บาร์เซโลน่า vs เซลต้า บีโก้ ( ลาลีกา สเปน )
“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ภายใต้การนำทัพของ ฮันซี่ ฟลิค กำลังอยู่ในช่วงที่เครื่องจักรเกมรุกทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะฟอร์มการถล่มประตูของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ ลามีน ยามาล ที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัว สถิติการเล่นในบ้านฤดูกาลนี้ดุดันเป็นพิเศษ มักจะปิดเกมได้ตั้งแต่นึ่งชั่วโมงแรก ขณะที่ เซลต้า บีโก้ แม้จะมีเกมรุกที่วูบวาบจาก อาสปาส แต่ปัญหาเรื้อรังคือเกมรับที่เปื่อยยุ่ยยามออกนอกบ้าน โดยเฉพาะการมาเยือน คัมป์ นู (หรือสนามสำรอง) ที่พวกเขามักจะโดนพายุบุกนวดจนเป๋ สถิติการเจอกันที่นี่ 5 นัดหลังสุด บาร์ซ่าเอาชนะขาดลอยได้เกือบทุกครั้ง ด้วยความกระหายที่ต้องการทิ้งห่างในฐานะจ่าฝูง เชื่อว่าเกมนี้บาร์ซ่าจะเดินหน้ายิงสลุตเพื่อคืนความสุขให้แฟนบอลและทะลุเรตกำแพง 2 ลูกได้แน่นอน
ฟันธง : ต่อ บาร์เซโลน่า 2
สกอร์ที่คาด : บาร์เซโลน่า 3-0 หรือ 4-1 เซลต้า บีโก้
ความมั่นใจ : 88%
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง vs น็องต์ ( ลีกเอิง ฝรั่งเศส )
เปแอสเช ในยุคผลัดใบยังคงรักษามาตรฐานการทำประตูในบ้านได้สูงลิบลิ่ว ด้วยปรัชญาฟุตบอลเกมรุกแบบไม่หยุดพักของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ทำให้ทุกนัดที่พวกเขาลงเล่นมักจะมีสกอร์เกิดขึ้นมากมาย สภาพทีมล่าสุดแนวรุกตัวจี๊ดอย่าง บาร์โคล่า และ เดมเบเล่ พร้อมลงกระชากลากเลื้อย ทางด้าน น็องต์ แม้จะเป็นทีมที่พยายามเน้นระเบียบวินัยแต่การเจอกับยอดทีมกรุงปารีสในนาทีนี้เป็นงานที่ยากจะต้านทาน สถิติการพบกันที่พาร์ค เดส์ แพร็งซ์ ส่วนใหญ่มักจะจบลงด้วยสกอร์ที่สูงเกินคาด เนื่องจากน็องต์มักจะมีลูกฮึดโต้กลับใส่ได้บ้างแต่สุดท้ายก็โดนพรรพชาบุกของเจ้าถิ่นถล่มคืน เมื่อพิจารณาจากสถิติการทำประตูเฉลี่ยของเจ้าบ้านที่สูงเกือบ 3 ลูกต่อเกมในรังตัวเอง เรต 3.5 จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ทั้งสองทีมจะช่วยกันผลิตสกอร์ให้ทะลุเป้า
ฟันธง : วางสกอร์สูง 3.5
สกอร์ที่คาด : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-1 หรือ 4-0 น็องต์
ความมั่นใจ : 82%
เวอร์คูเซ่น vs บาเยิร์น มิวนิค ( เดเอฟเบ โพคาล )
บิ๊กแมตช์บอลถ้วยเยอรมันที่เปรียบเสมือนนัดชิงชนะเลิศก่อนเวลา เลเวอร์คูเซ่น ของ ชาบี อลองโซ่ เริ่มมีสัญญาณความล้าให้เห็นบ้างในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล โดยเฉพาะเกมรับที่เริ่มเสียสมาธิในจังหวะสำคัญ ขณะที่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ในรายการนี้พวกเขามักจะมีความมุ่งมั่นเป็นพิเศษเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ในประเทศ ขุมกำลังชุดนี้นำโดย แฮร์รี่ เคน ที่กำลังลุ้นทำลายสถิติยิงประตูในทุกรายการ สถิติ Head-to-Head ในเกมกดดันสูงแบบนี้ บาเยิร์นมักจะมีความเก๋าเกมและประสบการณ์ที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน แม้ห้างขายยาจะสู้ได้สนุกในแดนกลาง แต่ความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้ายยังคงต้องยกให้ทีมเยือน เชื่อว่าลูกทีมของ แว็งซ็องต์ กอมปานี จะบุกมาเบียดเอาชนะและผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้พร้อมกินราคาต่อ 1 ลูก
ฟันธง : ต่อ บาเยิร์น มิวนิค 1
สกอร์ที่คาด : เลเวอร์คูเซ่น 1-3 บาเยิร์น มิวนิค
ความมั่นใจ : 80%
— กุนซือไร้เงา —
บอร์นมัธ vs ลีดส์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
บอร์นมัธช่วงนี้จังหวะเกมดูมั่นใจขึ้น เกมรุกพยายามเดินเร็วและเข้าทำต่อเนื่อง เวลาได้พื้นที่จะเร่งเกมทันที ทำให้สร้างโอกาสยิงได้หลายจังหวะ การเล่นดูมีความกล้าและต่อบอลกันลื่นมากขึ้น ลีดส์ช่วงหลังฟอร์มเริ่มแกว่ง เกมรุกยังพอมีจังหวะขึ้นบอลได้แต่ขาดความต่อเนื่อง หลายครั้งไปถึงพื้นที่สุดท้ายแล้วจบไม่ลง ยิ่งเวลาโดนกดดันเร็วจะเสียจังหวะง่าย เกมรับก็มีช่องว่างให้เห็น โดยเฉพาะตอนโดนบุกติดกันมักเสียพื้นที่ ภาพรวมเกมนี้ บอร์นมัธดูดีกว่าในเรื่องความต่อเนื่องและจังหวะเข้าทำ ถ้าเดินเกมได้ตามสไตล์ มีโอกาสคุมเกมและเก็บชัยได้
ฟันธง : ต่อ บอร์นมัธ 0.5
สกอร์ที่คาด : บอร์นมัธ 2-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด
ระดับความมั่นใจ : 82%
กัมบะ โอซาก้า vs อวิสปา ฟูกูโอกะ (การแข่งขันพิเศษ เจแปน เจ-ลีก 1)
กัมบะ โอซาก้าช่วงนี้เกมรุกดูไหลลื่นขึ้น การขึ้นบอลจากแดนกลางทำได้เร็ว และพยายามกดดันต่อเนื่อง ทำให้สร้างโอกาสยิงได้หลายครั้ง จังหวะเข้าทำดูมีความหลากหลายมากขึ้น อวิสปา ฟูกูโอกะช่วงหลังยังดูเป็นรอง เกมรุกมีจังหวะขึ้นบอลได้บ้างแต่ไม่ต่อเนื่อง และเวลาเจอทีมที่เดินเกมเร็วจะเสียจังหวะง่าย เกมรับก็มีหลุดให้เห็นอยู่บ่อย โดยเฉพาะตอนโดนบุกติดกันมักเสียพื้นที่สำคัญ ภาพรวมเกมนี้ กัมบะดูเหนือกว่าในเรื่องจังหวะเกมและความต่อเนื่อง หากเล่นได้ตามสไตล์ มีโอกาสคุมเกมและเก็บชัยได้ตามเรต
ฟันธง : ต่อ กัมบะ โอซาก้า 0.5/1
สกอร์ที่คาด : กัมบะ โอซาก้า 2-0 อวิสปา ฟูกูโอกะ
ระดับความมั่นใจ : 83%
สตาร์บูร์ vs นีซ (กุปเดอฟร็องส์)
สตาร์บูร์ช่วงนี้ฟอร์มดูมั่นใจ เกมรุกมีความต่อเนื่องและขึ้นบอลได้ดี เวลาเดินเกมจะพยายามกดดันคู่แข่งตลอด ทำให้สร้างโอกาสยิงได้หลายครั้ง จังหวะเข้าทำดูมีน้ำหนักมากขึ้น นีซช่วงหลังฟอร์มยังดูดรอป เกมรุกมีจังหวะขึ้นบอลได้บ้างแต่ยังไม่สม่ำเสมอ และเวลาเจอทีมที่กดดันต่อเนื่องจะเสียจังหวะง่าย เกมรับก็มีช่องว่างให้เห็น โดยเฉพาะตอนโดนบุกติดกันมักเสียพื้นที่สำคัญ ภาพรวมเกมนี้ สตาร์บูร์ดูดีกว่าในเรื่องความต่อเนื่องและจังหวะเข้าทำ ถ้าเดินเกมได้ตามฟอร์ม มีโอกาสคุมเกมและเก็บชัยได้
ฟันธง : ต่อ สตาร์บูร์ 0.5/1
สกอร์ที่คาด : สตาร์บูร์ 2-1 นีซ
ระดับความมั่นใจ : 82%
🖊 ตาข่ายทอง.
จอห์น สโตนส์ ปราการหลังวัย 31 ปี เตรียมปิดฉากเส้นทางค้าแข้ง 10 ปีกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ตามรายงานของ ฟาบริซิโอ โรมาโน โดยเจ้าตัวจะย้ายออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัวหลังหมดสัญญา ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยอันรุ่งโรจน์เดินตามรอย แบร์นาร์โด ซิลวา ที่ประกาศอำลาทีมไปก่อนหน้านี้ ตอกย้ำการผลัดใบครั้งใหญ่ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ฤดูกาลสุดท้ายของเขานั้นค่อนข้างยากลำบากเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บต้นขาเรื้อรัง ทำให้มีโอกาสลงสนามรวมทุกรายการเพียง 15 นัด และออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 4 เกมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สโตนส์ยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยทีมเบียดแย่งแชมป์กับอาร์เซนอลในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อปิดตำนานกับสโมสรด้วยความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง
นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในปี 2016 สโตนส์พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหลังพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นกองหลังระดับแถวหน้าของโลก โดยลงเล่นให้สโมสรไปเกือบ 300 นัด คว้าแชมป์มาครองได้ถึง 18 รายการ ซึ่งรวมถึงพรีเมียร์ลีก 6 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่และหนึ่งในผู้เล่นที่แฟนบอลเรือใบสีฟ้าให้การยอมรับและไว้วางใจมากที่สุดในแนวรับ
การจากไปของเขานับเป็นการสูญเสียแกนหลักผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์มาเกือบทศวรรษ แต่สโตนส์จะเดินออกจากถิ่นเอติฮัด สเตเดียม ไปในฐานะตำนานที่พาสโมสรครองความยิ่งใหญ่ และมีโอกาสสูงที่จะทิ้งทวนด้วยแชมป์ลีกสมัยที่ 7 ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนจะเริ่มต้นบทใหม่ในอาชีพค้าแข้ง
ลิเวอร์พูลกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญในการหาตัวแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น “เหวขนาดใหญ่” มากกว่าแค่ช่องว่างในทีม เพราะเขาไม่ใช่แค่เครื่องจักรทำประตู แต่เป็นผู้เล่นที่เปี่ยมด้วยความเยือกเย็นและมักจะตัดสินเกมได้เสมอในจังหวะสำคัญ ความสม่ำเสมอระดับนี้คือสิ่งที่หาใครมาทดแทนได้ยากยิ่งในโลกฟุตบอลปัจจุบัน ความยากของภารกิจนี้คือการหาคนที่มีอิทธิพลต่อทีมทั้งในด้านสถิติและสภาพจิตใจ ซึ่งลิเวอร์พูลไม่ได้มองหาแค่ปีกคนใหม่ แต่ต้องการคนที่จะมารับแรงกดดันมหาศาลได้เหมือนราชาแห่งอียิปต์ การจากไปของเขาจะทิ้งช่องว่างทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งไว้ในแอนฟิลด์ จนทำให้คำถามที่ว่า “ใครจะมาแทน?” ยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในตอนนี้
ภายใต้โปรเจกต์ของ อาร์เน สล็อต ลิเวอร์พูลเตรียมรับมือด้วยการเน้น “การทำงานเป็นทีม” มากกว่าพึ่งพาตัวแทนโดยตรงเพียงคนเดียว โดยคาดว่าจะมีการเสริมทัพแนวรุกในวงกว้างเพื่อกระจายภาระความรับผิดชอบในการทำประตู ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่ฟุตบอลสมัยใหม่ที่ต้องการความหลากหลายและลดการพึ่งพานักเตะเพียงคนใดคนหนึ่ง
ท้ายที่สุด ฤดูร้อนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่ยุคใหม่ที่แอนฟิลด์ ซึ่งโจทย์หลักไม่ได้อยู่ที่การหา “ซาลาห์ 2” แต่เป็นการปรับโครงสร้างทีมให้คงความยิ่งใหญ่ได้โดยปราศจากเขา ลิเวอร์พูลต้องวางแผนอย่างแยบยลเพื่อสร้างระบบที่แข็งแกร่งพอจะแบกรับความคาดหวัง และเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงหลังสิ้นสุดยุคสมัยของซาลาห์
เรอัล มาดริด กำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนตำแหน่งกุนซืออย่างเร่งด่วน หลังผลงานภายใต้การนำของ อัลวาโร อาร์เบโลอา ย่ำแย่จนตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกและส่อแววพลาดแชมป์ลาลีกา โดยมีชื่อของ จูเลียน นาเกลส์มันน์ เฮดโค้ชทีมชาติเยอรมนีวัย 38 ปี ถูกเสนอขึ้นมาเป็นตัวเลือกใหม่ ด้วยสไตล์การทำทีมที่ทันสมัยและกลยุทธ์ที่เฉียบคม ซึ่งสโมสรมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นทางออกที่จำเป็นสำหรับวิกฤตของทีมในปัจจุบัน แม้ผลงานของนาเกลส์มันน์กับทัพ “อินทรีเหล็ก” จะโดดเด่นด้วยสถิติชนะถึง 19 จาก 31 นัด แต่บอร์ดบริหารยังคงมีความกังวลเรื่องบารมีในการควบคุมห้องแต่งตัวที่มีสตาร์ล้นทีม เมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่นอย่าง เจอร์เกน คล็อปป์ หรือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ที่มีประสบการณ์และความสำเร็จในระดับสูงยาวนานกว่า ทำให้นาเกลส์มันน์ยังถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจแต่มีความซับซ้อนในแง่ของการยอมรับจากนักเตะ
นอกจากนี้นโยบายของทัพ “ราชันชุดขาว” มักให้ความสำคัญกับผู้จัดการทีมที่สามารถรับแรงกดดันและมีอิทธิพลต่อทีมได้ทันที ซึ่งเป็นจุดที่นาเกลส์มันน์ยังเสียเปรียบกุนซือบิ๊กเนมรายอื่น แม้ชื่อของเขาจะเริ่มถูกพูดถึงในระดับสูงของสโมสร แต่ทางฟลอเรนติโน เปเรซ และทีมบริหารยังคงใช้เวลาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและยังไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดในเวลานี้
บทสรุปอนาคตของอาร์เบโลอาเริ่มนับถอยหลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การหารือเพื่อเฟ้นหาคนใหม่ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยเป้าหมายหลักคือผู้ที่จะสามารถกอบกู้ศรัทธาและพาทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่ได้ทันทีในฤดูกาลหน้า แฟนบอลต้องลุ้นว่าบทสรุปจะลงเอยที่กุนซือสายแท็กติกรุ่นใหม่อย่างนาเกลส์มันน์ หรือจะเป็นบิ๊กเนมรายอื่นที่เข้ามารับภารกิจสุดท้าทายนี้
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อเดินหน้าเก็บแต้มสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของการลุ้นแชมป์ลาลีกา ขณะที่ “เอล กลาวิโอ” อลาเบส แม้จะอยู่ในอันดับที่ปลอดภัยกลางตารางและไม่มีแรงกดดันเรื่องตกชั้น แต่การต้องมาเยือน ซานติอาโก เบอร์นาเบว ในช่วงที่เจ้าบ้านกำลังกระหายชัยชนะเป็นงานที่ยากเสมอ สถิติชี้ชัดว่ายามคู่นี้เจอกันที่นี่ เรอัล มาดริด มักจะทำผลงานได้ข่มมิดด้าม โดยชนะรวดมาตลอดในการพบกันช่วงหลัง แม้อลาเบสจะพยายามเน้นระเบียบวินัยในเกมรับเพื่อหวังคะแนนกลับออกไป แต่ด้วยศักยภาพขุมกำลังที่ต่างกันคนละชั้น การจะต้านทานพายุบุกของเจ้าถิ่นตลอด 90 นาทีจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
เจ้าบ้าน เรอัล มาดริด ภายใต้การนำทีมที่เน้นผลการแข่งขันแบบเบ็ดเสร็จ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังทำคะแนนบี้จ่าฝูงอย่างบาร์เซโลนาอย่างหนัก ขุมกำลังชุดนี้มีความจัดจ้านในเกมรุก นำโดย วินิซิอุส จูเนียร์ ที่อยู่ในช่วงท็อปฟอร์มพร้อมใช้ความเร็วป่วนแนวรับคู่แข่ง รวมถึงจอมทัพที่ฟอร์มแรงขึ้นมาอย่าง บราฮิม ดิอาซ แม้จะมีการถกเถียงเรื่องการปรับจูนดาวรุ่งราคาแพงอย่าง มาสตันตูโอโน แต่ภาพรวมทีมยังแข็งแกร่งทุกขุมกำลัง ด้วยระบบการเข้าทำที่หลากหลายและการโจมตีที่รวดเร็ว พวกเขาพร้อมจะเผด็จศึกคู่แข่งเพื่อรักษาความหวังในการคว้าถ้วยแชมป์ต่อไป
ฝั่งทีมเยือน อลาเบส ผลงานโดยรวมถือว่าคงเส้นคงวาตามมาตรฐานทีมกลางตาราง เกมล่าสุดเพิ่งเก็บชัยชนะมาได้ทำให้ขวัญกำลังใจค่อนข้างดี แผงรุกมีตัวอันตรายที่พร้อมโต้กลับเร็วอย่าง คาร์ลอส วิเซนเต้ และ กิเก้ การ์เซีย อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของพวกเขาคือสถิติเกมเยือนยามเจอทีมบิ๊กทีมที่มักจะเสียประตูง่ายและต้านทานความหลากหลายของคู่แข่งไม่อยู่ โดยเฉพาะการเจอกับ เรอัล มาดริด ที่มักจะโดนเจาะตาข่ายมากกว่า 2 ลูกเสมอในช่วงหลัง ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่กุนซือต้องกังวลเป็นอย่างมากในการมาเยือนนัดนี้
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและความสม่ำเสมอของเรอัล มาดริดที่เป็นต่ออยู่หลายขุม ประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะทำแต้มเพื่อกดดันทีมนำ ทำให้เกมนี้เจ้าบ้านจะเน้นเป็นพิเศษ เรตราคาที่เปิดมา ต่อ เรอัล มาดริด 1.5 ถือว่าสมเหตุสมผล เพราะอลาเบสไม่มีลุ้นอะไรแล้วในฤดูกาลนี้อาจมีการผ่อนเกมในช่วงท้าย ขณะที่ทัพราชันชุดขาวมักจะเดินหน้ายิงประตูเพื่อการันตีชัยชนะและสร้างความมั่นใจ เชื่อว่าประตูแรกมาเร็วสกอร์ไหลทะลุแต้มต่อได้ไม่ยากเย็น
เลือกเล่น : ต่อ เรอัล มาดริด 1.5
— กุนซือไร้เงา —
เรอัล มาดริด vs อลาเบส ( ลาลีกา สเปน )
“ราชันชุดขาว” กำลังอยู่ในช่วงชี้ชะตาแชมป์โค้งสุดท้าย แม้จะมีประเด็นเรื่องการปรับจูนนักเตะใหม่ราคาแพงอย่าง ฮุยเซ่น หรือ มาสตันตูโอโน แต่ขุมกำลังหลักอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ และ บราฮิม ดิอาซ ยังคงอันตรายสุดๆ โดยเฉพาะการเล่นในซานติอาโก เบอร์นาเบว ที่หวังผลได้เสมอ ฝั่ง อลาเบส สถานการณ์รอยตัวไม่มีลุ้นอะไรมากนัก มักมีปัญหาเวลาออกนอกบ้านเจอกับทีมบิ๊กเซิกซ์ที่บดบี้หนักๆ สถิติการเจอกันที่นี่ เรอัล มาดริด ข่มมิดด้ามและมักชนะขาดเกินแต้มต่อเสมอ เชื่อว่าเกมนี้เจ้าบ้านจะเปิดเกมรุกเข้าใส่เพื่อคว้าชัยชนะเรียกความมั่นใจ กลับมาครองความยิ่งใหญ่ในลีกต่อไป
ฟันธง : ต่อ เรอัล มาดริด 1.5
สกอร์ที่คาด : เรอัล มาดริด 3-0 อลาเบส
ความมั่นใจ : 85%
โคเวนทรี่ vs พอร์ทสมัธ ( แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ )
โคเวนทรี่ ซิตี้ ภายใต้การนำของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กำลังอยู่ในบรรยากาศเฉลิมฉลองหลังการันตีตั๋วเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ สไตล์ทำทีมของแลมพาร์ดเน้นเกมบุกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเล่นในบ้านนัดนี้คงเปิดหน้าแลกเพื่อให้แฟนบอลได้เฮกันเต็มที่ ส่วน พอร์ทสมัธ แม้อันดับจะด้อยกว่าแต่เป็นทีมที่เสียประตูง่ายและพร้อมจะแลกหมัดเช่นกัน สถิติช่วงหลังของทั้งคู่มักจะจบด้วยสกอร์สูงบ่อยครั้ง เมื่อฝ่ายหนึ่งกำลังมั่นใจสุดขีดและอีกฝ่ายไม่มีอะไรจะเสีย เกมที่เปิดแลกกันแบบนี้สกอร์ไหลทะลุเรต 2.5 ได้ไม่ยากเย็น
ฟันธง : วางสกอร์สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : โคเวนทรี่ 2-1 พอร์ทสมัธ
ความมั่นใจ : 82%
อินเตอร์ มิลาน vs โคโม่ ( โคปา อิตาเลีย คัพ )
ศึกสายเลือดแคว้นลอมบาร์เดียในบอลถ้วย อินเตอร์ มิลาน มักจะใช้รายการนี้ในการหมุนเวียนผู้เล่นสำรองและดาวรุ่งลงสนาม ซึ่งทำให้เกมรุกดูสดใหม่แต่เกมรับก็อาจจะมีช่องว่างให้เห็นบ้าง ขณะที่ โคโม่ ของ เชส ฟาเบรกาส มีปรัชญาทำทีมเน้นการครองบอลและต่อบอลบุกสู้แบบไม่กลัวเกรงยักษ์ใหญ่ สถิติการพบกันในรายการนี้มักจะมีประตูเกิดขึ้นมากมาย เพราะเป็นบอลนัดเดียวจอดที่ต่างฝ่ายต่างต้องการชัยชนะ ด้วยมาตรฐานนักเตะของทัพ “งูใหญ่” ที่เหนือกว่าบวกกับความใจสู้ของทีมเยือน เชื่อว่าจะมีประตูเกิดขึ้นอย่างน้อย 3 เม็ดตามเรต
ฟันธง : วางสกอร์สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : อินเตอร์ มิลาน 3-1 โคโม่
ความมั่นใจ : 80%
— กุนซือไร้เงา —
เซาแธมป์ตัน – บริสตอล ซิตี้ (แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ)
คู่นี้ต้องบอกว่า เซาแธมป์ตัน กำลังอยู่ในช่วงเร่งเครื่องทำแต้มเพื่อลุ้นเลื่อนชั้นแบบจริงจัง ฟอร์มในบ้านแข็งแกร่งมาก จุดเด่นคือเกมรุกที่หลากหลาย เดินเกมกดดันคู่แข่งได้ตลอด 90 นาที เล่นด้วยความมั่นใจและมีเป้าหมายชัดเจน
ส่วนทาง บริสตอล ซิตี้ สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างลอยตัวกลางตาราง แรงจูงใจในการบุกมาตัดแต้มถือว่าน้อยกว่าเจ้าบ้านพอสมควร แถมเกมเยือนก็ยังไม่ค่อยนิ่ง มีโอกาสโดนกดทั้งเกม
ภาพรวมแล้วด้วยระดับชั้นบอลที่เหนือกว่า บวกกับแรงฮึดในการลุ้นเลื่อนชั้น เชื่อว่า 1 ลูกมีลุ้นกินเต็ม และอาจมีไหลถึงลูกสองได้เลย
👉 แนะนำ: ต่อ เซาแธมป์ตัน 1
💯 ระดับความมั่นใจ: 85%
⚽️ ผลบอลที่คาด: 2-0
ราซิ่ง เกงค์ – ชาเลอร์รัว (เบลเยี่ยม โปรลีก)
มาต่อกันที่คู่นี้ ราซิ่ง เกงค์ ในฐานะเจ้าบ้านน่าจะเลือกเล่นแบบรัดกุม เน้นครองเกมเพื่อรักษาพื้นที่บนตารางคะแนน ไม่ได้เปิดแลกแบบบ้าระห่ำเหมือนบางช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่ ชาเลอร์รัว มาในแผนถนัดคือเน้นตั้งรับลึก รอจังหวะสวนกลับเป็นหลัก ซึ่งสไตล์แบบนี้ทำให้เกมมักออกมาอึดอัด ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้เล่นเกมรุกมากนัก
ยิ่งดูจากสถิติการเจอกันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นเกมชิงจังหวะในแดนกลาง ไม่ได้เปิดเกมแลกกันแบบยิงกระจาย โอกาสที่จะมีสกอร์ถล่มทลายจึงค่อนข้างน้อย
เรตราคา 2.75 ถือว่าสูงไปนิดเมื่อเทียบกับแท็กติกของทั้งสองทีม เกมนี้วาง “ต่ำ” ยังไงก็ดูปลอดภัยกว่า
👉 แนะนำ: ต่ำ ราคา 2.75
💯 ระดับความมั่นใจ: 90%
⚽️ ผลบอลที่คาด: ยิงเข้าไม่ถึง 2 ลูก
ล็องส์ – ตูลูส (เฟร้นช์ คัพ)
ปิดท้ายกันที่บอลถ้วยสำคัญของฝรั่งเศส เกมนี้ ล็องส์ ได้เปรียบค่อนข้างเยอะจากการเล่นในบ้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งหลักของทีมในฤดูกาลนี้
ทั้งระบบทีมเวิร์ค ความเข้าใจเกม และระเบียบวินัยในเกมรับดูดีกว่าอย่างชัดเจน แถมเกมรุกก็มีความเฉียบคมมากขึ้นเรื่อยๆ
ฝั่ง ตูลูส ฟอร์มนอกบ้านยังไม่น่าไว้ใจ ความสม่ำเสมอยังขาด และมีปัญหาเรื่องการเสียประตูง่าย โดยเฉพาะเวลาโดนกดดันต่อเนื่อง
ราคาต่อ 0.75 มองว่าไม่แพงเลยสำหรับเจ้าบ้านที่มาตรฐานเหนือกว่า เกมนี้มีลุ้นเบียดชนะ หรืออาจยิงขาดได้ด้วยซ้ำ
👉 แนะนำ: ต่อ ล็องส์ 0.75
💯 ระดับความมั่นใจ: 90%
⚽️ ผลบอลที่คาด: 3-1
… เทพสนามนิรนาม …
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าเป็นทีมที่ขยับเข้าใกล้ลายเซ็นของ คาริม อเดเยมี ปีกความเร็วสูงของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มากที่สุดในขณะนี้ โดยสื่อเยอรมนีรายงานว่าแข้งทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปีรายนี้กลายเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของกลุ่ม INEOS ที่ต้องการยกระดับเกมรุกฝั่งซ้าย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งร่วมลีกอย่างเชลซีและนิวคาสเซิล แต่อเดเยมิถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าเป้าหมายอื่นอย่าง ยาน ดิโอมองเด เนื่องจากเขามีความสามารถรอบด้านที่เล่นได้ทั้งตัวรุกและวิงแบ็ก รวมถึงมีสถิติความเร็วที่ติดอันดับท็อปของประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา ซึ่งน่าจะเขย่าขวัญแนวรับในพรีเมียร์ลีกได้ไม่ยาก ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ดีลนี้สำเร็จคือ “จอร์จ เมนเดส” เอเยนต์ชื่อดังระดับโลกที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ให้อเดเยมิ ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมกับบอร์ดบริหารของปีศาจแดง หลังเคยช่วยประสานงานในดีลของ เลนี่ โยโร่ และ มานูเอล อูการ์เต้ มาแล้วก่อนหน้านี้ การที่สัญญาของนักเตะกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายและมีรายงานความขัดแย้งกับกุนซือ นิโก โควัช ทำให้ดอร์ทมุนด์อาจยอมเปิดการเจรจาในราคาประมาณ 65-70 ล้านยูโร (ราว 55-60 ล้านปอนด์) ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ประหยัดกว่าเป้าหมายรายอื่นที่มีราคาพุ่งสูงเกิน 100 ล้านยูโรไปแล้วในตลาดปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีจุดเด่นเรื่องความเร็วจัดจ้านและค่าตัวที่สมเหตุสมผล แต่ผลงานในสนามที่ทำไปเพียง 7 ประตูและ 4 แอสซิสต์ในลีก รวมถึงข่าวลือเรื่องปัญหาด้านวินัยนอกสนาม กลายเป็นสัญญาณเตือนที่ทีมงานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากนโยบายใหม่ภายใต้การนำของ เซอร์ แคม ม์เบลล์ และทีมบริหารชุดปัจจุบัน เน้นการสร้างทีมด้วยนักเตะที่มีทัศนคติและจิตใจที่แข็งแกร่งเป็นหลัก ดังจะเห็นได้จากการเข้มงวดกับระเบียบวินัยของนักเตะในทีมตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา
บทสรุปของดีลนี้จึงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความเสี่ยงที่คุ้มค่า” กับ “ความแน่นอนในระยะยาว” เพราะอเดเยมิคือนักเตะที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ด้วยจังหวะกระชากเพียงครั้งเดียว แต่อาจต้องใช้การบริหารจัดการที่รัดกุมหากย้ายมายังโอลด์ แทรฟฟอร์ด จริงๆ ในขณะที่ตัวเลือกอย่าง ดิโอมองเด แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่ก็ถูกมองว่ามีความมั่นคงด้านทัศนคติมากกว่า ซึ่งในช่วงซัมเมอร์ที่กำลังจะถึงนี้ แฟนบอลเรดเดวิลส์คงต้องลุ้นกันว่าสโมสรจะเลือกเดินหน้าคว้าตัวแข้งจอมจี๊ดรายนี้เข้ามาสร้างความแตกต่างในโรงละครแห่งความฝันหรือไม่
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือระดับตำนานชาวโปรตุเกสวัย 63 ปี ตกเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อสเปนอีกครั้ง หลังมีชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่มีโอกาสกลับมาคุมทัพ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลหน้า เพื่อแทนที่ อัลวาโร อาร์เบโลอา อดีตลูกศิษย์ที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกปลดหลังจบซีซั่น โดยมูรินโญ่ซึ่งปัจจุบันคุมทีมเบนฟิก้าในลีกโปรตุเกส และพาทีมทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจนับตั้งแต่เข้ามารับงานเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการเข้ามาผ่าตัดทีมชุดขาวให้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง แม้จะมีรายงานว่า “เดอะ สเปเชียล วัน” ยินดีที่จะรับฟังข้อเสนอจากถิ่นซานติอาโก เบอร์นาเบว โดยเฉพาะจากประธานสโมสร ฟลอเรนติโน เปเรซ ที่เขายังคงมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอย่างแน่นแฟ้น ทว่าตามรายงานล่าสุดจาก Mundo Deportivo ระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่ออย่างเป็นทางการใดๆ จากเรอัล มาดริด ไปยังมูรินโญ่หรือตัวแทนของเขา แม้เจ้าตัวจะเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์แบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่าไม่สามารถ “การันตี” อนาคตกับเบนฟิก้าได้ยาวถึงฤดูกาลหน้า แต่ในทางปฏิบัติเขายังคงมีพันธะสัญญาอยู่กับยอดทีมแห่งลิสบอนจนถึงปี 2027
ในแวดวงบริหารของสโมสรเรอัล มาดริด ยังไม่มีความคาดหวังที่ชัดเจนว่าการคัมแบ็กครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเกิดขึ้นจริงในเร็วๆ นี้ โดยคนวงในบางส่วนเชื่อว่าโอกาสที่มูรินโญ่จะกลับมาในตอนนี้ยังคงมีค่าน้ำหนักที่น้อย เนื่องจากสโมสรยังมีตัวเลือกบิ๊กเนมรายอื่นที่อยู่ในข่ายพิจารณาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ หรือแม้แต่ ลิโอเนล สกาโลนี ซึ่งล้วนเป็นโค้ชฝีมือดีที่สโมสรกำลังจับตามองเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในช่วงซัมเมอร์
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในถิ่นเบอร์นาเบวมักจะเปลี่ยนแปลงได้เสมอตามผลงานในสนามที่เกิดขึ้นวันต่อวัน แม้มูรินโญ่จะเคยปฏิเสธการรับงานต่อจาก ชาบี อลองโซ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ด้วยเสน่ห์ของสโมสรที่เขามีความผูกพันเป็นพิเศษ ประกอบกับกระแสเรียกร้องจากแฟนบอลบางส่วนที่อยากเห็นสไตล์การคุมทีมที่ดุดันของเขากลับมาอีกครั้ง ทำให้ชื่อของมูรินโญ่จะยังคงถูกโยงเข้ากับการ “ปฏิวัติ” ของราชันชุดขาวไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างเป็นทางการ
อาร์เซนอล ตกเป็นข่าวฮือฮาว่ากำลังพิจารณาแผนการสุดช็อกในการดึงตัว ลูคัส เบิร์กวัลล์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งอนาคตไกลของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คู่ปรับตลอดกาลมาเทียมเอมิเรตส์ สเตเดียม โดยสื่ออย่าง CaughtOffside รายงานว่าทัพ “ปืนใหญ่” และเชลซีต่างกำลังจับตาดูสถานการณ์ของแข้งทีมชาติสวีเดนวัย 20 ปีรายนี้อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ทัพ “ไก่เดือยทอง” ต้องเผชิญกับฤดูกาลที่ยากลำบากและสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งอาจบีบให้สโมสรต้องปล่อยเพชรเม็ดงามออกไปเพื่อพยุงฐานะทางการเงิน แม้ทางสเปอร์สจะขีดเส้นใต้ว่าเบิร์กวัลล์คือผู้เล่นที่ “ไม่ได้มีไว้ขาย” และมองว่าเขาคือหัวใจสำคัญในแดนกลางระยะยาวถึง 5 ปี (สัญญาถึงปี 2031) แต่สถานะในลีกที่ยังไม่แน่นอนหลังเพิ่งทำได้เพียงเสมอไบรท์ตัน 2-2 ทำให้สถานการณ์อาจเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายสำหรับแฟนบอลสเปอร์ส หากทีมต้องร่วงไปเล่นในระดับแชมเปี้ยนชิพจริงๆ สคริปต์ที่เคยวางไว้ว่าเขาเป็นแข้งที่แตะต้องไม่ได้อาจถูกฉีกทิ้ง และเปิดทางให้คู่แข่งร่วมลอนดอนเหนือเข้ามาเจรจาคว้าตัวนักเตะที่ได้รับฉายาว่า “นิว อีริคเซ่น” รายนี้ได้ทันที
รายงานระบุว่า หากมีการเปิดเจรจาเกิดขึ้นจริง ค่าตัวของเบิร์กวัลล์จะเริ่มต้นที่ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ (ราว 56 ล้านยูโร) ซึ่งถือเป็นราคาที่สะท้อนถึงศักยภาพระดับโลกของนักเตะที่ทำไปแล้ว 1 ประตู 5 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ แม้จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงต้นปีจนทำให้ทีมขาดกำลังหลักไปหลายนัด แต่ความสามารถเฉพาะตัวและวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลของเขายังคงเป็นที่ต้องการของบรรดายักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป รวมถึงบาร์เซโลนาที่ยังคงเฝ้าดูสถานการณ์นี้อยู่เช่นกัน
การย้ายข้ามฟากจากสเปอร์สมาอาร์เซนอลของเบิร์กวัลล์ถูกมองว่าจะเป็นดีลที่สร้างความขัดแย้งและดราม่าครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดนักเตะลอนดอนเหนือ ทว่าสำหรับอาร์เซนอลที่กำลังมองหาทางเลือกที่หลากหลายในแดนกลางเพื่อยกระดับทีมลุ้นแชมป์ ความเสี่ยงครั้งนี้ถือเป็นความคุ้มค่าที่น่าลอง โดยมีรายงานว่าทีมงานเบื้องหลังของมิเกล อาร์เตต้า พร้อมจะยื่นข้อเสนอที่ “สร้างสรรค์” เพื่อโน้มน้าวใจดาวรุ่งชาวสวีเดนให้เลือกสีเสื้อสีแดงในฤดูกาลหน้า
เลชเช่ vs ฟิออเรนติน่า ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
ทัพ “ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่า กำลังอยู่ในช่วงขับเคี่ยวเพื่อทำอันดับไปลุยฟุตบอลยุโรป ขุมกำลังชุดนี้มีความสมดุลสูงโดยเฉพาะแผงมิดฟิลด์ที่คุมจังหวะเกมได้ดีและมีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะ ด้านเจ้าบ้าน เลชเช่ ยังคงวนเวียนอยู่กับการหนีตกชั้น ผลงานในบ้านช่วงหลังเริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด ปัญหาสำคัญคือแนวรับที่มักจะสมาธิหลุดในช่วงท้ายเกม สถิติการพบกันย้อนหลังมักจะเป็นฟิออเรนติน่าที่ทำได้ดีกว่าและมีเขี้ยวเล็บที่คมกว่าในจังหวะฉาบฉวย เรตราคาครึ่งลูกวัดใจแบบนี้ เชื่อว่าทีมเยือนที่มาตรฐานสูงกว่าจะบุกมาเบียดคว้า 3 แต้มกลับออกไปได้
ฟันธง : ต่อ ฟิออเรนติน่า 0.5
สกอร์ที่คาด : เลชเช่ 0-1 ฟิออเรนติน่า
ความมั่นใจ : 83%
โบโตซานี่ vs เมต้าล๊อกโลบูส ( โรมาเนีย ซุปเปอร์ลีก้า )
โบโตซานี่ ทีมแกร่งเจ้าถิ่นพกสถิติการเล่นในบ้านที่ดุดันและเสียประตูน้อยมาก โดยเฉพาะยามเจอทีมในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่า พวกเขามักจะเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ฝั่งผู้มาเยือน เมต้าล๊อกโลบูส สภาพทีมค่อนข้างร่อแร่ ฟอร์มการเล่นนอกบ้าน 5 นัดหลังสุดแพ้ไปถึง 4 นัดและเสียประตูรวมมากกว่า 10 ลูก จุดอ่อนสำคัญคือความเร็วของแผงหลังที่มักจะตามแนวรุกความเร็วสูงไม่ทัน เมื่อพิจารณาจากแรงจูงใจที่เจ้าบ้านต้องการทำแต้มเพื่อขยับอันดับ และคุณภาพนักเตะที่เหนือกว่าชัดเจน เชื่อว่าเกมนี้โบโตซานี่จะเปิดบ้านไล่ต้อนเอาชนะไปได้แบบขาดลอยเกินแต้มต่อ
ฟันธง : ต่อ โบโตซานี่ 1.5
สกอร์ที่คาด : โบโตซานี่ 2-0 เมต้าล๊อกโลบูส
ความมั่นใจ : 81%
เมียดิซ เลกนิก้า vs โกลนิค เลชน่า ( โปแลนด์ 1 ลีก้า )
เมียดิซ เลกนิก้า จ่าฝูงของลีกกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มพีคสุดๆ ชนะรวดมาในบ้าน 4 นัดหลังสุดและมีเกมรุกที่หลากหลายที่สุดในลีก ระบบทีมเวิร์กของพวกเขาลงตัวมากโดยเฉพาะการเข้าทำจากริมเส้น ส่วนทางด้าน โกลนิค เลชน่า แม้จะเป็นทีมที่เล่นได้เหนียวแน่น แต่ยามออกนอกบ้านมักจะมีอาการแกว่งให้เห็นบ่อยครั้งและมักจะเสียประตูจากลูกกลางอากาศซึ่งเป็นจุดเด่นของเจ้าบ้าน สถิติ Head-to-Head ยิ่งตอกย้ำความห่างชั้นเพราะเจ้าบ้านไม่เคยแพ้คาถิ่นให้กับทีมเยือนรายนี้มานานหลายปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษาบัลลังก์จ่าฝูง 1 เม็ดมีแน่ ลุ้นเม็ดสองกินเต็มพิกัดได้เลย
ฟันธง : ต่อ เมียดิซ เลกนิก้า 1
สกอร์ที่คาด : เมียดิซ เลกนิก้า 2-0 โกลนิค เลชน่า
ความมั่นใจ : 80%
— กุนซือไร้เงา —
ชักตาร์ โดเน็ตส์ vs โปลิเซีย (ยูเครน พรีเมียร์ลีก)
ชักตาร์ช่วงนี้สไตล์ยังชัดคือเน้นเกมรุก เดินเกมเร็วและพยายามกดดันต่อเนื่อง เวลาได้บอลจะเร่งขึ้นเกมทันที ทำให้สร้างโอกาสยิงได้หลายจังหวะ เกมดูเปิดและมีความต่อเนื่องในพื้นที่สุดท้าย โปลิเซียไม่ได้มาเน้นรับอย่างเดียว เกมรุกยังมีจังหวะสวนกลับและกล้าเล่นพอสมควร ทำให้เกมมีโอกาสแลกกัน แต่จุดที่เห็นคือเวลาโดนบุกต่อเนื่อง เกมรับยังมีหลุดง่ายและเสียพื้นที่หน้ากรอบ ภาพรวมเกมนี้ทรงมาเปิด ชักตาร์จะเป็นฝ่ายเดินเกมใส่ ส่วนทีมเยือนก็มีจังหวะตอบโต้ ทำให้มีโอกาสยิงกันหลายลูกและสกอร์ไหลได้
ฟันธง : สูง 2/2.5
สกอร์ที่คาด : ชักตาร์ 2-1 โปลิเซีย
ระดับความมั่นใจ : 82%
ลา คอรุนญ่า vs มิรานเดส (ลาลีกา 2 สเปน)
ลา คอรุนญ่าช่วงนี้เวลาเล่นในบ้านดูมั่นใจ เกมรุกมีความต่อเนื่องและขึ้นบอลได้ดี พยายามกดดันคู่แข่งตั้งแต่ต้น ทำให้สร้างโอกาสเข้าทำได้เรื่อย ๆ การเคลื่อนที่ช่วยเปิดช่องให้จบสกอร์ง่ายขึ้น มิรานเดสช่วงหลังยังดูเป็นรอง เกมรุกมีจังหวะขึ้นบอลได้บ้างแต่ไม่ต่อเนื่อง และเวลาเจอทีมที่เดินเกมเร็วจะเสียจังหวะง่าย เกมรับก็มีช่องว่างให้เห็น โดยเฉพาะตอนโดนบุกติดกันมักเสียพื้นที่สำคัญ ภาพรวมเกมนี้ ลา คอรุนญ่าดูเหนือกว่าทั้งจังหวะเกมและความแน่นอน ถ้าเล่นได้ตามสไตล์ มีโอกาสคุมเกมและเก็บชัยได้
ฟันธง : ต่อ ลา คอรุนญ่า 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ลา คอรุนญ่า 2-0 มิรานเดส
ระดับความมั่นใจ : 83%
เดน บอสช์ vs อูเทร็คท์(Am) (เนเธอร์แลนด์ เอร์สเตอ ดีวีซี)
เดน บอสช์ช่วงนี้เกมรุกดูมีความต่อเนื่อง การขึ้นบอลทำได้เร็วและพยายามเดินเกมบุกกดดันคู่แข่งตลอด ทำให้สร้างโอกาสยิงได้หลายครั้ง จังหวะเข้าทำดูมีความมั่นใจมากขึ้น อูเทร็คท์ชุดนี้ยังดูเป็นรอง เกมรุกมีจังหวะขึ้นบอลได้บ้างแต่ยังไม่ค่อยต่อเนื่อง และเวลาเจอทีมที่เพรสเร็วจะเสียจังหวะง่าย เกมรับก็มีหลุดให้เห็น โดยเฉพาะตอนโดนบุกติดกันมักเสียพื้นที่ ภาพรวมแล้ว เดน บอสช์ดูดีกว่าในเรื่องจังหวะเกมและความต่อเนื่อง หากเล่นได้ตามฟอร์ม มีโอกาสคุมเกมและเก็บชัยได้
ฟันธง : ต่อ เดน บอสช์ 0.5
สกอร์ที่คาด : เดน บอสช์ 2-1 อูเทร็คท์(Am)
ระดับความมั่นใจ : 82%
ตาข่ายทอง.
ก่อนหน้า 1 … 15 16 17 18 19 … 88 ถัดไป »