ไมเคิล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาชี้แจงกรณีที่ เมสัน เมาท์ กองกลางตัวรุกไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุดบุกเยือนฟูแล่มเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอย่างน่าประหลาดใจ โดยระบุว่านักเตะได้รับแรงกระแทกเล็กน้อยระหว่างการฝึกซ้อมก่อนเริ่มเกม ซึ่งคาร์ริคยืนยันว่าอาการดังกล่าวไม่ร้ายแรงและเป็นการถอดชื่อออกเพื่อป้องกันไว้ก่อนเท่านั้น พร้อมเชื่อมั่นว่ามิดฟิลด์รายนี้จะกลับมาช่วยทีมได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน แม้ว่าที่ผ่านมาดาวเตะชาวอังกฤษจะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งนับตั้งแต่ย้ายมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ในฤดูกาลปัจจุบันเมาท์ถือว่ามีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน โดยลงสนามไปแล้วถึง 19 นัดในทุกรายการ พร้อมทำผลงานยิงไป 3 ประตู การหายไปในเกมล่าสุดจึงสร้างความกังวลให้แฟนบอลไม่น้อย ทว่าคำยืนยันจากคาร์ริคช่วยลดความตึงเครียดเรื่องปัญหาสภาพร่างกายระยะยาวของเขาลงไปได้มาก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขุมกำลังของทัพ “ปีศาจแดง” ยังคงน่าเป็นห่วงในตำแหน่งอื่น หลังต้องเสีย แพทริค ดอร์กู แบ็กซ้ายดาวรุ่งที่ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาอย่างรุนแรงและอาจต้องพักยาวถึง 10 สัปดาห์ ส่งผลให้ทีมต้องมีการปรับทัพในหลายตำแหน่ง โดยในเกมกับฟูแล่มนี้ มาเตอุส คุนญา ฮีโร่จากเกมชนะอาร์เซนอลได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเพื่อเติมเต็มช่องว่างในเกมรุกแทน
สำหรับโปรแกรมถัดไปของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีงานหนักรออยู่ในวันเสาร์หน้าที่จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ต่อด้วยการไปเยือนเวสต์แฮมและเอฟเวอร์ตันในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งทีมแพทย์และสตาฟฟ์โค้ชหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมสัน เมาท์ จะฟื้นฟูร่างกายได้ทันเวลาเพื่อกลับมาเป็นตัวเลือกสำคัญในแผงมิดฟิลด์สำหรับโปรแกรมชุกที่กำลังจะมาถึงนี้
โดมินิก โซโบสไล กองกลางกัปตันทีมชาติฮังการี ออกมาแสดงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่ต้องการขยายสัญญาฉบับใหม่กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพื่อฝากอนาคตระยะยาวไว้ในถิ่นแอนฟิลด์ โดยเปิดเผยว่าการเจรจาเบื้องต้นระหว่างเขากับสโมสรได้เริ่มขึ้นแล้ว แม้ว่าสัญญาฉบับปัจจุบันที่เซ็นไว้เมื่อปี 2023 จะยังมีอายุยาวถึงปี 2028 ก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่ารักทุกอย่างในเมืองนี้ ทั้งตัวสโมสร เพื่อนร่วมทีม และบรรยากาศแฟนบอลที่แอนฟิลด์ พร้อมกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมอยากเซ็นสัญญามากครับ” แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าความคืบหน้าของข้อตกลงนั้นยังไม่ได้อยู่ในมือของเขาเพียงคนเดียว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทีมต้องเผชิญกับวิกฤตอาการบาดเจ็บของแนวรับ โซโบสไลได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างสูงสุดด้วยการลงไปรับหน้าที่ในตำแหน่ง “แบ็กขวาจำเป็น” ในเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านถล่ม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจาก คอนอร์ แบรดลีย์ และ เจเรมี ฟริมปง สองแบ็กขวาตัวหลักได้รับบาดเจ็บพร้อมกัน แม้เขาจะยอมรับตามตรงว่าตำแหน่งมิดฟิลด์คือตำแหน่งที่เขาสามารถแสดงศักยภาพได้ดีที่สุดและอันตรายที่สุดเมื่ออยู่ใกล้ประตูคู่แข่ง แต่เขาก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อทีมหาก อาร์เน่อ สล็อต ต้องการให้เขาลงไปช่วยอุดรอยรั่วในแนวรับ
สำหรับผลงานส่วนตัวในฤดูกาล 2025/26 นี้ โซโบสไลกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มและเป็นตัวเต็งที่จะคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร ด้วยสถิติอันน่าทึ่งทำไปแล้ว 8 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์จากการลงสนาม 33 นัดในทุกรายการ นอกจากนี้เขายังสร้างสถิติเป็นนักเตะที่มีโอกาสส่องประตูจากนอกกรอบเขตโทษมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกถึง 33 ครั้ง และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเวทียุโรปด้วยการมีส่วนร่วมกับประตูในเกือบทุกนัดของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเขากลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทีมจะขาดไปไม่ได้เสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม มิดฟิลด์วัย 25 ปีรายนี้ยังคงแสดงทัศนคติของผู้ชนะด้วยการย้ำว่าเขาไม่เคยพอใจกับขีดจำกัดของตัวเองและต้องการพัฒนาฝีเท้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีกในทุกๆ วัน โดยเป้าหมายหลักคือการคว้าถ้วยรางวัลมาประดับสโมสรให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในขณะที่ฝ่ายบริหารของลิเวอร์พูลกำลังพยายามอย่างหนักที่จะปิดดีลสัญญาฉบับใหม่พร้อมเพิ่มค่าเหนื่อยให้เหมาะสมกับฐานะนักเตะคนสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ยักษ์ใหญ่ทีมอื่นในยุโรปฉวยโอกาสดึงตัวเขาไปในช่วงที่การเจรจายังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
ลิเวอร์พูลและเชลซี สองบิ๊กทีมจากพรีเมียร์ลีก ยังคงเดินหน้าเจรจาเพื่อคว้าตัว เฌเรมี ฌาเกต์ ปราการหลังดาวรุ่งวัย 20 ปีจากแรนส์ ตามรายงานของ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ อย่างไรก็ตาม ทางต้นสังกัดในลีกเอิงยืนกรานเสียงแข็งว่า กองหลังดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสชุด U21 รายนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมในตลาดหน้าหนาว และพร้อมจะพิจารณาข้อเสนออีกครั้งในช่วงตลาดซื้อขายฤดูร้อนเท่านั้น ทางด้าน บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีที่เคยมีข่าวพัวพันและให้ความสนใจในตัวนักเตะรายนี้เช่นกัน ล่าสุดมีรายงานว่าพวกเขาได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว ทำให้เหลือเพียง “สิงห์บลูส์” และ “หงส์แดง” ที่เป็นสองตัวเต็งหลักในการแย่งชิงลายเซ็นของนักเตะ โดยทั้งสองสโมสรยังคงรุกหนักในการพูดคุยกับทีมงานส่วนตัวของนักเตะถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีม
ในส่วนของความต้องการของนักเตะ มีรายงานจาก Sky ระบุว่า ฌาเกต์ มีใจเอนเอียงไปทางเชลซีมากกว่าลิเวอร์พูล เนื่องจากเจ้าตัวให้ความสนใจในโปรเจกต์ของทีมแห่งลอนดอนเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งเชลซีเองก็กำลังอยู่ในช่วงประเมินสถานการณ์แผงหลังอย่างถี่ถ้วน หลังจากที่เพิ่งตัดสินใจเรียกตัว มามาดู ซาร์ กองหลังดาวรุ่งอีกรายกลับมาจากสัญญายืมตัวเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในทีมชุดใหญ่
บทสรุปของการย้ายทีมครั้งนี้จึงต้องรอคอยไปจนถึงช่วงสิ้นสุดฤดูกาล โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การตัดสินใจของเชลซีว่าจะขยับตัวอย่างจริงจังตามความต้องการของนักเตะหรือไม่ ขณะที่ลิเวอร์พูลยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อหวังปาดหน้าคว้าตัวเซ็นเตอร์แบ็กอนาคตไกลรายนี้ไปเสริมทัพเพื่อเป้าหมายในระยะยาวเช่นกัน
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อรักษาพื้นที่กลุ่มลุ้นตั๋วยุโรปและเรียกศรัทธาคืนในรังเหย้า ขณะที่ “ผึ้งน้อย” เบรนท์ฟอร์ด แม้จะเป็นทีมที่เล่นเกมโต้กลับได้น่ากลัว แต่ช่วงหลังมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอโดยเฉพาะเกมนอกบ้านที่มักจะแผ่วปลายและเสียสมาธิง่าย สถิติชี้ชัดว่ายามคู่นี้เจอกันที่ วิลล่า พาร์ค เจ้าถิ่นมักจะครองเกมได้เหนือกว่าและใช้ความหลากหลายของแผงมิดฟิลด์กดดันเข้าใส่ได้ตลอด แม้เบรนท์ฟอร์ดจะพยายามใช้ลูกตั้งเตะอันเป็นทีเด็ดคอยตอบโต้ แต่ด้วยมาตรฐานการเล่นและแท็กติกที่เขี้ยวลากดินของเจ้าบ้าน การจะบุกมาแบ่งแต้มในชั่วโมงนี้จึงเป็นงานที่ท้าทายและยากลำบากสำหรับทีมเยือนอย่างแน่นอน
เจ้าบ้าน แอสตัน วิลล่า ภายใต้การกุมบังเหียนของ อูไน เอเมรี่ กลับมาอยู่ในจุดที่มั่นใจอีกครั้งหลังขุมกำลังหลักเริ่มทยอยหายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้ครบครัน ล่าสุดโชว์ฟอร์มแกร่งเก็บชัยชนะสำคัญมาได้ทำให้บรรยากาศในทีมกำลังคึกคัก แผงรุกมีตัวอันตรายอย่าง โอลลี่ วัตกินส์ ที่มักจะถูกโฉลกยามเจอทีมระดับกลางตาราง และ ลีออน เบลลีย์ ที่มีความเร็วจัดจ้านคอยเจาะริมเส้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ต้องระวังคือการเช็กบิลในจังหวะสุดท้ายที่บางนัดยังดูใช้โอกาสเปลืองไปนิด แต่ด้วยสถิติเฝ้ารังที่ดุดันทำให้พวกเขาพร้อมจะเดินหน้าฆ่ามันเพื่อเก็บ 3 แต้มเต็มต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง
ฝั่งทีมเยือน เบรนท์ฟอร์ด ของ โธมัส แฟรงค์ ยังคงยึดระบบการเล่นที่เหนียวแน่นและเน้นวินัยในเกมรับเป็นหลัก แต่ซีซั่นนี้พวกเขามีสถิติเกมเยือนที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงหลังพ่ายแพ้ไปหลายนัด ขุมกำลังชุดนี้แม้จะมีกองหน้าตัวเก่งอย่าง ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ที่มีความเด็ดขาดในจังหวะสวนกลับ แต่ปัญหาใหญ่คือแผงหลังที่มักจะรับมือกับบอลเร็วและจังหวะเข้าทำที่หลากหลายไม่ค่อยอยู่ ประกอบกับการขาดหายไปของตัวตัดเกมบางรายเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ทำให้การรับมือกับเกมรุกรอบทิศทางของวิลล่าตลอด 90 นาทีถือเป็นงานที่หนักอึ้งเกินกำลังแนวรับทีมเยือนในเวลานี้
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและความสม่ำเสมอของแอสตัน วิลล่า ที่เป็นต่ออยู่พอสมควร โดยเฉพาะการเล่นในบ้านที่มีเสียงเชียร์คอยกระตุ้นและมักจะเผด็จศึกคู่แข่งได้ตามเป้า เรตราคาที่เปิดมา ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.5 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะเจ้าถิ่นมีสถิติการทำประตูในบ้านที่หวังผลได้เสมอ ขณะที่ทีมเยือนเบรนท์ฟอร์ดยังมีจุดบอดเรื่องเกมนอกบ้านที่ขาดความแน่นอน เชื่อว่าบดกันไปนานๆ เจ้าถิ่นที่มีอาวุธหนักหลากหลายกว่าจะเบียดเอาชนะไปได้ในที่สุด และมีโอกาสสูงที่จะกินเต็มในพิกัดราคาที่ตั้งไว้
เลือกเล่น : ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.5
— กุนซือไร้เงา —
แอสตัน วิลล่า vs เบรนท์ฟอร์ด ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
“สิงห์ผงาด” ภายใต้การนำของ อูไน เอเมรี่ กำลังมั่นใจสุดขีดหลังรั้งรองจ่าฝูงและมีสถิติการเล่นในบ้านที่ดุดันเป็นอันดับต้นๆ ของลีก ฝั่งเบรนท์ฟอร์ดปีนี้ฟอร์มนอกบ้านค่อนข้างแกว่ง มักจะต้านทานความหลากหลายของแนวรุกเจ้าถิ่นอย่าง โอลลี่ วัตกินส์ และ จอห์น แม็คกินน์ ไม่ค่อยอยู่ สถิติชี้ชัดว่ายามคู่นี้เจอกันที่ วิลล่า พาร์ค เจ้าบ้านมักจะเป็นฝ่ายครองเกมบุกเข้าใส่และเชือดเอาชนะไปได้แทบทุกครั้งในช่วงหลังที่ผ่านมา เรตราคา “ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.5” ดูแล้วไม่แพงเลยสำหรับทีมลุ้นแชมป์ที่ต้องการ 3 แต้มเพื่อกดดันอาร์เซนอลและรักษาพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก เชื่อว่าพละกำลังและเสียงเชียร์ในรังจะพาวิลล่าเบียดคว้าชัยไปได้ในที่สุด 1 เม็ดกินเต็มมีให้เห็นแน่นอนสำหรับแฟนบอลสิงห์ผงาดในคืนนี้
แนะนำ: ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: แอสตัน วิลล่า ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0,2-1
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ vs ไฮน์เดนเฮลม์ ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
ทัพ “เสือเหลือง” กลับมาเล่นในรังซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ด้วยสไตล์บุกแหลกตามถนัด โดยมีเป้าหมายคือการถล่มประตูเพื่อขยับอันดับตารางคะแนน ฝั่งไฮเดนไฮม์เป็นทีมที่สู้ไม่ถอยและมักจะเปิดหน้าแลกเมื่อเจอทีมใหญ่ ทำให้สถิติการเจอกันของคู่นี้มักจะยิงกันกระจายทะลุเรตแทบทุกนัด เรตราคา “สูง 3.25” แม้จะดูสูงแต่ด้วยธรรมชาติของบอลเยอรมันและแนวรุกดอร์ทมุนด์ที่กำลังเข้าฝัก การยิงรวม 4 ประตูจึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป สถิติ 5 นัดหลังสุดของเจ้าถิ่นมักจะมีสกอร์เกิดขึ้นอย่างน้อย 3 ลูกขึ้นไป ยิ่งทีมเยือนเน้นเกมสวนกลับด้วยแล้ว ยิ่งเปิดช่องว่างให้โดนเจาะได้ง่าย คาดการณ์ว่าเกมนี้จะเป็นมหกรรมฟุตบอลเกมบุกที่ยิงกันสนุกตั้งแต่นาทีแรก และมีโอกาสสูงที่จะกินเต็มราคาตั้งแต่นัดแรกของสเต็ปชุดนี้
แนะนำ: สูง 3.25
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 3 ลูกขึ้น
เรอัล มาดริด vs ราโย่ บาเยกาโน่ ( ลาลีกา สเปน )
“ราชันชุดขาว” ต้องการชัยชนะสถานเดียวเพื่อสยบข่าวลือรอยร้าวในทีม และการกลับมาเฝ้ารังเบร์นาเบวคือโอกาสทองในการเรียกความมั่นใจ ฝั่งราโย่ บาเยกาโน่ แม้จะพยายามมาเน้นรับลึกแต่สถิติการมาเยือนที่นี่ส่วนใหญ่จะโดนถล่มเละเทะกลับไปเสมอ เพราะต้านทานความเร็วของวินิซิอุสไม่อยู่ เรตราคา “ต่อ เรอัล มาดริด 1.75” เปิดมาเพื่อวัดใจ แต่ด้วยความอัดอั้นของเหล่าซูเปอร์สตาร์ชุดขาว เชื่อว่าพวกเขาจะเดินหน้ายิงสลุตเพื่อกู้ศรัทธาแฟนบอล อาร์เบโลอา กุนซือคนใหม่เน้นย้ำเรื่องวินัยเกมรุกเป็นพิเศษ ทำให้เกมนี้มาดริดจะบุกนวดจนประตูแรกมาเร็ว และประตูที่สองที่สามจะตามมาได้ไม่ยาก เชื่อมั่นในศักยภาพที่เหนือกว่าหลายขุมของเจ้าบ้านว่าจะชนะขาดลอยเกิน 2 ประตู กินเต็มคำปิดท้ายสเต็ปวันอาทิตย์นี้ไปได้อย่างสวยงามแน่นอน
แนะนำ: ต่อ เรอัล มาดริด 1.75
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: เรอัล มาดริด ชนะ ราโย่ บาเยกาโน่ 2-0,3-0
— กุนซือไร้เงา —
สเปอร์ส พบกับ แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ)
สเปอร์ส ฟอร์มช่วงหลังถือว่ายังขึ้นๆ ลงๆ 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 2 ภาพรวมเกมยังขาดความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแนวรับที่มีหลุดให้เห็นบ่อย เกมรุกยังพอมีทีเด็ดจากความเร็วและการเข้าทำหลากหลาย แต่ปัญหาคือจังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบคมเท่าที่ควร แมนฯ ซิตี้ ผลงานโดยรวมดูดีกว่า 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 แพ้ 2 แม้มีสะดุดบ้าง แต่คุณภาพทีมยังเหนือกว่าชัดเจน จุดเด่นของซิตี้ยังอยู่ที่การครองบอลและเกมรุกที่เข้าทำเป็นระบบ สร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับยังพอไว้ใจได้ ภาพรวมคู่นี้มองว่ารูปเกมเปิดแลกกันสนุก มีโอกาสยิงกันหลายประตู ใครถือหางทีมเยือนยังพอลุ้นได้ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
เครโมเนเซ่ พบกับ อินเตอร์ มิลาน (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
เครโมเนเซ่ ฟอร์มช่วงหลังน่าเป็นห่วงพอสมควร 5 นัดหลังสุด แพ้ 3 เสมอ 2 ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย นัดล่าสุดเพิ่งแพ้มา ทำให้ความมั่นใจของทีมลดลง ปัญหาหลักยังอยู่ที่เกมรุกขาดความเฉียบคม เกมรับก็มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นต่อเนื่อง อินเตอร์ มิลาน ผลงานโดยรวมดูแข็งแกร่งกว่า 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 และ 2 นัดหลังสุดคว้าชัยมาได้ทั้งหมด ฟอร์มกำลังกลับมาเข้าที่เข้าทาง จุดเด่นของอินเตอร์คือเกมรุกที่หลากหลายและมีความเด็ดขาด เข้าทำเป็นระบบ ผสานกับเกมรับที่เริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ ฟันธง อินเตอร์ มิลาน บุกไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ อินเตอร์ มิลาน 1.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2
ปาร์ม่า พบกับ ยูเวนตุส (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
ปาร์ม่า ฟอร์มช่วงหลังยังไม่ค่อยสม่ำเสมอ 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ 2 นัดล่าสุดเพิ่งแพ้มา ส่งผลต่อความมั่นใจของทีมพอสมควร เกมรุกยังขาดความเด็ดขาด จังหวะเข้าทำไม่ต่อเนื่อง เกมรับยังมีช่องโหว่และเสียประตูง่ายในหลายจังหวะ ยูเวนตุส ผลงานโดยรวมดูดีกว่า 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ฟอร์มโดยรวมยังอยู่ในมาตรฐานที่ค่อนข้างแน่นอน จุดเด่นของทีมเยือนคือเกมรับที่มีวินัย ผสมกับเกมรุกที่อาศัยความเฉียบคมในจังหวะสำคัญ ทำให้ควบคุมรูปเกมได้ดี ฟันธง ยูเวนตุส มีศักยภาพเหนือกว่าน่าจะบุกไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ ยูเวนตุส 1
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2
“KickVision”
ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งกัลโช่ เซเรีย อา มั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับสองกำลังสำคัญอย่าง เคนัน ยิลดิซ และ เวสตัน แม็คเคนนี ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยทั้งคู่ถือเป็นแกนหลักในโปรเจกต์ระยะยาวของ ลูชาโน สปัลเล็ตติ กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาปรับจูนทีมจนกลับมาลุ้นแชมป์สคูเด็ตโต้เต็มตัว ซึ่งสปัลเล็ตติถึงกับยกย่องยิลดิซว่าเป็น “มนุษย์ต่างดาว” จากทักษะที่เหนือชั้นเกินวัย สำหรับรายของ ยิลดิซ ดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 20 ปี ยูเวนตุสเตรียมกันท่าบิ๊กทีมอย่างเรอัล มาดริด และบาร์เซโลนา ด้วยการทุ่มค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 4 เท่า โดยคาดว่าจะขยับขึ้นไปแตะระดับ 6 ล้านยูโรต่อปี พร้อมขยายสัญญายาวไปจนถึงปี 2030 ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่รับค่าจ้างสูงที่สุดในสโมสรเพื่อตอบแทนผลงานที่ยอดเยี่ยม และแสดงให้เห็นว่าเขาคือสัญลักษณ์ใหม่ของทัพม้าลายในอนาคต
ทางด้าน เวสตัน แม็คเคนนี กองกลางสารพัดประโยชน์ชาวอเมริกัน ก็อยู่ในข่ายเร่งด่วนที่ต้องปิดดีลให้จบ เนื่องจากสัญญาปัจจุบันกำลังจะเข้าสู่ช่วง 5 เดือนสุดท้าย โดยมีรายงานว่านักเตะวัย 27 ปีมีความสุขกับการค้าแข้งในตูรินมากกว่าครั้งไหนๆ และพร้อมจะเซ็นสัญญาใหม่จนถึงปี 2028 รับค่าเหนื่อยประมาณ 4 ล้านยูโรต่อปี หลังจากพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งตามที่โค้ชต้องการและเป็นจิ๊กซอว์ที่ขาดไม่ได้ในแผงมิดฟิลด์
การเดินหน้าต่อสัญญาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบอร์ดบริหารยูเวนตุสที่ต้องการรักษาเสถียรภาพของทีมชุดปัจจุบันไว้ให้มั่นคงที่สุด ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการเสริมทัพในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ต่อไป โดยคาดว่าครอบครัวของยิลดิซจะเดินทางมาถึงอิตาลีในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เพื่อลงนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะถือเป็นข่าวดีครั้งใหญ่ที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับแฟนบอล “เบียงโคเนรี” ทั่วโลก
บาร์เซโลนา ตกเป็นข่าวเตรียมเปิดศึกนอกสนามเพื่อคว้าตัว ลิซานโดร มาร์ติเนซ ปราการหลังจอมดุดันของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดย ฮันซี ฟลิค กุนซือทัพเจ้าบุญทุ่มมองว่ากองหลังชาวอาร์เจนไตน์รายนี้คือจิ๊กซอว์ที่ใช่สำหรับโครงการสร้างทีมใหม่ ด้วยทักษะการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม ความแข็งแกร่งในการปะทะ และความสามารถในการสร้างสรรค์เกมจากแดนหลังซึ่งตรงตามปรัชญาฟุตบอลของทีมเป็นอย่างดี รายงานระบุว่าบาร์ซ่ากำลังจับตาดูสถานการณ์สัญญาของมาร์ติเนซที่มีถึงปี 2027 อย่างใกล้ชิด และหวังจะใช้โอกาสที่ “ปีศาจแดง” อาจเผชิญความกดดันเรื่องการต่อสัญญาใหม่มายื่นข้อเสนอที่ประมาณ 30 ล้านยูโร (ราว 26 ล้านปอนด์) แม้ตัวเลขดังกล่าวจะดูน้อยเมื่อเทียบกับราคาที่ยูไนเต็ดเคยจ่ายไป แต่บาร์ซ่าเชื่อว่าจังหวะเวลาในช่วงซัมเมอร์นี้คือโอกาสทองที่จะคว้าตัวแนวรับประสบการณ์สูงในราคาที่สมเหตุสมผล
ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจอย่างหนัก เนื่องจากมาร์ติเนซเป็นหัวใจสำคัญในแผงหลังที่ช่วยให้ทีมมีผลงานกระเตื้องขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสัญญาฉบับใหม่พ่วงค่าเหนื่อยที่สูงขึ้นได้ สโมสรอาจถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องพิจารณาข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่แห่งสเปนเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียสมบัติล้ำค่าไปในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ดีลนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะ “ลิช่า” ยังคงเป็นขวัญใจของแฟนบอลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และมีความผูกพันกับทีมอย่างมาก แต่แรงดึงดูดจากคัมป์ นู และโอกาสในการร่วมงานกับทีมที่กำลังลุ้นแชมป์ลาลีกาอาจทำให้นักเตะวัย 28 ปี สนใจหาความท้าทายใหม่ บทสรุปของมหากาพย์นี้จึงขึ้นอยู่กับว่าบาร์ซ่าจะกล้าทุ่มงบสู้ตามที่ยูไนเต็ดต้องการ หรือปีศาจแดงจะมัดใจดาวเตะแชมป์โลกรายนี้ให้อยู่โยงกับทีมต่อไปได้สำเร็จ
เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยถึงอาการบาดเจ็บข้อเท้าของ บรูโน่ กิมาไรส์ มิดฟิลด์คนสำคัญก่อนเกมเยือนลิเวอร์พูล โดยระบุว่าแม้ดาวเตะบราซิลจะร่วมเดินทางไปกับทีมและลงฝึกซ้อมเบาๆ ได้บ้างแล้ว แต่สโมสรยังไม่ยืนยันว่าเขาจะฟิตพอสำหรับเกมบิ๊กแมตช์นี้หรือไม่ หลังจากเจ้าตัวพลาดช่วยทีมมา 2 นัดติดต่อกัน ทั้งในเกมลีกที่พ่ายวิลล่าและเกมยุโรปที่เสมอปารีสฯ สถานการณ์ปัจจุบัน กิมาไรส์ได้เข้าร่วมการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งฮาวกล่าวว่าการฝึกซ้อมส่วนใหญ่ยังเป็นการขยับร่างกายเบาๆ และต้องรอประเมินอาการในขั้นตอนสุดท้ายอย่างละเอียดอีกครั้งในวันศุกร์ โดยความพร้อมของเขามีความหมายต่อทีมอย่างมหาศาล เนื่องจากสถิติระบุชัดเจนว่าทัพ “สาลิกาดง” ไม่เคยเก็บชัยชนะในพรีเมียร์ลีกได้เลยแม้แต่นัดเดียวหากขาดกัปตันรายนี้ในตำแหน่งตัวจริง
หากกิมาไรส์ลงสนามไม่ได้ ฮาวอาจต้องเลือกใช้งาน เจคอบ แรมซีย์ จับคู่กับ ซานโดร โทนาลี ต่อไปเหมือนในเกมที่ปารีสฯ ซึ่งถือเป็นงานหนักในการไปเยือนแอนฟิลด์ สนามที่นิวคาสเซิลไม่เคยบุกมาชนะได้เลยนับตั้งแต่ปี 1995 การขาดจอมทัพที่ทำไปแล้ว 8 ประตูในฤดูกาลนี้ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการแข่งขันและการรักษาอันดับบนตารางคะแนน
บทสรุปของการตัดสินใจจะเกิดขึ้นก่อนเริ่มเกมเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยทีมแพทย์ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความต้องการใช้งานนักเตะในเกมสำคัญ กับความเสี่ยงที่จะทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลที่หวังจะเห็นยอดมิดฟิลด์รายนี้กลับมาบัญชาการเกมแดนกลาง เพื่อทำลายอาถรรพ์ไร้ชัยที่บ้านของลิเวอร์พูลที่มีมายาวนานกว่า 30 ปีลงให้ได้
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “หมู่บ้านแห่งความหวัง” ฮอฟเฟ่นไฮม์ ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อรักษาพื้นที่กลุ่มท็อปโฟร์และลุ้นตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ “ทีมช่างเหล็ก” ยูเนี่ยน เบอร์ลิน แม้ช่วงหลังจะเริ่มมีทรงบอลที่เน้นความเหนียวแน่นอยู่บ้าง แต่โดยรวมยังคงขาดความสม่ำเสมอและมีจุดอ่อนยามออกนอกบ้านที่มักจะโดนเจาะตาข่ายได้ง่าย สถิติชี้ชัดว่ายามคู่นี้เจอกันในช่วงหลัง ฮอฟเฟ่นไฮม์มักจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบโดยเฉพาะการบุกไปชนะถึงถิ่นเบอร์ลิน 4-2 ในช่วงต้นฤดูกาล แม้ยูเนี่ยนจะพยายามใช้ลูกตื๊อและลูกกลางอากาศคอยปั่นป่วน แต่ด้วยมาตรฐานการเข้าทำที่หลากหลายและคุณภาพผู้เล่นที่กำลังท็อปฟอร์ม การจะต้านทานเกมรุกของเจ้าถิ่นตลอด 90 นาทีจึงเป็นงานที่หนักอึ้งเกินกำลังทีมเยือนอย่างแน่นอน
เจ้าบ้าน ฮอฟเฟ่นไฮม์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ คริสเตียน อิลเซอร์ กำลังอยู่ในช่วงฮึกเหิมหลังทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 ของตาราง ล่าสุดบุกไปกำราบแวร์เดอร์ เบรเมน มาได้ 2-0 แม้จะเหลือผู้เล่น 10 คนในสนามก็ตาม แผงรุกชุดนี้มีตัวอันตรายอย่าง อังเดร ครามาริช จอมเก๋าที่คอยสร้างสรรค์เกม และ ฟิสนิก อัสลานี่ ดาวยิงฟอร์มแรงที่มักจะหาจังหวะจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคม อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือการขาดหายไปของ วูเตอร์ เบอร์เกอร์ มิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่ติดโทษแบน แต่ด้วยสถิติการเล่นในบ้านที่ชนะรวดมา 6 นัดติดต่อกัน ทำให้พวกเขาพร้อมเดินหน้าฆ่ามันเพื่อเก็บ 3 แต้มสำคัญต่อไป
ฝั่งทีมเยือน ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ของกุนซือ สเตฟเฟ่น บอมการ์ต ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหลังไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันในลีก ล่าสุดโดนดอร์ทมุนด์ถล่มคาบ้านมา 0-3 จนอันดับรูดไปอยู่กลางตาราง ขุมกำลังชุดนี้แม้จะมีกองหน้าดาวรุ่งอย่าง อิลยาส อันซาห์ ที่เริ่มฉายแววเก่ง แต่ปัญหาใหญ่คือแนวรุกที่มักจะเครื่องร้อนช้าโดยสถิติชี้ชัดว่าพวกเขาไม่สามารถทำประตูในครึ่งแรกได้เลยตลอด 7 นัดหลังสุด ประกอบกับแนวรับที่เริ่มเสียสมาธิเมื่อโดนบดกดดันหนักๆ ทำให้การบุกมาเยือนทีมที่เกมรุกดุดันในชั่วโมงนี้ถือเป็นโจทย์ที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและความมั่นใจของฮอฟเฟ่นไฮม์ที่เป็นต่ออยู่หลายขุม แม้ยูเนี่ยน เบอร์ลิน จะพยายามมาเน้นรับเพื่อทำลายจังหวะเกมแต่สถิติเกมรุกที่ฝืดเคืองยามเจอทีมใหญ่ทำให้ยากจะวัดผล เรตราคาที่เปิดมา ต่อ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 0.5/1 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะเจ้าถิ่นมีสถิติการเล่นในบ้านที่ยอดเยี่ยมและมักจะยิงขาดในพิกัดนี้ได้บ่อยครั้ง ขณะที่ทีมเยือนกำลังเสียกระบวนและยังหาจุดลงตัวในเกมรับไม่เจอ เชื่อว่า 1 เม็ดเพื่อกินทุนมีแน่ และมีโอกาสสูงที่จะยิงย้ำชัยในช่วงที่ทีมเยือนต้องดันสูงเพื่อทวงประตูคืน
เลือกเล่น : ต่อ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 0.5/1
— กุนซือไร้เงา —
เชลซี vs เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
เจ้าถิ่น “สิงห์บลูส์” กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดหลังเพิ่งโชว์ฟอร์มดุในเกมยุโรป และการได้โคล พาล์มเมอร์ กลับมาฟิตสมบูรณ์ทำให้มิติเกมรุกน่ากลัวขึ้นหลายเท่าตัว ฝั่ง “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ช่วงหลังฟอร์มแกว่งอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเกมรับที่เสียประตูง่ายและมักจะแพ้ทางบอลเร็วของแนวรุกเจ้าถิ่นยามต้องออกมาเล่นเป็นทีมเยือน สถิติการเจอกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ส่วนใหญ่เป็นเชลซีที่ครองเกมบุกอยู่ฝ่ายเดียวและมักจะเชือดนิ่มเก็บชัยชนะไปได้ไม่ยากเย็นนักในพิกัดราคาที่เปิดมา เรทราคา “ต่อ เชลซี 1” ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะด้วยระดับมาตรฐานผู้เล่นและความหลากหลายในเกมรุก การยิงเม็ดแรกเพื่อกินทุนน่าจะมาเร็วและมีลุ้นเม็ดสองกินเต็มตามมา เลียม โรเซนิออร์ เน้นย้ำให้ลูกทีมเดินหน้าบุกเพื่อรักษาพื้นที่ Top 4 ทำให้แรงจูงใจในเกมนี้สูงกว่าทีมเยือนที่อยู่กลางตารางและไม่มีลุ้นอะไรมากนักในตอนนี้
แนะนำ: ต่อ เชลซี 1
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: เชลซี ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-0,3-0
ฮอฟเฟ่นไฮม์ vs ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
สไตล์บอลของฮอฟเฟ่นไฮม์ในฤดูกาลนี้คือ “เปิดหน้าแลก” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะเกมในบ้านที่พวกเขามักจะทำประตูได้เยอะแต่ก็เสียประตูคืนง่ายเป็นเงาตามตัว ฝั่งยูเนี่ยน เบอร์ลิน แม้จะเป็นทีมที่เน้นระเบียบวินัย แต่พักหลังเริ่มปรับมาเล่นเกมโต้กลับที่เฉียบคมมากขึ้น ทำให้สถิติสกอร์สูงเกิดขึ้นบ่อยครั้งในการเจอกับทีมสายบุก เรทราคา “สูง 2.5” เป็นราคาที่เข้าทางบอลเยอรมันคู่นี้มาก เนื่องจากทั้งสองทีมมีปัญหาที่เกมรับมักจะเสียสมาธิในช่วงต้นครึ่งหลังและช่วงท้ายเกมเป็นประจำ สถิติการเจอกัน 5 นัดหลังสุด มีถึง 4 นัดที่จบลงด้วยสกอร์รวม 3 ประตูขึ้นไป สะท้อนให้เห็นว่ายามคู่นี้โคจรมาพบกันมักจะไม่มีใครยอมใครและเน้นเกมบุกเข้าใส่กัน ด้วยสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและสภาพสนามที่สมบูรณ์ จะช่วยให้บอลชายเดี่ยวและเกมรุกริมเส้นของทั้งสองทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลุ้นประตูได้ตลอด
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
นาโปลี vs ฟิออเรนติน่า ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
นาโปลีภายใต้การนำของอันโตนิโอ คอนเต้ ต้องการแต้มอย่างหนักเพื่อขยับอันดับคืนสู่พื้นที่ยุโรป ทำให้เกมนี้พวกเขาจะเดินหน้าบุกเต็มสูบตั้งแต่นาทีแรก ฝั่ง “ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่า เป็นทีมที่มีเกมรุกจัดจ้านและไม่กลัวใครยามต้องเล่นเกมเยือน สไตล์บอลที่กล้าเปิดหน้าแลกทำให้พวกเขามักจะมีสกอร์ติดมือเสมอ เรทราคา “สูง 2.5” ดูจะเปิดกว้างมากสำหรับฟุตบอลอิตาลียุคใหม่ที่เน้นการทำประตูมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีดาวยิงอย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่กำลังท็อปฟอร์มอยู่ในสนาม สถิติชี้ชัดว่ายามที่นาโปลีเล่นในรังมาราโดนา สเตเดี้ยม พวกเขามักจะเสียประตูให้ทีมเยือนบ่อยครั้ง แต่ก็มักจะยิงคืนได้มากกว่าเสมอจนสกอร์รวมมักจะทะลุเรทที่ตั้งไว้ ความกดดันที่ต้องชนะทั้งคู่จะทำให้เกมเปิดแลกกันตั้งแต่นาทีแรก และเมื่อมีการเสียประตูเร็ว เกมจะทวีความดุเดือดและนำไปสู่การถล่มประตูที่มากกว่า 3 ลูก
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
ลีดส์ ยูไนเต็ด พบกับ อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ)
ลีดส์ ยูไนเต็ด ฟอร์มช่วงหลังถือว่าทำได้ค่อนข้างทรงตัว 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ 1 ผลงานไม่ได้โดดเด่นมากแต่ก็ไม่ถึงกับแย่ เกมล่าสุดเสมอ แสดงให้เห็นว่าทีมยังพอมีความเหนียวแน่น โดยเฉพาะเกมรับที่เริ่มมีวินัยมากขึ้น เกมรุกยังขาดความสม่ำเสมอ อาร์เซน่อล ผลงานโดยรวมดูดีกว่าอย่างชัดเจน 5 นัดหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้ 1 นัดล่าสุดคว้าชัยมาได้ กำลังอยู่ในช่วงความมั่นใจดี เกมรุกมีความหลากหลาย เล่นกันไหลลื่นและสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับก็ถือว่าไว้ใจได้ เสียประตูไม่มาก ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
เอลเช่ พบกับ บาร์เซโลน่า (ลาลีกา สเปน)
เอลเช่ ฟอร์มช่วงหลังยังน่าเป็นห่วง 5 นัดหลังสุด แพ้ 3 เสมอ 2 ยังไม่ชนะใคร สะท้อนถึงปัญหาเรื่องความมั่นใจ เกมรุกขาดความเฉียบคมและจบสกอร์ไม่เด็ดขาด เกมรับยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นบ่อย ทำให้เสียประตูค่อนข้างง่าย ด้านทีมเยือน บาร์เซโลน่า ผลงานโดยรวมแข็งแกร่งมาก 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 แพ้ 1 โดย 3 นัดหลังสุดชนะรวด ความมั่นใจเต็มเปี่ยม เกมรุกดุดัน สร้างโอกาสได้หลากหลายและจบสกอร์เฉียบขาด เกมรับก็มีความแน่นอนและเสียประตูน้อย ฟันธง บาร์เซโลน่า มีศักยภาพเหนือกว่าน่าจะบุกไปคุมเกมและเก็บชัยชนะได้อีกนัด
แนะนำ: ต่อ บาร์เซโลน่า 1.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2 หรือ 1-3
ลอริยองต์ พบกับ น็องต์ (ลีกเอิง ฝรั่งเศส)
ลอริยองต์ ฟอร์มช่วงหลังถือว่าร้อนแรงมาก 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร ความมั่นใจกำลังมาเต็ม เกมรุกเริ่มเข้าฝัก สร้างโอกาสจบสกอร์ได้ต่อเนื่อง เกมรับก็มีความแน่นอนมากขึ้น ด้านน็องต์ ผลงานยังไม่ค่อยแน่นอน 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 โดย 2 นัดหลังสุดแพ้ติดต่อกัน สะท้อนถึงปัญหาเรื่องความเฉียบคม เกมรุกยังขาดจังหวะเด็ดขาด เกมรับแม้จะเสียประตูน้อย แต่ยังปิดเกมไม่ค่อยลง ฟันธง ลอริยองต์ ฟอร์มกำลังมา มีโอกาสเปิดบ้านคว้าชัยชนะได้ตามเป้า
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-1
“KickVision”
ก่อนหน้า 1 … 49 50 51 52 53 … 88 ถัดไป »