟิสเชอร์ แต่สถิติยามออกนอกบ้านยังเป็นจุดอ่อนสำคัญและมักจะต้านทานความหลากหลายของทีมใหญ่ไม่อยู่ สถิติชี้ชัดว่าดอร์ทมุนด์ยิงอย่างน้อย 2 ประตูติดต่อกันมาหลายนัด และเกมในบ้านของพวกเขาก็ถือเป็นป้อมปราการที่ยากจะเจาะ เรตราคา 1 ลูกถือว่าไม่แพงเลยสำหรับเจ้าถิ่นที่เกรดบอลเหนือกว่าชัดเจน คาดว่าดอร์ทมุนด์จะบดเอาชนะไปได้อย่างน้อยหนึ่งเม็ดกินทุนและรอลุ้นลูกที่สองกินเต็มได้แน่นอน
เลือกเล่น : ต่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1
โวเลนดัม vs พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ( ฮอลแลนด์ พรีเมียร์ )
เป็นการเจอกันของทีมท้ายตารางกับจ่าฝูงที่มาตรฐานห่างกันคนละชั้น โดย พีเอสวี ของปีเตอร์ บอสซ์ โชว์ฟอร์มดุชนะรวดนอกบ้าน 11 นัดติดต่อกันในฤดูกาลนี้และมีเกมรุกที่เฉียบขาดที่สุดในลีก ขณะที่ โวเลนดัม แม้จะเพิ่งปลดล็อกชนะมาในนัดล่าสุดแต่ปัญหาแนวรับยังแก้ไม่ตก โดยเฉพาะเวลาเจอทีมระดับท็อปมักจะโดนถล่มประตูเป็นว่าเล่น สถิติการเจอกัน 5 ครั้งหลังสุด พีเอสวี กวาดชัยเรียบวุธและยิงขาดแทบทุกนัด รวมถึงนัดล่าสุดที่บุกมาถล่มถึงสนามแห่งนี้ 5-1 เรตราคา 2 ลูกอาจจะดูสูงแต่ด้วยประสิทธิภาพการทำประตูของทีมเยือนที่เน้นทุกจังหวะเพื่อทิ้งห่างในตารางคะแนน เชื่อว่าเม็ดหนึ่งเม็ดสองมาไวแน่นอนและมีโอกาสไหลไปถึงเม็ดสามได้ไม่ยา
เลือกเล่น : ต่อ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 2
อัล ฮิลาล vs อัล อิตติฟาค ( ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก )
บิ๊กแมตช์ลีกซาอุฯ คู่นี้รับประกันความมันสะใจแฟนบอล เพราะ อัล ฮิลาล จ่าฝูงไร้พ่ายมีเกมบุกที่โหดเหี้ยมที่สุดในลีก นำโดย คาริม เบนเซม่า ที่เพิ่งซัดแฮตทริกมาในนัดล่าสุด ผสมโรงกับเหล่าสตาร์ดังที่พร้อมส่องประตูทุกนาที ทางด้าน อัล อิตติฟาค ของกุนซือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด แม้จะเน้นวินัยเกมรับแต่ช่วงหลังพวกเขาก็เริ่มหันมาเล่นเกมรุกโต้กลับได้น่ากลัวและทำประตูได้ต่อเนื่อง 3 จาก 4 นัดหลังสุด สถิติยามคู่นี้เจอกันมักจะมีประตูเกิดขึ้นมากมาย โดยนัดล่าสุด อัล ฮิลาล ถล่มไปถึง 5-0 สะท้อนให้เห็นว่าเกมรับทีมเยือนมักจะเปื่อยยามเจอแรงกดดันมหาศาล เรตราคา 2.25 ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับศักยภาพแนวรุกของทั้งสองทีม คาดว่าสกอร์จะไหลทะลุเรตไปได้อย่างง่ายดาย
เลือกเล่น : สูง 2.25
— กุนซือไร้เงา —
ปิซ่า พบกับ เอซี มิลาน (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
ปิซ่า ฟอร์มโดยรวม 5 นัดหลังสุด เสมอ 3 แพ้ 2 และยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย นัดล่าสุดทำได้เพียงเสมอ สะท้อนถึงความเด็ดขาดในจังหวะจบสกอร์ เกมรับยังมีจังหวะเสียสมาธิจนเสียประตูง่าย ทำให้ภาพรวมความมั่นใจของทีมยังไม่กลับมาเต็มที่ ด้าน เอซี มิลาน ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 และยังไม่แพ้ใคร เกมล่าสุดเก็บชัยชนะมาได้ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ เกมรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้คมกว่า เกมรับมีความเหนียวแน่นและมีวินัย ฟันธง เอซี มิลาน ไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ เอซี มิลาน 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2 หรือ 1-3
แรนส์ พบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ลีกเอิง ฝรั่งเศส)
แรนส์ ฟอร์มโดยรวม 5 นัดหลังสุด เสมอ 1 แพ้ 4 และเป็นการแพ้ติดต่อกันมา 4 นัดหลังสุด ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย สะท้อนถึงความมั่นใจของทีม เกมรุกขาดความเฉียบคม เกมรับมีข้อผิดพลาดให้เห็นบ่อยครั้งจนเสียประตูง่าย ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 และสองเกมล่าสุดเก็บชัยชนะได้รวด ฟอร์มกำลังกลับมาเข้าที่ เกมรุกสร้างโอกาสได้ต่อเนื่องและจบสกอร์ได้เด็ดขาด เกมรับก็มีความรัดกุมมากขึ้น ฟันธง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง บุกไปคุมจังหวะเกมและเก็บสามแต้มได้ตามเป้า
แนะนำ: ต่อ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2
ซานตาคลาร่า พบกับ เบนฟิก้า (โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก)
ซานตาคลาร่า ผลงานโดยรวม 5 นัดหลังสุด เสมอ 1 แพ้ 4 และเป็นการแพ้ติดต่อกันถึง 4 นัดหลังสุด ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ฟอร์มโดยรวมน่าเป็นห่วง เกมรุกขาดความเฉียบคมและสร้างโอกาสได้น้อย เกมรับมีจังหวะผิดพลาดบ่อยครั้งจนเสียประตูง่าย ด้าน เบนฟิก้า ผลงาน 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 และเกมล่าสุดเพิ่งเก็บชัยชนะมาได้ ฟอร์มโดยรวมยังอยู่ในมาตรฐานที่แข็งแกร่ง เกมรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้เด็ดขาด อีกทั้งเกมรับมีความรัดกุมและเสียประตูยากก ฟันธง เบนฟิก้า น่าจะบุกไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้ตามเป้า
แนะนำ: ต่อ เบนฟิก้า 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2 หรือ 1-3
“KickVision”
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อไล่ล่าแต้มบีบช่องว่างจ่าฝูงและรักษาตำแหน่งรองจ่าฝูงไว้อย่างเหนียวแน่น ขณะที่ ไมนซ์ 05 แม้ช่วงหลังจะเริ่มมีฮึดทำแต้มหนีโซนอันตรายได้บ้างด้วยการชนะรวดใน 2 นัดล่าสุด แต่โดยรวมมาตรฐานยังเป็นรองและมีจุดอ่อนยามเจอกับทีมบิ๊กเซิกซ์ที่มักจะต้านทานความหลากหลายไม่อยู่ สถิติชี้ชัดว่ายามคู่นี้เจอกันที่ ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ดอร์ทมุนด์มักจะเป็นฝ่ายครองเกมได้เบ็ดเสร็จ แม้ไมนซ์จะพยายามใช้เกมรับที่รัดกุมเข้าสู้ แต่ด้วยคุณภาพผู้เล่นและบรรยากาศกองเชียร์ในบ้านที่กดดันอย่างหนัก การจะหยุดยั้งเกมรุกของเจ้าถิ่นตลอด 90 นาทีจึงเป็นงานที่ยากลำบากเกินกำลังทีมเยือนแน่นอน
เจ้าบ้าน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ นิโก้ โควัช กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง ล่าสุดเพิ่งไล่อัดเบรเมนมาได้และรั้งอันดับ 2 ของตาราง ขุมกำลังชุดนี้ปึกแผ่นทุกลำดับชั้น นำโดยจอมทัพอย่าง ยูเลี่ยน บรันด์ท ที่คุมจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ผสานงานกับแนวรุกความเร็วสูงอย่าง คาริม อเดเยมี และกองหน้าตัวเป้าจอมถล่มประตูอย่าง แซร์อู กีราสซี่ ด้วยระบบการเล่นที่เน้นการครองบอลและเข้าทำที่รวดเร็ว พวกเขาพร้อมจะเดินหน้าฆ่ามันเพื่อเก็บ 3 แต้มสำคัญและรักษาสถิติไร้พ่ายในบ้านฤดูกาลนี้ต่อไป
ฝั่งทีมเยือน ไมนซ์ 05 ของกุนซือ โบ เฮนริคเซน เริ่มมีความหวังในการหนีตกชั้นหลังปลดล็อกชนะเอาก์สบวร์ก 2-0 และบุกไปเซอร์ไพรส์ชนะไลป์ซิกมาได้ ทำให้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 14 แผงรุกมีตัวอันตรายอย่าง นาดีม อามิรี่ ที่ฟอร์มกำลังสดซัดประตูต่อเนื่อง ผสมโรงกับ อี แจ-ซอง ที่คอยปั่นป่วนแดนกลาง อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือสถิติการเจอทีมระดับท็อปที่มักจะโดนเจาะตาข่ายได้ง่ายในช่วงท้ายเกม และการขาดหายไปของแกนหลักบางรายจากอาการบาดเจ็บอาจทำให้การหมุนเวียนนักเตะทำได้ไม่เต็มที่นัก
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและความสม่ำเสมอของดอร์ทมุนด์ที่เป็นต่ออยู่หลายขุม แม้ไมนซ์จะเริ่มมีทรงบอลที่ดีขึ้นและพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมแต่ยังวัดผลกับทีมลุ้นแชมป์ในบ้านได้ยาก เรตราคาที่เปิดมา ต่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะเจ้าถิ่นมีสถิติการทำประตูในบ้านที่เฉลี่ย 2-3 ลูกต่อเกม ขณะที่ทีมเยือนมักจะเสียประตูง่ายยามโดนบดหนักๆ เชื่อว่า 1 เม็ดเพื่อกินทุนมีแน่ และมีโอกาสสูงที่จะยิงขาดเพื่อกินเต็มถังในค่ำคืนนี้
เลือกเล่น : ต่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1
— กุนซือไร้เงา —
เรอัล มาดริด ต้องเผชิญกับข่าวร้ายเมื่อ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงตัวเก่งส่อแววพลาดลงสนามในเกมลาลีกาที่จะพบกับ เรอัล โซเซียดาด สุดสัปดาห์นี้ หลังมีอาการปวดบริเวณหัวเข่าซ้ายจนไม่ได้ลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยทำได้เพียงแยกไปฝึกซ้อมในโรงยิมเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งอาการบาดเจ็บนี้เป็นจุดเดิมที่เคยทำให้เขาต้องพักแข้งไปในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา การขาดหายไปของเอ็มบัปเป้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของทัพ “ราชันชุดขาว” เนื่องจากเจ้าตัวกำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงสุดขีดด้วยการซัดไปแล้วถึง 38 ประตู จากการลงเล่น 31 นัดในฤดูกาลนี้ นอกจากนี้ทีมของกุนซือ อัลวาโร อาร์เบโลอา ยังต้องปวดหัวกับการจัดทัพ เมื่อสตาร์ดังรายอื่นอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม และ เอแดร์ มิลิเตา ยังคงพักรักษาตัว ส่วน โรดริโก้ โกเอส ก็ยังต้องลุ้นเช็กฟิตจนนาทีสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ทีมยังพอมีข่าวดีอยู่บ้างเมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกตัวจี๊ดชาวบราซิลจะกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้งหลังจากพ้นโทษแบนสะสมใบเหลือง ซึ่งเขาจะต้องแบกภาระในเกมรุกร่วมกับดาวรุ่งอย่าง กอนซาโล การ์เซีย หากเอ็มบัปเป้ไม่สามารถลงเล่นได้จริง โดยเป้าหมายหลักของมาดริดคือการเก็บ 3 แต้มเพื่อกดดันบาร์เซโลนาในการแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงลาลีกาที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น
ทรรศนะโดยรวมมองว่า การที่ทีมแพทย์เลือกให้เอ็มบัปเป้ซ้อมในโรงยิมอาจเป็นการป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เจ็บซ้ำหนัก เนื่องจากมีโปรแกรมสำคัญในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รออยู่ในสัปดาห์หน้า แต่การขาดอาวุธหนักที่การันตีประตูเกือบทุกนัดย่อมทำให้เกมกับโซเซียดาดกลายเป็นงานที่ยากขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งผลการตรวจประเมินครั้งสุดท้ายในวันศุกร์นี้จะเป็นคำตอบว่าแฟนบอลจะได้เห็นซูเปอร์สตาร์ชาวฝรั่งเศสลงวาดลวดลายในสนามหรือไม่
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ประกาศปลด ฌอน ไดช์ ออกจากตำแหน่งกุนซืออย่างเป็นทางการเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 หลังคุมทีมได้เพียง 114 วัน โดยฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นจากเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันพุธที่ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมบ๊วยของตาราง 0-0 ส่งผลให้สถานการณ์ของทัพ “เจ้าป่า” วิกฤตหนัก รั้งอันดับ 17 ของตารางและมีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียง 3 คะแนนเท่านั้น ทำให้ เอวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของสโมสรตัดสินใจสั่งเด้งทันทีเพื่อกอบกู้สถานการณ์หนีตายใน 12 นัดสุดท้าย การอำลาทีมของไดช์ในครั้งนี้ทำให้เขาเป็นกุนซือรายที่ 3 ของสโมสรที่ถูกปลดในฤดูกาล 2025/26 ต่อจาก นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ และ แอนจ์ ปอสเตโคกลู ซึ่งหากสโมสรแต่งตั้งเฮดโค้ชถาวรคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่ต่อ จะส่งผลให้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่มีผู้จัดการทีมถาวรถึง 4 คนภายในฤดูกาลเดียว โดยสโมสรได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณไดช์และทีมงานสำหรับความทุ่มเทตลอดช่วงเวลาสั้นๆ ที่ ซิตี้ กราวนด์ และยืนยันว่าจะไม่มีการให้ความเห็นเพิ่มเติมในขณะนี้
แม้ไดช์จะสามารถพาทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ศึก ยูโรปา ลีก และมีโปรแกรมพบกับ เฟเนร์บาห์เช ในสัปดาห์หน้า แต่ผลงานในลีกที่เก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัดนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี 2026 และฟอร์มการเล่นที่ขาดประสิทธิภาพในเกมรุก โดยเฉพาะการยิงประตูไม่ได้ในนัดล่าสุดทั้งที่มีโอกาสส่องเป้าถึง 35 ครั้ง กลายเป็นเหตุผลหลักที่บอร์ดบริหารมองว่าทีมกำลังเข้าสู่ช่วงขาลงและจำเป็นต้องเปลี่ยนการนำทัพทันที ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ในการดิ้นรนอยู่รอดบนลีกสูงสุด
สำหรับตัวเต็งที่จะเข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือรายที่ 4 ของซีซั่นนี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่า วิตอร์ เปเรยร่า อดีตผู้จัดการทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน คือผู้สมัครที่มาแรงที่สุดเนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของสโมสรและเคยทำงานร่วมกันที่ โอลิมเปียกอส มาก่อน นอกจากนี้ยังมีชื่อของ โอเล่ กุนนาร์ โซลสเคียร์ และ โธมัส แฟรงค์ ที่เพิ่งว่างงานมาหมาดๆ อยู่ในข่ายพิจารณาเช่นกัน โดยสโมสรต้องการแต่งตั้งคนใหม่ให้เร็วที่สุดเพื่อให้ทันคุมทีมลุยศึกฟุตบอลถ้วยยุโรปในวันพฤหัสบดีหน้า
โธมัส ทูเคิล เฮดโค้ชชาวเยอรมันตัดสินใจเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) เพื่อทำหน้าที่คุมทีมต่อไปจนถึงสิ้นสุดศึกยูโร 2028 โดยการขยายสัญญาครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่ฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มต้นขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความชัดเจนและสยบข่าวลือที่เชื่อมโยงเขากับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่กำลังมองหากุนซือใหม่ ซึ่ง FA มั่นใจว่าทูเคิลคือคนที่เหมาะสมที่สุดในการพาอังกฤษไล่ล่าความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ผลงานในปีแรกของทูเคิลภายใต้รหัส “สิงโตคำราม” ถือว่ายอดเยี่ยมไร้ที่ติ โดยเขาสามารถพาอังกฤษผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกด้วยสถิติชนะรวดในรอบคัดเลือกและไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว ความสำเร็จนี้ทำให้บอร์ดบริหารของ FA ไม่ลังเลที่จะมอบรางวัลเป็นสัญญาฉบับยาว เพื่อให้เขามีสมาธิอย่างเต็มที่กับการคุมทีมลุยฟุตบอลโลกในช่วงซัมเมอร์นี้ และเตรียมความพร้อมสำหรับยูโร 2028 ซึ่งอังกฤษจะเป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งทูเคิลยอมรับว่าเป็น “งานในฝัน” และต้องการสร้างประวัติศาสตร์ในบ้านเกิดของฟุตบอล
แม้การต่อสัญญาครั้งนี้จะทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเสี่ยงที่อาจซ้ำรอยอดีตอย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล ที่เคยได้รับสัญญาใหม่ก่อนจบทัวร์นาเมนต์ใหญ่แล้วทำผลงานล้มเหลว แต่ มาร์ค บุลลิงแฮม ซีอีโอของ FA ยืนยันว่าสถานการณ์ครั้งนี้ต่างออกไป เนื่องจากทูเคิลได้รับความศรัทธาอย่างสูงจากเหล่านักเตะและแฟนบอล การเซ็นสัญญาล่วงหน้าจะช่วยขจัด “สิ่งรบกวน” จากภายนอก โดยเฉพาะความสนใจจากสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่จ้องดึงตัวเขาไปร่วมงาน ทำให้ทีมงานและนักเตะสามารถมุ่งมั่นกับเป้าหมายในสนามได้อย่างเต็มที่
ทรรศนะโดยรวมมองว่า การผูกมัดทูเคิลไว้จนถึงปี 2028 คือชัยชนะก้าวสำคัญของอังกฤษ เพราะเขามีทั้งประสบการณ์ระดับโลกและฝีมือที่พิสูจน์แล้วจากการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับเชลซี การมีกุนซือระดับแนวหน้าคุมทีมต่อเนื่องจะช่วยสร้างระบบที่เป็นเอกภาพและต่อยอดความสำเร็จจากยุคเซาท์เกตได้เป็นอย่างดี หากทูเคิลสามารถพาอังกฤษคว้าแชมป์โลกในหน้าร้อนนี้ได้ สัญญาฉบับนี้จะกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลเมืองผู้ดีเลยทีเดียว
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “อัศวินแห่งตะวันออก” อัล กาดาซิย่า ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อรักษาพื้นที่กลุ่มหัวตารางและกดดันทีมท็อปทรีอย่าง อัล ฮิลาล และ อัล นาสเซอร์ ขณะที่ เนออม เอสซี ทีมน้องใหม่ไฟแรงแม้จะรั้งอันดับกลางตารางและมีผลงานที่น่าเซอร์ไพรส์ในฤดูกาลนี้ แต่การต้องออกมาเยือนทีมระดับหัวแถวที่มีมาตรฐานสูงกว่ายังคงเป็นจุดอ่อน สถิติการเจอกันในเลกแรกเป็น อัล กาดาซิย่า ที่บุกไปกำราบมาได้ถึง 3-1 สะท้อนให้เห็นถึงความห่างของเกรดบอล แม้ทีมเยือนจะพยายามใช้เกมรับที่รัดกุมเข้าสู้ แต่ด้วยคุณภาพผู้เล่นระดับโลกและความเฉียบคมที่เจ้าถิ่นมีมากกว่า การจะต้านทานเกมรุกตลอด 90 นาทีจึงเป็นงานที่หนักอึ้งเกินกำลังแน่นอน
เจ้าบ้าน อัล กาดาซิย่า ภายใต้การนำทัพของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดด้วยสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 11 นัดในลีก (ชนะ 8 เสมอ 3) ขุมกำลังชุดนี้อัดแน่นไปด้วยซูเปอร์สตาร์ นำโดย จูเลี่ยน กีโญเนส รองดาวซัลโวของลีก และ มาเตโอ เรเตกี ที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัวในแดนหน้า อีกทั้งยังมี นาโช่ เฟอร์นันเดซ คอยบัญชาการเกมรับได้อย่างปึกแผ่น ด้วยระบบการเล่นที่ดุดันและการครองบอลที่เหนียวแน่น พวกเขาพร้อมจะเดินหน้าฆ่ามันเพื่อเก็บ 3 แต้มสำคัญในบ้านและรักษาสถิติข่มคู่แข่งต่อไป
ฝั่งทีมเยือน เนออม เอสซี ของเฮดโค้ช คริสตอฟ กัลติเยร์ แม้จะทำผลงานได้ดีเกินคาดสำหรับทีมน้องใหม่ โดยรั้งอันดับ 8 ของตาราง แต่ฟอร์มยามออกนอกบ้านยังขาดความสม่ำเสมอ โดยเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจาก 5 เกมเยือนหลังสุด แม้จะมีดาวยิงจอมเก๋าอย่าง อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ และตัวรุกความเร็วสูงอย่าง ซาอิด เบนราห์ม่า ที่เริ่มจูนกันติด แต่ปัญหาใหญ่คือแนวรับที่มักจะสมาธิหลุดยามเจอแรงกดดันหนักๆ การต้องมาเผชิญหน้ากับทีมที่มีเกมรุกจัดจ้านที่สุดทีมหนึ่งของลีกจึงเป็นบททดสอบที่ยากลำบาก
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและความสม่ำเสมอของ อัล กาดาซิย่า ที่เหนือกว่าหลายขุม โดยเฉพาะการเล่นในถิ่น “พรินซ์ ซาอุด บิน จาลาวี” ที่พวกเขามักจะชนะแบบยิงขาดเป็นประจำ เรตราคาที่เปิดมา ต่อ อัล กาดาซิย่า 1 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะเจ้าถิ่นมีสถิติการพังประตูที่ดุดันเฉลี่ยกว่า 2 ลูกต่อเกม ขณะที่ทีมเยือนมักจะต้านทานทีมใหญ่ได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง เชื่อว่า 1 เม็ดมีแน่เพื่อกินทุน และโอกาสที่ประตูที่สองจะตามมาในช่วงท้ายเกมมีสูงมาก มั่นใจเจ้าถิ่นกินเต็มพิกัด
เลือกเล่น : ต่อ อัล กาดาซิย่า 1
— กุนซือไร้เงา —
ก่อนหน้า 1 … 44 45 46 47 48 … 89 ถัดไป »