แมนฯ ยูไนเต็ด สั่งเบรก! ‘เซอร์กซี’ กองหน้าสำรองอดขอย้ายทีม ม.ค. เหตุผู้เล่นแนวรุกขาดแคลนหนัก

มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้แจ้งไปยัง โจชัว เซิร์กซี กองหน้าสำรองชาวดัตช์อย่างชัดเจนแล้วว่า “ไม่มีทาง” ที่เขาจะได้รับอนุญาตให้ออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม โดยสโมสรพร้อมที่จะ “ปิดกั้นคำขอ” ย้ายทีมของผู้เล่นจำนวนหนึ่งในตลาดหน้าหนาวนี้อย่างเด็ดขาดการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นแม้ว่า เซิร์กซี ซึ่งถูกเซ็นสัญญามาเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว จะได้รับโอกาสลงสนามน้อยมากในฤดูกาลนี้ หลังจากการมาถึงของแนวรุกตัวใหม่มูลค่าสูงอย่าง เบนจามิน เซสโก, มาเธอุส คูนญา และไบรอัน เอ็มเบอูโม ซึ่งการลงทุนที่แข็งแกร่งในแนวรุกส่งผลให้บทบาทของเขาลดลงอย่างชัดเจน

สั่งเบรก!

เซอร์กซี

สาเหตุสำคัญที่สโมสรต้องบล็อกการย้ายทีมคือการขาดแคลนตัวเลือกในแนวรุกอย่างกะทันหัน เนื่องจาก ไบรอัน เอ็มเบอูโม, อาหมัด ดิยัลโล และนูสเซียร์ มาซราอุย จะต้องเดินทางไปแข่งขันแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ในช่วงฤดูหนาว ประกอบกับ เบนจามิน เซสโก เพิ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทำให้ยูไนเต็ดไม่สามารถเสี่ยงปล่อยผู้เล่นในแนวรุกออกไปได้อีก

ด้วยเหตุนี้ เซิร์กซีจึงถูกบังคับให้อยู่ต่อเพื่อเป็นตัวสำรองหลัก โดยความตึงเครียดเรื่องความพร้อมของนักเตะยังรวมไปถึงอาการบาดเจ็บของเซสโก้ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทีมชาติสโลวีเนียที่ตำหนิยูไนเต็ดว่าส่งเอกสารอาการบาดเจ็บมาอย่างล่าช้า สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์กดดันด้านการจัดการผู้เล่นของสโมสรในขณะนี้

สั่งเบรก!

เซอร์กซี

เหลืออีกแค่ 3! เมสซี่จ่อทำลายสถิติแอสซิสต์ในตำนานของ ‘เฟเรนซ์ ปุสกัส’

ลิโอเนล เมสซี่ ยังคงสานต่อความยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นผู้เล่นคนสำคัญในชัยชนะของอาร์เจนตินาเหนือแองโกลา 2-0 ในเกมกระชับมิตร โดยเจ้าตัวมีส่วนร่วมกับทั้งสองประตู ทั้งการจ่ายบอลให้ เลาตาโร มาร์ติเนซ ทำประตูในครึ่งแรก ก่อนจะซัดประตูตอกย้ำชัยชนะได้ในช่วงท้ายเกมอย่างเฉียบขาดการทำแอสซิสต์ในเกมล่าสุดนี้ส่งผลให้ยอดรวมแอสซิสต์ตลอดอาชีพของดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัย พุ่งสูงถึง 401 ครั้งแล้ว ซึ่งตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อนี้ทำให้เขายืนอยู่บนปากเหวของการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในวงการฟุตบอลอย่างเป็นทางการ

เหลืออีกแค่ 3!

ลิโอเนล เมสซี่

ปัจจุบัน เมสซี่อยู่ห่างจากการทำลายสถิติแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาลของ เฟเรนซ์ ปุสกัส ตำนานชาวฮังการี เพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น โดยปุสกัสเคยทำสถิติไว้ที่ 404 แอสซิสต์ ซึ่งนับเป็นความท้าทายครั้งสำคัญที่เหลืออยู่สำหรับ ‘ลา ปุลกา’ ในการก้าวข้ามตำนานที่เคยยิ่งใหญ่ในยุคก่อน

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยังคงโดดเด่นและวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมในสนาม ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า เมสซี่จะสามารถทำลายสถิติ 404 แอสซิสต์ในตำนานของปุสกัสได้ในเร็ววันนี้ โดยภารกิจสำคัญจึงตกอยู่ที่กองหน้าเพื่อนร่วมทีมแล้วว่า จะสามารถเปลี่ยนโอกาสทองจากการจ่ายบอลอันสมบูรณ์แบบของเขาให้เป็นประตูได้หรือไม่

เหลืออีกแค่ 3!

ลิโอเนล เมสซี่

เรื่องใหญ่ก่อนเบรก! เชลซีผวา ‘กิตเทนส์’ ปีกดาวรุ่งเดินกะเผลกออกสนามเกมทีมชาติ U21

เชลซีต้องเผชิญกับข่าวร้ายในช่วงพักเบรกทีมชาติ เมื่อ เจมี่ กิตเทนส์ ปีกดาวรุ่งที่ย้ายมาจากดอร์ทมุนด์ในช่วงซัมเมอร์ ถูกบังคับให้ต้องเดินกะเผลกออกจากสนามระหว่างเกมที่ทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกว่า 21 ปีเอาชนะสาธารณรัฐไอร์แลนด์ไปได้ 2-0 โดยการมีส่วนร่วมของเขาจบลงเพียงแค่หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เหตุการณ์บาดเจ็บของ กิตเทนส์ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นหลังจากที่เขาพยายามหลบการเสียบสกัดในกรอบเขตโทษ และอาการบาดเจ็บของนักเตะวัย 21 ปีรายนี้ค่อนข้างน่ากังวล เนื่องจากเขามุ่งตรงไปยังอุโมงค์ทันทีที่ถูกเปลี่ยนตัวออก อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอการประเมินจากทีมแพทย์ว่าอาการบาดเจ็บครั้งนี้มีความร้ายแรงมากน้อยเพียงใด

เรื่องใหญ่ก่อนเบรก!

กิตเทนส์

ข่าวนี้ส่งผลกระทบต่อแผนการของ เอ็นโซ มาเรสก้า อย่างหนัก เนื่องจากเชลซีกำลังเผชิญหน้ากับเกมสำคัญหลายนัดหลังเบรกทีมชาติ ทั้งการพบกับเบิร์นลีย์ในลีก และการรับมือบาร์เซโลน่ากับอาร์เซนอลในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่แนวรุกของทีมยังมีตัวเลือกจำกัดและกำลังรอการกลับมาของ โคล พาล์มเมอร์ ที่บาดเจ็บอยู่

แม้จะมีเรื่องให้กังวล แต่ในคืนเดียวกันนั้นก็มีข่าวดีสำหรับนักเตะดาวรุ่งเชลซีคนอื่นๆ โดย จอช อาเชียมปง ช่วยให้ทีมสิงโตคำรามเก็บคลีนชีตได้ ขณะที่ ไทริก จอร์จ เป็นผู้ยิงประตูปิดท้ายในนาทีทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอคาเดมี่ยังคงผลิตผู้เล่นคุณภาพป้อนให้กับทีมชาติอย่างต่อเนื่อง

เรื่องใหญ่ก่อนเบรก!

กิตเทนส์

ผวาเกมรับรั่ว! แมนฯ ยูไนเต็ดขึ้นเต็งหนึ่งล่า “ชลอตเตอร์เบ็ค” ปราการหลังดอร์ทมุนด์ปี 2026

รายงานข่าวเผยว่า นิวโก ชลอตเตอร์เบ็ค ปราการหลังฟอร์มดีของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กำลังตกเป็นเป้าหมายสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยปีศาจแดงกำลังเตรียมการยกเครื่องแนวรับครั้งใหญ่ เนื่องจากนักเตะตัวหลักอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กำลังจะหมดสัญญาและ ลุค ชอว์ มีอายุมากขึ้น ในขณะที่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยังคงประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน ชลอตเตอร์เบ็ค วัย 25 ปี ถือเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของดอร์ทมุนด์ โดยเขาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย การเล่นบอลด้วยเท้า และความสามารถในการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม ซึ่งสถานการณ์สัญญาที่เหลือเพียงปีเดียวในฤดูร้อนหน้า ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง

ผวาเกมรับรั่ว!

นิวโก ชลอตเตอร์เบ็ค

แม้ว่าจะมีคู่แข่งสำคัญอย่างลิเวอร์พูลและบาร์เซโลน่าร่วมวง แต่รายงานล่าสุดระบุว่าแมนฯ ยูไนเต็ดเป็นตัวเต็งที่จะคว้าลายเซ็นของ ชลอตเตอร์เบ็คในปี 2026 โดยความสนใจนี้เกิดขึ้นเนื่องจากทีมปีศาจแดงมีปัญหาเกมรับที่รุนแรง หลังเสียไปแล้วถึง 19 ประตูจาก 11 เกมในพรีเมียร์ลีก ซึ่งสโมสรหวังใช้ความสัมพันธ์อันดีกับดอร์ทมุนด์เพื่อช่วยในการเจรจาคว้าตัว

การเซ็นสัญญา ชลอตเตอร์เบ็ค ซึ่งยังไม่เข้าสู่ช่วงพีคของอาชีพ จะเป็นการส่งเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวให้กับโอลด์แทรฟฟอร์ดอย่างมาก และหากแมนฯ ยูไนเต็ดสามารถเอาชนะการแข่งขันครั้งนี้ได้ ก็จะเป็นการตอกย้ำความพยายามของกลุ่ม INEOS ในการแก้ไขปัญหาจุดบอดที่ชัดเจนของทีม เพื่อนำสโมสรกลับไปสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

ผวาเกมรับรั่ว!

นิวโก ชลอตเตอร์เบ็ค

หนาวนี้ต้องจบ! “แมนฯ ยูไนเต็ดเตรียมเปิดศึกชน 3 บิ๊กแย่ง ‘เซเมนโย’ มูลค่า 80 ล้านปอนด์”

มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังเตรียมแผนทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัว อองตวน เซเมนโย ปีกตัวเก่งของบอร์นมัธ ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการตัดหน้าคู่แข่งยักษ์ใหญ่ร่วมลีกอย่าง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ต่างก็ให้ความสนใจในตัวนักเตะรายนี้เช่นกัน เซเมนโย วัย 25 ปี ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นฟอร์มดีที่สุดในอังกฤษฤดูกาลนี้ หลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงด้วยการมีส่วนร่วมกับประตูมากถึง 9 ครั้ง (6 ประตู 3 แอสซิสต์) ซึ่งเป็นสถิติรองจากเออร์ลิง ฮาลันด์ เท่านั้น คุณสมบัติเด่นคือความเร็วและพละกำลังที่โดดเด่น ซึ่งตอบโจทย์แนวทางการทำทีมที่เน้นความแข็งแกร่งในพรีเมียร์ลีกยุคปัจจุบัน

หนาวนี้ต้องจบ!

อองตวน เซเมนโย

แผนการของปีศาจแดงคือการ “ดำเนินการอย่างรวดเร็ว” เพื่อปิดดีลให้ได้ในช่วงหน้าหนาว แม้ว่าจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากเชื่อว่าการย้ายทีมในเดือนมกราคมจะช่วยเอาชนะข้อเสนอที่น่าสนใจกว่าจากคู่แข่งในช่วงซัมเมอร์ได้ อย่างไรก็ตาม บอร์นมัธยังคงยืนกรานไม่ต้องการขายสินทรัพย์ล้ำค่าของพวกเขา โดยมีการประเมินค่าตัวไว้สูงถึงเกือบ 80 ล้านปอนด์

แม้ว่าความสนใจของยูไนเต็ดในตัวเซเมนโยจะไม่ต้องสงสัย แต่ก็เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ในการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนมกราคม เนื่องจากสโมสรกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับกลุ่ม INEOS ว่าจะสามารถอนุมัติการเซ็นสัญญาราคาแพงในสถานการณ์เช่นนี้ได้หรือไม่

หนาวนี้ต้องจบ!

อองตวน เซเมนโย

“ขอให้โห่ผม!” โรนัลโด้ท้าแฟนไอร์แลนด์ลั่น นี่คือเชื้อเพลิงชั้นดีให้เขาทุ่มเท

ก่อนเกมการปะทะกับไอร์แลนด์ที่ดับลิน คริสเตียโน โรนัลโด้ในวัย 40 ปีได้สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศที่จุดชนวนความขัดแย้ง โดยเจ้าตัวยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมหวังว่าพวกเขาจะโห่ไล่ผม” เขายืนยันว่าเขาชินกับบรรยากาศที่ยากลำบากเช่นนี้ และต้องการที่จะสนุกกับการเล่นในสนามที่เต็มไปด้วยความกดดัน โรนัลโด้อธิบายเหตุผลเบื้องหลังคำพูดท้าทายนี้ว่า เสียงโห่จากฝั่งเจ้าบ้านเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นยอดที่ปลุกเร้าให้เขามีพลังในการแข่งขัน และที่สำคัญที่สุดคือเป็นการช่วยลดความกดดันที่อาจจะตกไปอยู่กับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ แทน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแบกรับภาระหนักอึ้งในสนามไว้ที่ตัวเอง

"ขอให้โห่ผม!"

คริสเตียโน โรนัลโด้

การกลับมายังสนามอาวีวา สเตเดียมครั้งนี้มีเรื่องราวที่ตึงเครียดจากปี 2021 เป็นฉากหลัง ซึ่งครั้งนั้นการสัมผัสบอลทุกครั้งของตำนานชาวโปรตุเกสถูกโห่ไล่อย่างหนักหน่วง และเกมจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ที่สร้างความหงุดหงิดให้กับ CR7 อย่างมาก โดยเฉพาะจากการพลาดจุดโทษในเกมก่อนหน้าและถูกผู้รักษาประตูคู่แข่งปฏิเสธโอกาส

แม้จะใกล้หมดสัญญากับทีมชาติ แต่โรนัลโด้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังคงเป็นผู้เล่นที่มุ่งมั่นท้าทายฝูงชนอย่างไม่เสื่อมคลาย ด้วยความเชื่อที่ว่าบรรยากาศที่ร้อนแรงจะผลักดันให้เขาทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อทีม โดยเขาโหยหาเสียงโห่เหล่านั้นเพื่อใช้เป็นแรงผลักดันครั้งสุดท้ายในเส้นทางอาชีพของเขา

"ขอให้โห่ผม!"

คริสเตียโน โรนัลโด้

ชัดเจนแล้ว! โรนัลโด้ เผยไทม์ไลน์แขวนสตั๊ด “อีก 1-2 ปี” – เล็งฟุตบอลโลก 2026 เป็นฉากสุดท้าย

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ผู้ทำประตูเกิน 950 ลูก ให้กับสโมสรและทีมชาติ ได้เปิดเผยไทม์ไลน์เกี่ยวกับการแขวนสตั๊ดที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่เขาได้ให้คำใบ้ที่คลุมเครือมาก่อนหน้านี้ เมื่อถูกขอให้ชี้แจงว่า “ในเร็วๆ นี้” หมายถึงเมื่อไหร่ โรนัลโด้ได้ตอบติดตลกในตอนแรกว่า “สิบปี” ก่อนจะแก้ไขอย่างจริงจัง โดยกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งที่เขาหมายถึงจริงๆ คือภายในระยะเวลา “หนึ่งหรือสองปี” ข้างหน้าเท่านั้น เนื่องจากเขามองว่าตนเองกำลังใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของอาชีพค้าแข้ง และตั้งใจที่จะอำลาวงการกีฬาเพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เป้าหมายสุดท้ายบนเวทีฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเขาคือการเข้าร่วมการแข่งขัน ฟุตบอลโลกปี 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โรนัลโด้กล่าวอย่างมั่นใจว่าทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นบทสรุปในชีวิตค้าแข้งระดับทีมชาติของเขา เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะมีอายุ 41 ปีพอดี การคว้าแชมป์โลกรายการนี้ถือเป็นความทะเยอทะยานที่ยังไม่สำเร็จ และเป็นถ้วยรางวัลหลักเพียงรายการเดียวที่หายไปจากตู้โชว์ถ้วยรางวัลอันยิ่งใหญ่ของเขา

ชัดเจนแล้ว!

โรนัลโด้

แม้จะมีแผนเกษียณในอนาคตอันใกล้ แต่โรนัลโด้ยังคงแสดงความมุ่งมั่นต่อสโมสรปัจจุบัน โดยเขาได้ขยายสัญญากับ อัล นาสเซอร์ สโมสรในลีกซาอุดีอาระเบียจนถึงปี 2027 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าตัวยังคงมีสภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม เขากล่าวว่า “ตอนนี้ผมรู้สึกดีมาก ผมยิงประตูได้ ผมยังรู้สึกว่องไวและเฉียบคม” การทำประตูที่ยังคงเฉียบคมนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทอย่างหนักของเขาต่อเกมฟุตบอล

ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติโปรตุเกส (ด้วยจำนวน 143 ประตู) กล่าวทิ้งท้ายด้วยความภาคภูมิใจในอาชีพที่ยาวนานกว่า 25 ปีของเขา โดยเขายืนยันว่าได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับฟุตบอลและทำลายสถิติมากมายทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ การตัดสินใจเลิกเล่นจึงเป็นไปเพื่อใช้ชีวิตและสนุกกับช่วงเวลาที่เหลืออยู่บนสนาม ก่อนจะยุติบทบาทนักฟุตบอลอย่างเป็นทางการตามไทม์ไลน์ที่ได้กำหนดไว้.

ชัดเจนแล้ว!

โรนัลโด้

ก้าวกระโดด! เอ็มมานูเอล เอเมกา กองหน้าอนาคตเชลซี ถูก โรนัลด์ คูมัน ดึงติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดใหญ่ครั้งแรก

เอ็มมานูเอล เอเมกา กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง ซึ่งเชลซีได้ตกลงเซ็นสัญญาคว้าตัวมาจากสโมสรพี่น้องอย่างสตราสบูร์กเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้รับข่าวดีอย่างยิ่งยวด เมื่อเขาถูก โรนัลด์ คูมัน กุนซือใหญ่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในอาชีพค้าแข้ง ถือเป็นรางวัลจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมก่อนหน้าการย้ายเข้าสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์อย่างเป็นทางการในซัมเมอร์หน้า การก้าวกระโดดครั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากฟอร์มที่ร้อนแรงจนหยุดไม่อยู่กับทีมสตราสบูร์กในลีกเอิงฝรั่งเศส โดยใน 8 เกมแรกของฤดูกาลนี้ เอเมกา ทำไปแล้วถึง 6 ประตู และทำอีก 2 แอสซิสต์ ซึ่งเป็นสถิติที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ก่อนหน้านั้นเขายังเคยเป็นกำลังหลักของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุด U21 และเคยรับหน้าที่กัปตันทีมในช่วงเวลาที่เขาทำได้ 14 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จาก 27 นัดในลีกเอิงให้กับสตราสบูร์กมาแล้ว

ก้าวกระโดด!

เอ็มมานูเอล เอเมกา

โรนัลด์ คูมัน ตัดสินใจเพิ่มชื่อ เอเมกา เข้ามาเสริมทัพในแคมป์เก็บตัวทีมชาติ เนื่องจากสถานการณ์ที่ วูท เวกฮอร์สต์ อดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันอยู่กับอาแจ็กซ์ มีอาการบาดเจ็บและสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ โดย KNVB (สมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการเรียกตัว เพื่อเตรียมทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดสำคัญกับโปแลนด์และลิทัวเนีย ซึ่ง เนเธอร์แลนด์กำลังนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม G อยู่

การเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกของ เอ็มมานูเอล เอเมกา จึงเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและพัฒนาการที่รวดเร็วของเขา ซึ่งเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับเชลซี ที่กำลังจะได้กองหน้าดาวรุ่งที่มีความเฉียบคมและผ่านการพิสูจน์ตัวเองในระดับสโมสรและกำลังจะก้าวสู่ระดับทีมชาติมาเป็นกำลังสำคัญของทัพ “สิงห์บลูส์” ในการแข่งขันฤดูกาลถัดไป นับเป็นการลงทุนที่ถูกมองว่าคุ้มค่าตั้งแต่ยังไม่ย้ายมาถึงสโมสรด้วยซ้ำ.

ก้าวกระโดด!

เอ็มมานูเอล เอเมกา

แมนยูฯ แตกแยก! คนในสงสัย “การ์นาโช่” ไม่ควรถูกขาย อโมริม ยืนกรานต้องไป

ภายในสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมีการตั้งคำถาม “ภายใน” ถึงการตัดสินใจขาย อเลฮานโดร การ์นาโช่ ออกไปให้กับเชลซีในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม บังคับให้ปีกรายนี้ย้ายออกไป โดยเชลซีสามารถเซ็นสัญญากับเขาได้ในราคาที่ต่ำกว่าที่แมนฯ ยูไนเต็ดต้องการ แหล่งข่าวบางส่วนในสโมสรมองว่า การ์นาโช่ที่ยัง “หนุ่มและเอาแต่ใจ” นั้นต้องการ “การชี้นำและการจัดการบุคลากรอย่างรอบคอบ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ อโมริม ไม่ได้มอบให้ แต่กลับมองนักเตะรายนี้ในแง่ลบและต้องการปล่อยออกไป มากกว่าการดูแลและพัฒนาอย่างที่เขาควรจะได้รับ

แตกแยก!

การ์นาโช่

ความขัดแย้งนี้ตอกย้ำถึงอำนาจเบ็ดเสร็จของ อโมริม โดยมีรายงานว่าผู้บริหารระดับสูงอย่าง โอมาร์ เบอร์ราดา และ เจสัน วิลค็อกซ์ ให้การสนับสนุนการตัดสินใจนี้อย่างเต็มที่ เพื่อยืนยันว่าอำนาจของผู้จัดการทีมในการเลือกผู้เล่นเข้า-ออกจะไม่ถูกตั้งคำถาม

นอกจาก การ์นาโช่ แล้ว ทัศนคติที่เข้มงวดของ อโมริม ยังเห็นได้ชัดจากการจัดการกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งถูกปล่อยยืมตัวไปบาร์เซโลน่า เนื่องจาก อโมริม ไม่ชื่นชมความพยายามในการฝึกซ้อมของเขาตั้งแต่แรก ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความต้องการระเบียบวินัยที่สูงมากของผู้จัดการทีมเหนือศักยภาพของผู้เล่นบางราย.

แตกแยก!

การ์นาโช่

แมนยูฯ จับตา! บาเลนเซียจ่อขาย ‘ฆาบี เกร์รา’ กองกลางอนาคตไกล ในราคาสุดช็อก 20 ล้านยูโร

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ของ ฆาบี เกร์รา กองกลางดาวรุ่งวัย 21 ปี ของบาเลนเซียอย่างใกล้ชิด เกร์ราเคยถูกมองว่าเป็นเสาหลักของแผนการทำทีมของสโมสร และเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ในฤดูกาลนี้ฟอร์มของเขากลับตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ความคงเส้นคงวาหายไป และโอกาสลงสนามลดน้อยลง ทำให้เกิดการพูดคุยภายในสโมสรว่าควรจะขายเขาออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้ ก่อนที่มูลค่าตลาดของนักเตะจะลดลงไปมากกว่านี้ แม้ว่า เกร์รา จะมีสัญญากับบาเลนเซียถึงปี 2029 พร้อมค่าฉีกสัญญาที่สูงถึง 86 ล้านปอนด์ (100 ล้านยูโร) แต่สถานการณ์ที่ย่ำแย่ทำให้บาเลนเซียอาจยอมรับข้อเสนอเพียง 17-21 ล้านปอนด์ (20-25 ล้านยูโร) ซึ่งถือเป็นส่วนลดที่น่าตกใจ โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ แอตเลติโก มาดริด ที่ต้องการคว้า เกร์รา มาเพิ่มพลังและโครงสร้างในแดนกลาง ขณะที่ เอซี มิลาน ก็มองว่าเขาเป็นตัวเลือกระยะยาวและได้ติดต่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีมที่ราว 20 ล้านยูโรแล้ว

แมนยูฯ จับตา!

ฆาบี เกร์รา

การมีส่วนร่วมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงดูดความสนใจอย่างมาก เนื่องจากทีมสรรหานักเตะของ “ปีศาจแดง” กำลังวางแผนระยะยาว โดยมองว่า เกร์รา เป็น ‘นักเตะโปรเจกต์’ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาไปเป็นกองกลางอเนกประสงค์แบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ที่เหมาะสมกับระบบการเล่นที่รวดเร็วของ รูเบน อโมริม การซื้อตัวนี้ยังถูกมองว่าเป็นทางออกระยะยาวสำหรับตำแหน่งกองกลางตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากอายุและสถานการณ์ของ คาเซมิโร ในปัจจุบัน

สำหรับนักเตะเองนั้น เกร์รา ก็เปิดรับการทดสอบตัวเองในต่างประเทศ โดยมีพรีเมียร์ลีกและเซเรียอาเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของยูไนเต็ดที่ต้องการกองกลางที่มีความสามารถมากขึ้น และการที่บาเลนเซียยอมลดค่าตัวเหลือเพียง 20 ล้านยูโร ทำให้ดีลนี้เป็นตัวเลือกที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการลงทุนซื้อตัวผู้เล่นราคาแพงของยูไนเต็ดในช่วงที่ผ่านมา และเป็นการตัดสินใจที่รอบคอบสำหรับอนาคตของสโมสร.

แมนยูฯ จับตา!

ฆาบี เกร์รา

1 76 77 78 79 80 88