เบรนท์ฟอร์ด vs ฟูแล่ม ( พรีเมียร์ลีก อังกฤษ )
ศึก “ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์” ฉบับบ้านใกล้เรือนเคียงที่เจอกันทีไรมักจะเปิดเกมแลกกันสนุกทุกครั้ง เจ้าบ้านเบรนท์ฟอร์ดภายใต้การทำทีมของ โธมัส แฟรงค์ ยังคงเน้นสไตล์การเล่นที่ดุดันและลูกกลางอากาศที่อันตราย โดยเฉพาะยามเล่นในถิ่น จีเทค คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม ที่พวกเขามักจะมีสกอร์มาฝากแฟนบอลเสมอ ด้านฟูแล่มของ มาร์โก ซิลวา ก็ไม่ใช่ทีมที่เน้นรับลึก พวกเขามีเกมริมเส้นที่รวดเร็วและกองหน้าที่มีความเฉียบคม สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการมีสกอร์รวมเกิดขึ้นถึง 19 ประตู (เฉลี่ยเกือบ 4 ลูกต่อเกม) และเป็นการทำประตูได้ทั้งสองฝั่งแทบทุกนัด เมื่อพิจารณาจากแรงจูงใจที่ทั้งคู่ต่างต้องการขยับอันดับในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล เชื่อว่าเกมจะเปิดหน้าแลกกันตั้งแต่ต้น และสกอร์รวมจะไหลทะลุเรต 2.75 ได้ไม่ยาก
ฟันธง : วางสกอร์สูง 2.75
สกอร์ที่คาด : เบรนท์ฟอร์ด 2-2 ฟูแล่ม
ความมั่นใจ : 83%
ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต vs RB ไลป์ซิก ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
แฟร้งค์เฟิร์ตเจ้าถิ่นฟอร์มช่วงหลังเริ่มมีแกว่งให้เห็น โดยเฉพาะปัญหาการขาดความสม่ำเสมอในแดนกลางที่มักจะเสียบอลในพื้นที่อันตรายบ่อยครั้ง สวนทางกับทีมเยือนอย่าง RB ไลป์ซิก ที่กำลังอยู่ในช่วงลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างเต็มตัว ขุมกำลังของไลป์ซิกดูเหนือกว่าชัดเจน โดยเฉพาะการทำเกมรุกที่รวดเร็วและแม่นยำ นำโดย มิคาเอล โอลิเซ่ ที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มหลังคว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมยุโรปมาหมาดๆ สถิติชี้ชัดว่ายามไลป์ซิกต้องเจอกับทีมระดับกลางถึงบน พวกเขามักจะใช้ความเคี่ยวและระบบทีมที่ลงตัวกว่าบดเอาชนะไปได้เสมอ แม้แฟร้งค์เฟิร์ตจะสู้ได้ดีในบ้านแต่ด้วยความกดดันและความเฉียบขาดที่ต่างกัน เชื่อว่าไลป์ซิกจะบุกมาเบียดคว้า 3 แต้มกลับออกไปได้
ฟันธง : ต่อ RB ไลป์ซิก 0.5
สกอร์ที่คาด : แฟร้งค์เฟิร์ต 1-2 RB ไลป์ซิก
ความมั่นใจ : 80%
แอตฯ มาดริด(N) vs เรอัล โซเซียดาด ( โคปา เดล เรย์ สเปน )
เกมนัดชิงชนะเลิศ (หรือรอบลึกในสเตเดี้ยมกลาง) ของศึกบอลถ้วยสเปน เป็นการเจอกันของสองทีมที่มีระบบการเล่นชัดเจน แอตฯ มาดริด ของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ในปี 2026 นี้มีการปรับเปลี่ยนสไตล์มาเน้นเกมบุกที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ได้อุดเหนียวแน่นเหมือนเก่า ขณะที่เรอัล โซเซียดาด เป็นทีมที่ต่อบอลสั้นและเข้าทำได้สวยงามอยู่แล้ว สถิติยามคู่นี้เจอกันมักจะมีการทำประตูให้เห็นทั้งสองฝั่ง และด้วยความที่เป็นนัดตัดสินผลแพ้ชนะ หากมีใครเสียประตูแรกก่อน เกมจะเปิดกว้างทันทีเพราะอีกฝ่ายต้องโหมบุกคืน เรต 2.5 ถือว่าไม่สูงจนเกินไปสำหรับคู่ชิงที่ศักยภาพแนวรุกจัดจ้านแบบนี้ เชื่อว่าลูกที่สามมีมาให้เห็นแน่นอน
ฟันธง : วางสกอร์สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : แอตฯ มาดริด 2-1 เรอัล โซเซียดาด
ความมั่นใจ : 82%
— กุนซือไร้เงา —
ลีดส์ ยูไนเต็ด vs วูล์ฟแฮมป์ตัน (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
ลีดส์ช่วงนี้จังหวะเกมดูมั่นใจขึ้น การเดินเกมรุกเน้นความเร็วและความต่อเนื่อง พยายามเพรสสูงและบุกใส่ตั้งแต่ต้น ทำให้คู่แข่งตั้งเกมลำบาก หลายจังหวะสามารถสร้างโอกาสยิงได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้าทำที่ดูมีพลังมากขึ้น วูล์ฟแฮมป์ตันยังมีปัญหาเวลาเจอทีมที่เล่นเร็วและกดดันหนัก เกมรับมักเสียจังหวะง่าย พอถอยลงมาตั้งรับลึกจะเริ่มมีช่องให้เห็น โดยเฉพาะหน้ากรอบเขตโทษที่ปล่อยให้คู่แข่งได้ลองยิงบ่อย เกมรุกมีสวนกลับก็จริงแต่ยังไม่ค่อยต่อเนื่อง ภาพรวมเกมนี้ ลีดส์ดูเหนือกว่าในเรื่องจังหวะเกมและความต่อเนื่องของการบุก ถ้าเดินเกมได้ตามสไตล์ มีโอกาสคุมเกมและเก็บชัยได้ตามเรต
ฟันธง : ต่อ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-1 วูล์ฟแฮมป์ตัน
ระดับความมั่นใจ : 83%
นาโปลี vs ลาซิโอ้ (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
นาโปลีช่วงนี้เกมรุกดูไหลลื่น การต่อบอลและการเคลื่อนที่ทำได้ดีมาก เวลาบุกจะพยายามกดดันต่อเนื่อง ทำให้สามารถสร้างโอกาสเข้าทำได้เรื่อย ๆ จุดเด่นคือความหลากหลายในเกมรุกและจังหวะจบสกอร์ที่เฉียบ ลาซิโอ้ภาพรวมยังเล่นได้ดี แต่ช่วงหลังจังหวะเกมดูดรอปลงไปบ้าง โดยเฉพาะเวลาเจอทีมที่บุกเร็วจะเริ่มเสียจังหวะง่าย เกมรับมีหลุดให้เห็น และพอโดนกดดันต่อเนื่องมักเสียพื้นที่สำคัญ ภาพรวมเกมนี้ นาโปลีดูเหนือกว่าในเรื่องความต่อเนื่องและจังหวะเข้าทำ ถ้าเล่นได้ตามสไตล์ มีโอกาสคุมเกมและเบียดเก็บชัยได้
ฟันธง : ต่อ นาโปลี 0.5/1
สกอร์ที่คาด : นาโปลี 2-1 ลาซิโอ้
ระดับความมั่นใจ : 83%
ทรัวส์ vs บูโลญจน์ (ลีกเดอซ์ ฝรั่งเศส)
ทรัวส์ช่วงนี้เกมรุกมีความต่อเนื่อง การขึ้นบอลทำได้เร็วและพยายามกดดันคู่แข่งตลอด ทำให้สร้างโอกาสยิงได้หลายจังหวะ จังหวะเข้าทำดูมีความมั่นใจมากขึ้น บูโลญจน์ยังดูเป็นรองชัด เกมรุกไม่ค่อยมีความต่อเนื่อง การขึ้นบอลยังดูติดขัด และเวลาเจอทีมที่เดินเกมเร็วจะเสียจังหวะง่าย เกมรับก็มีช่องว่างให้เห็น โดยเฉพาะตอนโดนบุกต่อเนื่องมักเสียพื้นที่ ภาพรวมเกมนี้ ทรัวส์ดูเหนือกว่าทั้งจังหวะเกมและความเฉียบ หากเดินเกมได้ตามฟอร์ม มีโอกาสคุมเกมและเก็บชัยได้
ฟันธง : ต่อ ทรัวส์ 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ทรัวส์ 2-0 บูโลญจน์
ระดับความมั่นใจ : 83%
ตาข่ายทอง.
ชาบี อลอนโซ่ อดีตมิดฟิลด์ขวัญใจชาวเดอะ ค็อป ยังคงไม่มีวี่แววจะได้คัมแบ็กสู่ถิ่นแอนฟิลด์ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่ตามกระแสเรียกร้อง โดยรายงานล่าสุดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อย่าง เดวิด ออร์นสไตน์ ระบุว่ากลุ่มทุน FSG ยังคงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะมอบความไว้วางใจให้ อาร์เน ทำงานต่อไป แม้ว่ากุนซือชาวดัตช์จะพาลิเวอร์พูลทำผลงานย่ำแย่จนสุ่มเสี่ยงต่อการพลาดตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้าก็ตาม โดยบอร์ดบริหารยังมองว่าเขาคือคนที่เหมาะสมในการประคองทีมผ่านวิกฤตนี้ ปัจจุบันอลอนโซ่ในวัย 44 ปี กำลังอยู่ในช่วงว่างงานหลังแยกทางกับเรอัล มาดริด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งแม้ช่วงเวลาในสเปนจะสั้นแต่ผลงานในอดีตกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่พาทีมคว้าดับเบิลแชมป์แบบไร้พ่ายยังคงเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือระดับสูง ยิ่งไปกว่านั้นในทีมลิเวอร์พูลชุดปัจจุบันยังมีศิษย์เก่าคู่ใจอย่าง ฟลอเรียน วิร์ตซ์ และ เจเรมี ฟริมปง ที่เคยร่วมงานกับเขาจนประสบความสำเร็จอย่างสูงในบุนเดสลีกา ทำให้แฟนบอลหลายคนมองว่าอลอนโซ่คือ “จิ๊กซอว์” ที่จะเข้ามาดึงศักยภาพสูงสุดของนักเตะออกมาได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการถามตอบกับ The Athletic ยืนยันว่าชื่อของอลอนโซ่ยังไม่ได้อยู่ในลิสต์การพิจารณาของ FSG เลยในขณะนี้ แม้ว่าสัญญาของ อาร์เน จะเหลือเพียงแค่ปี 2027 และยังไม่มีการขยับเขยื้อนเรื่องสัญญาฉบับใหม่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสโมสรอาจกำลังทำพลาดซ้ำรอยในอดีตหากไม่ยอมพิจารณากุนซือฝีมือดีที่กำลังว่างงานอยู่ ซึ่งสถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับตอนที่ทีมรีบคว้าตัว เจอร์เกน คล็อปป์ ทันทีที่เขากลายเป็นกุนซือว่างงานและพาทีมไปสู่จุดสูงสุดในเวลาต่อมา
บทสรุปในตอนนี้ลิเวอร์พูลจึงยังคงเลือกเดินหน้าต่อด้วยแนวทางเดิม โดยให้การสนับสนุน อาร์เน อย่างเต็มที่แม้ผลงานจะตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม ท่ามกลางความกังวลว่าหาก FSG ยังคงเพิกเฉยต่อโอกาสในการคว้าตัวอลอนโซ่ และปล่อยให้เขาถูกทีมคู่แข่งรายอื่นคว้าตัวไปประสบความสำเร็จแทน หงส์แดงอาจต้องเสียใจภายหลังกับการตัดสินใจรักษาความภักดีที่อาจไม่คุ้มค่าในระยะยาว หากทีมยังไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์ในสนามให้กลับมาดีขึ้นได้โดยเร็ว
ดาวิด อลาบา ปราการหลังสารพัดประโยชน์ของเรอัล มาดริด ยืนยันการตัดสินใจอำลาถิ่นซานติอาโก เบอร์นาเบว แบบไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ทันทีที่หมดสัญญา ข่าวนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาให้ความสนใจในตัวเขาอีกครั้ง ตามนโยบายของทีมงานสรรหานักเตะที่กำลังประเมินตลาดฟรีเอเจนต์เพื่อหาผู้เล่นระดับโลกเข้ามาเสริมทัพโดยไม่กระทบงบประมาณหลัก ซึ่งอลาบาถือเป็นเป้าหมายที่มีเสน่ห์ด้วยดีกรีความสำเร็จและทักษะการเล่นที่ได้รับการยกย่องว่า “เก่งเกินไปในทุกตำแหน่ง” ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก แบ็กซ้าย หรือกองกลางตัวรับ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ “ปีปีศาจแดง” จำเป็นต้องพิจารณาอลาบา คือวิกฤตความไม่แน่นอนในแนวรับ โดยเฉพาะปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังของ มัทไธส์ เดอ ลิกต์ ที่สร้างความกังวลใจให้สโมสรมาตลอด ประสบการณ์โชกโชนในการเล่นกับสโมสรระดับท็อปและความสามารถในการจ่ายบอลที่แม่นยำของดาวเตะวัย 33 ปีรายนี้ จะช่วยเพิ่มมิติและความหลากหลายให้กับทีมได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม สโมสรยังคงต้องชั่งน้ำหนักกับประวัติการบาดเจ็บของอลาบาเองที่มีปัญหาบริเวณน่องจนทำให้ลงสนามได้เพียง 13 นัดในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องแลกกับลายเซ็นของนักเตะระดับโลก
นอกเหนือจากอลาบาแล้ว แมนยูฯ ยังมีทางเลือกที่ดูเสี่ยงน้อยกว่าอย่าง มาร์กอส เซเนซี กองหลังวัย 28 ปีจากบอร์นมัธ ที่กำลังจะหมดสัญญาเช่นกันและมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาแล้วอย่างโชกโชน แม้เซเนซีจะได้รับความสนใจจากลิเวอร์พูล แต่หากยูไนเต็ดสามารถปาดหน้าคว้าตัวมาได้ก็นับเป็นดีลที่คุ้มค่าในระยะยาวเนื่องจากช่วงอายุที่น้อยกว่าอลาบาถึง 5 ปี ทว่าหากพลาดหวังจากเป้าหมายหลัก อลาบายังคงเป็นตัวเลือกสำรองคุณภาพสูงที่สามารถประคองทีมในเกมใหญ่และช่วยประหยัดงบประมาณเพื่อไปทุ่มซื้อกองกลางตามแผนงานหลักได้
บทสรุปของการเสริมทัพในซัมเมอร์นี้จึงอยู่ที่การตัดสินใจของบอร์ดบริหารว่าจะเลือก “ความเก๋าที่มาพร้อมความเสี่ยง” ของอลาบา หรือจะเดินหน้าคว้าตัวเลือกที่ “สดและมั่นคง” กว่าอย่างเซเนซี ในขณะที่ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ รายงานว่าหลายสโมสรเริ่มติดต่อหาดาวเตะชาวออสเตรียรายนี้แล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงต้องเร่งขยับตัวหากไม่อยากพลาดโอกาสทองในการได้นักเตะระดับโลกมาเสริมทีมแบบฟรีๆ เพื่อกอบกู้ความสำเร็จกลับคืนสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในฤดูกาลหน้า
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ภายใต้การนำของกุนซือ โรแบร์โต เด แซร์บี กำลังตกเป็นข่าวใหญ่ในตลาดซื้อขายนักเตะ หลังมีรายงานระบุว่าสโมสรกำลังเปิดโต๊ะเจรจาขั้นสูงเพื่อคว้าตัว มาร์กอส เซเนซี ปราการหลังชาวอาร์เจนตินาของบอร์นมัธมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 นี้ โดยเด แซร์บี มองว่าดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาปฏิรูปแผงหลังของทีมขนานใหญ่ หลังจากที่ฤดูกาลนี้สเปอร์สต้องเผชิญกับปัญหาเกมรับที่รั่วไหลจนทำให้อันดับร่วงลงไปอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างน่าใจหาย ความสนใจในตัวเซเนซีเกิดขึ้นท่ามกลางสถิติส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมของเขา โดยรั้งอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีกด้านการตัดบอลในฤดูกาลนี้ ซึ่งสไตล์การเล่นที่ดุดันและมีความเป็นผู้นำทำให้เขาถูกมองว่าจะเข้ามาเป็นตัวแทนระยะยาวของ คริสเตียน โรเมโร กัปตันทีมคนปัจจุบันที่แสดงท่าทีต้องการย้ายออกจากสโมสร รวมถึงสถานการณ์ของ มิกกี้ ฟาน เดอ เวน ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงท่ามกลางความสนใจจากยักษ์ใหญ่ทีมอื่น อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงทั้งหมดกับเซเนซีมีเงื่อนไขสำคัญคือสเปอร์สต้องรอดพ้นจากการตกชั้นให้ได้เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันทีมรั้งอันดับ 18 และมีคะแนนตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ 2 คะแนนในขณะที่เหลือโปรแกรมอีกเพียงไม่กี่นัด
นอกจากนี้ แผนการสร้างแนวรับใหม่ของเด แซร์บี ยังครอบคลุมไปถึงตำแหน่งแบ็กซ้าย โดยเป้าหมายหลักคือ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์วัย 32 ปี ที่เตรียมปิดฉากตำนานกับลิเวอร์พูลในฐานะนักเตะฟรีเอเจนต์ในเดือนกรกฎาคมนี้ แม้สเปอร์สจะเคยพลาดหวังจากการดึงตัวเขาในช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา แต่บอร์ดบริหารยังคงเชื่อมั่นว่าประสบการณ์และภาวะผู้นำของโรเบิร์ตสันจะเป็นรากฐานสำคัญในการประคองนักเตะรุ่นน้องและยกระดับมาตรฐานเกมรับให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในฤดูกาลหน้า
บทสรุปของ “เมกะโปรเจกต์” ในการคว้าสองแข้งเก๋าแบบฟรีโอนนี้จึงขึ้นอยู่กับผลงานในสนามช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลเป็นหลัก เพราะหากสเปอร์สไม่สามารถรักษาสถานะบนลีกสูงสุดไว้ได้ ดีลที่กำลังเจรจาอยู่อาจล่มสลายลงทันทีเนื่องจากนักเตะระดับพรีเมียร์ลีกย่อมต้องการลงเล่นในระดับสูงสุดต่อไป ในเวลานี้แฟนบอลไก่เดือยทองจึงต้องลุ้นหนักให้เด แซร์บี พาทีมฝ่าวิกฤตหนีตายให้สำเร็จ เพื่อเริ่มต้นยุคสมัยใหม่ด้วยแนวรับที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพมากกว่าเดิมในการกลับมาทวงคืนพื้นที่หัวตารางอีกครั้ง
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่งทีมเยือนอย่าง โคเวนทรี่ ซิตี้ ที่ทำได้ดีกว่าชัดเจนในการครองเกมและสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำ เพื่อเป้าหมายในการการันตีตั๋วเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในฐานะจ่าฝูง ขณะที่เจ้าบ้าน แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส สถานการณ์บีบคั้นสุดขีดเพราะต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างหนัก (รั้งอันดับ 20) แต่ฟอร์มโดยรวมกลับยังกู่ไม่กลับ โดยเฉพาะปัญหาในแนวรับที่มักจะเสียสมาธิในช่วงเวลาสำคัญ สถิติการพบกันช่วงหลังโคเวนทรี่ข่มมิดไม่แพ้เลยตลอด 10 นัดหลังสุด แม้แบล็คเบิร์นจะพยายามใช้ความได้เปรียบในถิ่น อีวูด พาร์ค คอยตั้งรับและรอโต้กลับ แต่ด้วยความเคี่ยวและมาตรฐานทีมที่ต่างกันมาก การจะหยุดเกมรุกที่หลากหลายของทีมเยือนจึงเป็นภารกิจที่ยากลำบากสำหรับเจ้าถิ่นแน่นอน
เจ้าบ้าน แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคนปัจจุบัน กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากหลังทำแต้มหลุดมือไปบ่อยครั้ง ล่าสุดเพิ่งออกไปพ่ายชีฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มาแบบขาดลอย 0-3 ปัญหาใหญ่คือความเด็ดขาดในแดนหน้าที่ยิงได้น้อยมากในช่วงหลัง และการเสียตัวหลักในแผงกลางทำให้การเชื่อมเกมติดขัด ยิ่งต้องมารับมือกับจ่าฝูงที่กำลังกระหายชัยชนะเพื่อปิดจ๊อบการเลื่อนชั้น ยิ่งทำให้ความกดดันตกมาอยู่ที่พวกเขาแบบทวีคูณ
ฝั่งทีมเยือน โคเวนทรี่ ซิตี้ ของกุนซือแฟรงค์ แลมพาร์ด กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มและมีความลงตัวสูงมาก ขุมกำลังชุดนี้แข็งแกร่งทุกตำแหน่ง นำโดยกองหน้าฟอร์มฮอตอย่าง ฮาจิ ไรท์ ที่มักจะหาจังหวะจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคม ผสานงานกับแดนกลางที่คุมจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยระบบการเล่นที่รัดกุมและเกมบุกที่มีประสิทธิภาพ พวกเขาต้องการอีกเพียงคะแนนเดียวเพื่อการันตีการขึ้นสู่ลีกสูงสุด แต่เชื่อว่าระดับแลมพาร์ดคงสั่งลูกทีมเดินหน้าฆ่ามันเพื่อคว้า 3 แต้มและฉลองแชมป์อย่างสง่างาม
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและความสม่ำเสมอของโคเวนทรี่ที่เป็นต่ออยู่หลายขุม แม้แบล็คเบิร์นจะสู้ตายเพื่อหนีตายแต่คุณภาพนักเตะยังวัดผลกับทีมลุ้นแชมป์ได้ยาก เรตราคาที่เปิดมา ต่อ โคเวนทรี่ 0.5 ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะเจ้าถิ่นมีสถิติเกมเหย้าที่ไว้ใจไม่ได้ ขณะที่ทีมเยือนกำลังมั่นใจขีดสุดและมักจะชนะแบบกินเต็มในพิกัดนี้บ่อยครั้ง เชื่อว่าความเฉียบคมที่เหนือกว่าจะช่วยให้ทีมเยือนเบียดคว้า 3 แต้มสำคัญได้ไม่ยากเย็น
เลือกเล่น : ต่อ โคเวนทรี่ 0.5
— กุนซือไร้เงา —
อินเตอร์ มิลาน vs กาญารี่ ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
“งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน จ่าฝูงฟอร์มแกร่งกำลังเดินหน้าคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้อย่างเต็มตัว โดยนัดล่าสุดเพิ่งโชว์เกมรุกสุดดุดันบุกไปชนะโคโม่มาได้ 4-3 ขุมกำลังชุดนี้อันตรายทุกมิติ โดยเฉพาะ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ และ มาร์คุส ตูราม ที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัว สถิติการเฝ้าบ้านที่ จูเซปเป้ เมอัซซ่า ของพวกเขาน่ากลัวมาก ขณะที่กาญารี่แม้จะเพิ่งชนะมาในนัดล่าสุดแต่สถิติเกมเยือนย่ำแย่หนัก แพ้ถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุดที่ออกนอกบ้าน และเสียประตูทุกนัดยามเจอทีมใหญ่ เมื่อพิจารณาจากแรงจูงใจที่ต้องการฉลองแชมป์ต่อหน้าแฟนบอลและคุณภาพนักเตะที่ขี่กันอยู่หลายช่วงตัว เชื่อว่าอินเตอร์จะเปิดเกมบุกถล่มเอาชนะไปได้เกินแต้มต่อแน่นอน
ฟันธง : ต่อ อินเตอร์ มิลาน 1.75
สกอร์ที่คาด : อินเตอร์ มิลาน 3-0 กาญารี่
ความมั่นใจ : 85%
บล็คเบิร์น โรเวอร์ vs โคเวนทรี่ ( แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ )
ศึกชิงพื้นที่เลื่อนชั้นปะทะทีมหนีตาย “ช้างกระทืบโรง” โคเวนทรี่ ซิตี้ ในฐานะจ่าฝูงกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดภายใต้การคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด โดยต้องการเพียงคะแนนเดียวจากเกมที่เหลือเพื่อการันตีตั๋วพรีเมียร์ลีก สภาพทีมสดมากนำโดย ฮาจิ ไรท์ ดาวยิงตัวเก่งที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง สวนทางกับเจ้าบ้านแบล็คเบิร์นที่รั้งอันดับ 20 และเพิ่งโดนถล่มมา 0-3 ปัญหาใหญ่คือเกมรุกที่ฝืดสนิท ยิงได้น้อยมากในช่วงหลัง สถิติการเจอกัน 10 นัดหลังสุดโคเวนทรี่ไม่เคยแพ้แบล็คเบิร์นเลย (ชนะ 5 เสมอ 5) ด้วยแรงจูงใจที่ต้องการปิดจ๊อบเลื่อนชั้นให้ได้ในคืนนี้ ทีมเยือนที่เหนือกว่าทั้งชื่อชั้นและฟอร์มการเล่นน่าจะบุกมาเบียดชนะไปได้
ฟันธง : ต่อ โคเวนทรี่ 0.5
สกอร์ที่คาด : แบล็คเบิร์น โรเวอร์ 0-2 โคเวนทรี่
ความมั่นใจ : 82%
เฟเนร์บาห์เช่ vs ริเซสปอร์ ( ตุรกี ซุปเปอร์ลีก )
เฟเนร์บาห์เช่ รองจ่าฝูงเปิดบ้านรับการมาเยือนของริเซสปอร์ ทีมอันดับ 8 โดยสถิติการพบกันของคู่นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเดือดและสกอร์ที่ไหลมาเทมา โดยเฉลี่ยยามเจอกันมักมีประตูเกิดขึ้นสูงถึง 3.57 ลูกต่อเกม เจ้าบ้านมีแนวรุกสุดโหดนำโดย ทาลิสกา ดาวซัลโวของทีม และ เอดิน เชโก้ ที่พร้อมถล่มตาข่ายเสมอ สถิติการเล่นในบ้านของเฟเนร์บาห์เช่ปีนี้มีสกอร์สูง (Over 2.5) เกิน 50% ขณะที่ทีมเยือนริเซสปอร์ก็เป็นทีมที่เล่นเกมเยือนแบบเปิดหน้าแลก มีสถิติสกอร์สูงถึง 61% ยามออกนอกบ้าน เมื่อมาเจอกันในเกมที่เจ้าบ้านต้องเดินหน้ายิงเพื่อลุ้นแชมป์ เชื่อว่าเกมจะเปิดแลกกันสนุกและมีประตูเกิดขึ้นเกินเรตราคา 3 ลูกแน่นอน
ฟันธง : วางสกอร์สูง 3
สกอร์ที่คาด : เฟเนร์บาห์เช่ 3-1 ริเซสปอร์
ความมั่นใจ : 80%
— กุนซือไร้เงา —
ซาสซูโอโล่ vs โคโม่ (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
ซาสซูโอโล่ช่วงนี้เกมรุกยังพอมีจังหวะขึ้นบอลได้ แต่ปัญหาคือความต่อเนื่องยังไม่ดีเท่าไหร่ หลายครั้งขึ้นเกมมาดีแต่จบไม่ลง พอเสียบอลแล้วโดนสวนกลับจะมีอาการเสียทรงทันที เกมรับมีช่องให้เห็นค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะตอนโดนกดดันต่อเนื่อง โคโม่ช่วงนี้ภาพรวมดูดีกว่า เกมรุกมีความไหลลื่นและขึ้นบอลได้เป็นระบบ เวลามีพื้นที่จะเข้าทำทันที ทำให้สร้างโอกาสยิงได้เรื่อย ๆ จุดเด่นคือการเล่นที่ดูมั่นใจและจังหวะจบสกอร์ที่เฉียบกว่า ภาพรวมเกมนี้ โคโม่ดูเหนือกว่าในเรื่องความแน่นอนและจังหวะเข้าทำ ถ้าเดินเกมได้ตามสไตล์ มีโอกาสบุกมาเก็บชัยได้
ฟันธง : ต่อ โคโม่ 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ซาสซูโอโล่ 1-2 โคโม่
ระดับความมั่นใจ : 82%
เลอ ม็องส์ vs แกลร์กมงต์ ฟุต (ลีกเดอซ์ ฝรั่งเศส)
เลอ ม็องส์ช่วงนี้ฟอร์มดูมั่นใจ เกมรุกมีความต่อเนื่องและขึ้นบอลได้ดี เวลาบุกจะพยายามกดดันคู่แข่งตลอด ทำให้สร้างโอกาสยิงได้หลายครั้ง จังหวะเข้าทำดูมีน้ำหนักและเล่นได้ไหลลื่นมากขึ้น แกลร์กมงต์ ฟุตช่วงหลังยังดูเป็นรอง เกมรุกไม่ค่อยมีความต่อเนื่อง การขึ้นบอลยังดูติดขัด และพอเจอทีมที่เดินเกมเร็วจะเริ่มเสียจังหวะง่าย เกมรับก็มีหลุดให้เห็นอยู่บ่อย โดยเฉพาะตอนโดนบุกติดกันมักเสียพื้นที่สำคัญ ภาพรวมแล้ว เลอ ม็องส์ดูดีกว่าทั้งจังหวะเกมและความเฉียบในการเข้าทำ หากเล่นได้ตามฟอร์ม มีโอกาสคุมเกมและเก็บชัยได้
ฟันธง : ต่อ เลอ ม็องส์ 0.5/1
สกอร์ที่คาด : เลอ ม็องส์ 2-0 แกลร์กมงต์ ฟุต
ระดับความมั่นใจ : 83%
คอร์ก ซิตี้ vs เว็กซ์ฟอร์ด(เยาวชน) (ลีก ออฟ ไอร์แลนด์ เฟิสต์ ดิวิชั่น)
คอร์ก ซิตี้เป็นทีมที่เล่นเกมรุกค่อนข้างเปิด พยายามขึ้นบอลเร็วและเดินเกมต่อเนื่อง ทำให้หลายเกมมีจังหวะยิงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จุดเด่นคือการเข้าทำที่ดูหลากหลายและกล้าเล่นเกมบุก เว็กซ์ฟอร์ดชุดนี้ก็ไม่ได้มาเน้นรับลึก เกมรุกยังพอมีจังหวะสวนกลับและเข้าทำได้บ้าง ทำให้เกมมีจังหวะแลกกันพอสมควร แต่จุดอ่อนคือเกมรับยังมีช่องว่าง เวลาโดนบุกต่อเนื่องมักเสียตำแหน่งง่าย ภาพรวมเกมนี้ทรงมาแบบเปิด เพราะทั้งสองทีมเล่นเกมรุกและเกมรับไม่ได้แน่น มีโอกาสยิงกันหลายลูกและสกอร์ไหลได้
ฟันธง : สูง 2.5/3
สกอร์ที่คาด : คอร์ก ซิตี้ 3-1 เว็กซ์ฟอร์ด
ระดับความมั่นใจ : 82%
ตาข่ายทอง.
ปิดฉากเส้นทาง “ราชาแห่งยุโรป” อย่างน่าอดสูสำหรับ เรอัล มาดริด หลังบุกไปพ่ายให้กับ บาเยิร์น มิวนิค จนกระเด็นตกรอบก่อนรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสละบัลลังก์แชมป์เก่า แต่ยังเปรียบเสมือนการตอกฝาโลงความหวังสุดท้ายในการคว้าความสำเร็จของสโมสรในฤดูกาลนี้ ทำให้ยอดทีมแห่งสเปนต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี เบื้องหลังความล้มเหลวในฤดูกาล 2025-26 มาจากความระส่ำระสายภายในที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2025 เมื่อ คาร์โล อันเชล็อตติ ตัดสินใจอำลาทีมเพื่อไปรับงานคุมทีมชาติบราซิล ทิ้งช่องว่างขนาดใหญ่ที่สโมสรไม่สามารถอุดได้ทัน แม้จะมีการแต่งตั้ง ชาบี อลองโซ เข้ามาสานต่ออุดมการณ์ แต่ผลงานที่ดิ่งลงเหวกลับทำให้เขาถูกปลดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ อัลวาโร อาร์เบโลอา ต้องเข้ามารับบทบาท “ผู้พิทักษ์เมือง” ในภาวะฉุกเฉิน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าทีมขาดทิศทางที่ชัดเจน
ในศึกฟุตบอลลาลีกา สถานการณ์ของราชันชุดขาวก็เข้าขั้นวิกฤตไม่แพ้กัน เมื่อต้องตกเป็นฝ่ายไล่ตามหลังคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลนา ที่กำลังท็อปฟอร์มและทิ้งห่างในตารางคะแนนอย่างยากจะไล่ทัน ด้วยฟอร์มการเล่นที่ขาดความสม่ำเสมอและปัญหาความสัมพันธ์ภายในทีม ทำให้แฟนบอลเริ่มทำใจแล้วว่าทีมรักกำลังจะจบฤดูกาลโดยไร้ถ้วยรางวัลใดๆ มาประดับตู้โชว์ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021
ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงการสิ้นสุดยุคสมัยแห่งความรุ่งโรจน์ และสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับประธานสโมสรอย่าง ฟลอเรนติโน เปเรซ ในการตัดสินใจผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ช่วงซัมเมอร์หน้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดหากุนซือระดับโลกคนใหม่หรือการโละนักเตะที่หมดไฟ เพื่อกอบกู้เกียรติยศของสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกให้กลับคืนมาสู่เส้นทางแห่งแชมป์อีกครั้งในฤดูกาลถัดไป
แอนโทนี่ กอร์ดอน ปีกตัวเก่งของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เริ่มเปิดกว้างสำหรับการย้ายออกจากถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 นี้ หลังต้นสังกัดทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังด้วยการรั้งอันดับ 14 ของตารางพรีเมียร์ลีก ซึ่งหมายความว่าทัพ “สาลิกาดง” จะพลาดสิทธิ์ไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน ส่งผลให้ดาวเตะวัย 25 ปีต้องเริ่มประเมินอนาคตการค้าแข้งของตนเองใหม่อีกครั้งเพื่อโอกาสในการลงเล่นในรายการระดับสูงต่อไป ผลงานของกอร์ดอนในฤดูกาลนี้ถือว่าร้อนแรงสวนทางกับอันดับของทีม โดยเขากดไปถึง 17 ประตูจากการลงสนาม 46 นัด ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นการทำประตูในถ้วยใบใหญ่ของยุโรปถึง 10 ประตู ฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นนี้ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายเบอร์ต้นๆ ของยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และ บาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศความไม่แน่นอนในทีมหลังสโมสรต้องเสียผู้เล่นหลักอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ไปก่อนหน้านี้
ตามรายงานจากเดอะ เทเลกราฟ ระบุว่ากอร์ดอนต้องการให้เรื่องอนาคตของเขาชัดเจนก่อนที่ศึกฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มต้นขึ้น เพื่อต้องการทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล โดยเจ้าตัวไม่อยากให้ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมมารบกวนสมาธิในช่วงทัวร์นาเมนต์สำคัญ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขายังมีสัญญายาวกับนิวคาสเซิลจนถึงปี 2030 ทำให้สโมสรอยู่ในสถานะที่กุมความได้เปรียบในการเจรจาอย่างเต็มที่
เป็นที่คาดกันว่านิวคาสเซิลจะไม่ยอมปล่อยสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ออกไปง่ายๆ หากไม่ได้ข้อเสนอที่คุ้มค่าจริงๆ โดยตั้งเพดานราคาไว้สูงกว่า 70 ล้านปอนด์ ขึ้นไปเท่านั้นจึงจะยอมเปิดโต๊ะเจรจาในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญของกลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบียว่าจะสามารถรั้งตัวสตาร์ดังให้อยู่กับทีมต่อไปได้หรือไม่ ในสภาวะที่ทีมขาดแรงจูงใจจากการไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปเช่นนี้
ข่าวร้ายที่ทำเอาเหล่า “เดอะ ก๊อป” ทั่วโลกต้องช็อก เมื่อสโมสร ลิเวอร์พูล ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ฮูโก้ เอคิติเก้ กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 23 ปี ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้น “เอ็นร้อยหวายฉีกขาด” จากเกมนัดสำคัญในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พ่ายให้กับปารีส แซงต์-แชร์แมง เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งอาการบาดเจ็บในลักษณะนี้บีบให้เขาต้องปิดเทอมยาวตลอดฤดูกาลที่เหลือ และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือเขาจะหมดสิทธิ์ช่วยทีมชาติฝรั่งเศสในศึกฟุตบอลโลก 2026 ช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน เหตุการณ์สะเทือนใจนี้เกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 31 ของการแข่งขัน ณ สนามแอนฟิลด์ เมื่อเอคิติเก้ล้มลงและแสดงอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนต้องถูกหามออกจากสนามท่ามกลางเสียงปรบมือให้กำลังใจจากแฟนบอล โดยในตอนแรกหลายฝ่ายหวังว่าจะเป็นเพียงอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อทั่วไป แต่ผลการสแกนอย่างละเอียดกลับชี้ชัดว่าเป็นอาการบาดเจ็บระยะยาวที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อย 6-9 เดือน ส่งผลให้เส้นทางที่กำลังรุ่งโรจน์ของเขาในฤดูกาลนี้ต้องหยุดชะงักลงทันที
ภายหลังได้รับทราบข่าวร้าย เอคิติเก้ได้โพสต์ข้อความสุดกินใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว พร้อมรูปภาพบรรยากาศในแอนฟิลด์ที่เขารัก โดยระบุว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก และหลายครั้งความรู้สึกมันบอกว่านี่เป็นเรื่องไม่ยุติธรรมเลยที่ต้องมาเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ แต่ผมก็ยังรู้สึกโชคดีที่เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางครอบครัวลิเวอร์พูล เพราะพวกคุณทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง ความรักและแรงใจจากแฟนบอลจะเป็นยาขนานเอกที่ช่วยให้ผมกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม”
การสูญเสียเอคิติเก้ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลถือเป็นโจทย์ใหญ่ของสโมสรลิเวอร์พูลที่กำลังลุ้นแชมป์ รวมถึงเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของทัพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ที่สูญเสียทางเลือกในแนวรุกไปอีกหนึ่งราย อย่างไรก็ตาม แฟนบอลลิเวอร์พูลต่างร่วมส่งข้อความผ่านแฮชแท็ก #StayStrongHugo เพื่อเป็นกำลังใจให้แข้งหนุ่มรายนี้ก้าวข้ามช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน และรอคอยวันที่จะได้เห็นเขากลับมาสวมเสื้อหมายเลขเดิมลงวาดลวดลายในถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์อีกครั้งในอนาคต
แอตฯ มาดริด พบกับ บาร์เซโลน่า (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
แอตเลติโก มาดริด ฟอร์มโดยรวมช่วงหลังค่อนข้างน่าผิดหวัง 5 นัดหลังสุด แพ้ถึง 4 นัด ชนะได้เพียงเกมเดียว ความมั่นใจลดลงไปมาก เกมรุกยังดูฝืด ขาดความเฉียบคม เกมรับก็มีช่องโหว่ เสียประตูง่ายในหลายจังหวะ ด้าน บาร์เซโลน่า ผลงานกำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจสูง 5 นัดหลังสุด ชนะถึง 4 นัด แพ้เพียงเกมเดียว เกมล่าสุดก็เก็บชัยชนะมาได้ เกมรุกมีความอันตรายและหลากหลาย ที่เกมรับก็เล่นกันอย่างมีวินัย เสียประตูยาก ฟันธง บาร์เซโลน่า ฟอร์มโดยรวมดูเหนือกว่าอย่างชัดเจน มีโอกาสบุกไปเก็บชัยชนะได้ตามคาด
แนะนำ: ต่อ บาร์เซโลน่า 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2 หรือ 1-3
พอร์ทสมัธ พบกับ อิปสวิช ทาวน์ (แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ)
พอร์ทสมัธ ฟอร์มโดยรวม 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ 2 ถือว่ายังเป็นผลงานไม่นิ่งเท่าไร แม้เกมล่าสุดจะเก็บชัยชนะมาได้ แต่ภาพรวมยังขาดความต่อเนื่อง เกมรุกพอมีจังหวะเข้าทำแต่ยังไม่เฉียบคม เกมรับยังมีจังหวะผิดพลาด เสียประตูง่ายในบางช่วง ด้าน อิปสวิช ทาวน์ ผลงานกำลังอยู่ในช่วงที่แข็งแกร่ง 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 2 และยังไม่แพ้ให้ใครเลย อีกทั้งยังเก็บชัยชนะมาได้ต่อเนื่องในเกมล่าสุด เกมรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้ดี เกมรับก็มีความเหนียวแน่น เสียประตูยาก ฟันธง อิปสวิช ทาวน์ มีโอกาสบุกไปเก็บชัยชนะได้
แนะนำ: ต่อ เอิปสวิช ทาวน์ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1 หรือ 1-2
เซาแธมป์ตัน พับกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ (แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ)
เซาแธมป์ตัน ฟอร์มช่วงหลังร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง 5 นัดหลังสุดเก็บชัยชนะได้รวดทั้ง 5 นัด ความมั่นใจกำลังมาเต็มแบบสุดขีด เกมรุกมีความเฉียบคมและสร้างโอกาสได้หลากหลาย เกมรับก็เล่นกันอย่างมีวินัย เสียประตูยาก ทำให้ภาพรวมของทีมดูแข็งแกร่งอย่างมากในช่วงนี้ ทางฝั่ง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ผลงานช่วงหลังหนักไปทางเสมอ 5 นัดหลังสุด เสมอ 3 ชนะ 2 และ 2 เกมล่าสุดก็จบลงด้วยผลเสมอทั้งหมด แม้จะไม่แพ้ใครแต่ก็สะท้อนถึงปัญหาในเกมรุกที่ยังขาดความเฉียบคม เกมรับถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังมีช่วงที่เสียสมาธิให้เห็นอยู่บ้าง ใครที่เชียร์เจ้าถิ่นอยู่ถือว่ามีลุ่น แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
ก่อนหน้า 1 … 17 18 19 20 21 … 88 ถัดไป »