เรอัล มาดริด เริ่มมีความหวังในการรั้งตัว วินิซิอุส จูเนียร์ มากขึ้นหลังจากการประกาศปลด ชาบี อลอนโซ่ ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากดาวเตะชาวบราซิลมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างย่ำแย่กับอดีตผู้จัดการทีมรายนี้ โดยประธานสโมสรอย่าง ฟลอเรนติโน เปเรซ ยังคงมองว่าเขาคือแกนหลักสำคัญในการสร้างทีมยุคใหม่ และการเข้ามาของ อัลบาโร อาร์เบโลอา กุนซือคนใหม่ที่ประกาศหนุนหลังเขาอย่างเต็มตัวก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มเจรจาสัญญาฉบับใหม่ อย่างไรก็ตาม รายงานจาก MARCA ระบุว่าอนาคตของเขายังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง “เพดานค่าจ้าง” ที่ข้อเสนอของสโมสรกับความต้องการของนักเตะยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่จนทำให้การเจรจาต้องหยุดชะงักลง นอกจากนี้วินิซิอุสยังรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความคุ้มครองและเสียใจที่ถูกแฟนบอลตัวเองโห่ใส่ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายนัดที่ผ่านมา
ความสัมพันธ์ที่ร้าวลึกกับแฟนบอล “ราชันชุดขาว” กลายเป็นปัจจัยลบที่แก้ยากที่สุด เนื่องจากพฤติกรรมในสนามของเขาถูกมองในแง่ลบมากขึ้นเรื่อยๆ จนเจ้าตัวรู้สึกว่าไม่ได้รับความรักเหมือนแต่ก่อน ประกอบกับฟอร์มการเล่นในช่วงหลังที่ตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้แรงกดดันจากอัฒจันทร์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นความตึงเครียดที่อาจส่งผลให้เขาตัดสินใจย้ายออกเพื่อหาความท้าทายใหม่ในลีกอื่น
บทสรุปของสถานการณ์นี้ขึ้นอยู่กับว่าวินิซิอุสจะสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้รวดเร็วแค่ไหนภายใต้การคุมทีมของอาร์เบโลอา เพราะฟอร์มการเล่นในสนามคือสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนเสียงโห่ให้เป็นเสียงเชียร์ได้อีกครั้ง หากเขายังไม่สามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ อนาคตของซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งรายนี้ในถิ่นมาดริดอาจต้องปิดฉากลงในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ปี 2026
เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูล เตรียมเรียกประชุมด่วนผู้เล่นในวันจันทร์นี้เพื่อกู้วิกฤตฟอร์มการเล่น หลังทีมทำได้เพียงเสมอเบิร์นลีย์ 1-1 คาสนามแอนฟิลด์ ซึ่งถือเป็นการเสมอติดกัน 4 นัดในลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี โดยปราการหลังชาวดัตช์แสดงความโกรธเคืองต่อความผิดพลาดส่วนบุคคลและความไม่สม่ำเสมอของทีมที่มักจะแผ่วปลายในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย จนทำให้โอกาสลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกเริ่มสั่นคลอน บรรยากาศในแคมป์ “หงส์แดง” เริ่มตึงเครียดหลังแฟนบอลส่งเสียงโห่ร้องด้วยความไม่พอใจที่ทีมพลาดโอกาสลดช่องว่างคะแนนกับกลุ่มผู้นำ แม้ในเกมล่าสุดจะสร้างโอกาสยิงได้ถึง 32 ครั้ง แต่กลับไร้ความเฉียบคมจนโดนตีเสมอจากการยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวของคู่แข่ง ซึ่งฟาน ไดจ์ค ย้ำว่าการพูดคุยครั้งนี้สำคัญมาก เพราะทีมมีโปรแกรมหนักต้องบุกไปเยือนมาร์เซย์ของ โรแบร์โต เด แซร์บี ในศึกยุโรปวันพุธนี้
ขณะเดียวกัน ทีมของ อาร์เน กำลังรอการกลับมาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ แม้ดาวเตะชาวอียิปต์จะมีประเด็นขัดแย้งกับกุนซือเรื่องการถูกดรอปเป็นตัวสำรองก่อนหน้านี้ แต่ฟาน ไดจ์ค ยังคงเชื่อมั่นว่าคุณภาพของซาลาห์จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกสถานการณ์ของสโมสรให้กลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล 2026
สรุปภาพรวมคือลิเวอร์พูลต้องเร่งปรับจูนสมาธิและวิญญาณเพชฌฆาตโดยด่วน ก่อนที่อันดับในตารางจะร่วงลงไปไกลกว่านี้ โดยกัปตันทีมยืนยันว่านักเตะทุกคนต้องหันมามองความผิดพลาดของตัวเองมากกว่าการไปสนใจผลการแข่งขันของทีมอื่น เพื่อแก้ไขปัญหาฟอร์มตกต่ำที่แพ้ถึง 9 จาก 12 นัดในช่วงก่อนหน้านี้ให้สำเร็จก่อนจะสายเกินไป
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อรักษาพื้นที่กลุ่มหัวตารางและลุ้นตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน แม้ช่วงหลังจะเริ่มมีฮึดทำแต้มหนีตายได้บ้าง แต่โดยรวมยังรั้งอันดับบ๊วยและมีจุดอ่อนที่เกมรับเสียประตูง่าย สถิติชี้ชัดว่ายามคู่นี้เจอกันช่วงหลัง นิวคาสเซิ่ลมักจะผูกปีชนะมาตลอด 4 นัดหลังสุด แม้วูล์ฟส์จะพยายามใช้ความได้เปรียบในถิ่น โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม คอยปั่นป่วน แต่ด้วยมาตรฐานการเล่นและคุณภาพผู้เล่นที่ห่างกันชัดเจน การจะต้านทานเกมรุกที่หลากหลายของทีมเยือนจึงเป็นงานที่หนักอึ้งเกินกำลังเจ้าถิ่นอย่างแน่นอน
เจ้าบ้าน วูล์ฟแฮมป์ตัน ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคนใหม่ (Rob Edwards) เพิ่งเริ่มมีความหวังหลังปลดล็อกชนะนัดแรกของซีซั่นได้ในเดือนมกราคม ล่าสุดโชว์ฟอร์มดุในบอลถ้วยถล่มชรูวส์บิวรี่มา 6-1 แผงรุกมีตัวอันตรายอย่าง ฮวาง ฮี-ชาน และ จอน อารีอาส ที่เริ่มประสานงานกันได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือแนวรับที่เสียประตูมากที่สุดในลีกถึง 41 ลูก และการเจอทีมที่เขี้ยวลากดินระดับท็อปซิกซ์มักจะโดนเจาะตาข่ายได้ง่ายในช่วงท้ายเกมเสมอ
ฝั่งทีมเยือน นิวคาสเซิ่ล ของ เอ็ดดี้ ฮาว กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มชนะรวดในลีกมา 3 นัดติดต่อกัน และเพิ่งยันเสมอแมนฯ ซิตี้ มาในบอลถ้วย ขุมกำลังชุดนี้แข็งแกร่งทุกขุมกำลัง นำโดยจอมทัพอย่าง บรูโน่ กิมาไรส์ ที่คุมจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ผสานงานกับแนวรุกความเร็วสูงอย่าง แอนโธนี่ กอร์ดอน และกองหน้าฟอร์มแรงอย่าง นิก โวลเทเมด ด้วยระบบการเล่นที่ดุดันและเกมบุกที่เฉียบขาด พวกเขาพร้อมจะเดินหน้าฆ่ามันเพื่อเก็บ 3 แต้มสำคัญและรักษาสถิติข่มเจ้าถิ่นต่อไป
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและความสม่ำเสมอของนิวคาสเซิ่ลที่เป็นต่ออยู่หลายขุม แม้วูล์ฟส์จะเริ่มมีทรงบอลที่ดีขึ้นแต่ยังวัดผลกับทีมใหญ่ได้ยาก เรตราคาที่เปิดมา ต่อ นิวคาสเซิ่ล 0.5 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะเจ้าถิ่นมีสถิติแพ้ในบ้านถึง 8 จาก 10 นัดหลังสุด ขณะที่ทีมเยือนกำลังมั่นใจขีดสุดและมักจะชนะแบบกินเต็มในพิกัดนี้ได้เป็นประจำ เชื่อว่า 1 เม็ดเพื่อคว้าชัยมีแน่ และมีโอกาสสูงที่จะยิงขาดในช่วงที่เจ้าถิ่นต้องเปิดหน้าแลก
เลือกเล่น : ต่อ นิวคาสเซิ่ล 0.5
— กุนซือไร้เงา —
แอสตัน วิลล่า vs เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
แอสตัน วิลล่า ในบ้านดุดันไว้ใจได้เสมอ ยิ่งได้แนวรุกตัวเก่งอยู่กันครบพร้อมถล่มประตูเพื่อรักษาพื้นที่หัวตาราง เอฟเวอร์ตัน สภาพทีมยวบยาบจากปัญหานักเตะบาดเจ็บและไปรับใช้ชาติ ทำให้เกมรับเปราะบางยามออกนอกบ้าน สถิติข่มกันชัดเจน เจ้าถิ่นเหนือกว่าทั้งทรงบอลและเสียงเชียร์ พร้อมเดินหน้าบุกกดดันตั้งแต่นาทีแรกจนจบเกม ด้วยมาตรฐานทีมที่ห่างกันมาก เชื่อว่า “สิงห์ผยอง” จะพับสนามบุกและคว้าสามแต้มในรังได้แบบไม่ยากเย็น หนึ่งเม็ดมีแน่สำหรับการกินครึ่ง และโอกาสไหลไปเม็ดสองยิงขาดกินเต็มมีสูงมาก แนะนำให้วางเจ้าบ้านไปได้เลย
แนะนำ: ต่อ แอสตัน วิลล่า 0.75
ระดับความมั่นใจ: 95%
ผลบอลที่คาด: แอสตัน วิลล่า ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0
สตุ๊ตการ์ต vs ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
“ม้าขาว” สตุ๊ตการ์ต ในบ้านดุดันอันตราย เกมรุกกำลังท็อปฟอร์มยิงกระจายมาแทบทุกนัด พร้อมเปิดหน้าบุกแลกเพื่อพื้นที่ท็อปโฟร์ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน แม้จะเหนียวแน่นแต่ช่วงหลังเกมรับเริ่มมีช่องโหว่ ทว่าลูกตั้งเตะและเกมสวนกลับยังหวังผลประตูได้เสมอ สถิติการเจอกันพักหลังสกอร์ไหลยาวตลอด ล่าสุดซัดกันยับถึง 8 ลูก บ่งบอกชัดเจนว่าทรงบอลเปิดแลกแบบไม่มีใครยอมอุด ด้วยความคมของแนวรุกทั้งสองทีมและเรตที่เปิดมา เชื่อว่าเม็ดสามมีให้เห็นแน่นอน และมีโอกาสสูงที่จะไหลไปถึงเม็ดสี่
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
แอตฯ มาดริด vs อลาเบส ( ลาลีกา สเปน )
แอตฯ มาดริด ในบ้านดุดันไว้ใจได้เสมอ โดยเฉพาะเกมรุกที่มักจะกระหน่ำประตูยามเจอทีมครึ่งล่างของตาราง อลาเบส เกมเยือนมีปัญหาเสียประตูง่ายและมักจะต้านทานเกมบุกกดดันหนักๆ ของทีมระดับท็อปไม่อยู่ สถิติ H2H ที่สนามแห่งนี้ส่วนใหญ่จบด้วยสกอร์สูง โดยเจ้าถิ่นมักจะยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูขึ้นไปเป็นพื้นฐาน ด้วยคุณภาพแนวรุกที่เหนือกว่าและต้องการแต้มเพื่อจี้กลุ่มนำ เชื่อว่าเกมนี้จะเปิดหน้าแลกกันจนทะลุเรต 2.5
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
โบโลญญ่า vs ฟิออเรนติน่า (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
โบโลญญ่าช่วงหลังรูปเกมเริ่มเปิดมากขึ้น เกมรับยังมีจังหวะหลุดให้เห็นบ่อย แต่จุดเด่นคือเกมรุกที่กล้าเล่น กล้าแลก โดยเฉพาะเวลาเล่นในบ้าน มักเร่งจังหวะตั้งแต่ต้น
ฝั่งฟิออเรนติน่าก็เป็นทีมที่เกมรุกจัดจ้านไม่แพ้กัน มีทั้งเกมเพรสซิ่งและจังหวะเข้าทำหลากหลาย แต่แนวรับยังไม่ถึงกับแน่น เกมเยือนหลายครั้งเสียประตูง่าย คู่นี้ภาพรวมมีแนวโน้มเปิดเกมแลกกันชัด โอกาสยิงกันเกินสองลูกมีสูง
ฟันธง : สูง 2.5/3
สกอร์ที่คาด : โบโลญญ่า 2-2 ฟิออเรนติน่า
ระดับความมั่นใจ : 80%
เอซี มิลาน vs เลชเช่ (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
เอซี มิลานฟอร์มโดยรวมยังดูแข็ง เกมรุกมีความหลากหลาย และเล่นในบ้านมักเดินหน้าบุกต่อเนื่อง แม้บางเกมจังหวะจบจะยังไม่คมจัด แต่เมื่อเจอคู่แข่งที่เกมรับเปราะ โอกาสยิงหลายประตูเปิดกว้าง
ด้านเลชเช่ช่วงนี้ฟอร์มตกชัด เกมรับมีปัญหา เสียประตูต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลาเจอทีมที่เกมรุกเร็วและกดดันสูง เกมนี้รูปเกมน่าจะเป็นมิลานครองบอลบุกใส่ยาว โอกาสเห็นสกอร์ไหลมีสูง
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : เอซี มิลาน 3-0 เลชเช่
ระดับความมั่นใจ : 83%
สตาร์บูร์ก vs เม็ตซ์ (ลีกเอิง ฝรั่งเศส)
สตาร์บูร์กช่วงนี้ฟอร์มกำลังมั่นใจ เล่นเป็นระบบ เกมรับแน่น เกมรุกมีความเฉียบ และเวลาเล่นในบ้านมักคุมจังหวะได้ดี
ฝั่งเม็ตซ์ฟอร์มยังแกว่ง เกมรับมีช่องโหว่ให้เห็นบ่อย โดยเฉพาะเวลาโดนบุกต่อเนื่อง เกมเยือนยังเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อมาเจอกับทีมที่ฟอร์มกำลังขึ้นและเล่นในบ้านแบบนี้ ภาพรวมยังมองว่าเจ้าบ้านมีโอกาสเบียดเก็บชัยตามราคา
ฟันธง : ต่อ สตาร์บูร์ก 0.5/1
สกอร์ที่คาด : สตาร์บูร์ก 2-0 เม็ตซ์
ระดับความมั่นใจ : 82%
ตาข่ายทอง.
ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ อาร์เน ปรับกลยุทธ์ซื้อขายนักเตะอย่างรวดเร็ว หลังแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกปีล่าสุดต้องเบนเข็มหาเป้าหมายใหม่เนื่องจากมาร์ค เกฮี ย้ายไปซบแมนฯ ซิตี้ โดยหันมาให้ความสนใจ อุสมาน ดิอาโอ ปราการหลังชาวเซเนกัลวัย 21 ปีจากเอฟซี มิดทิลแลนด์ ซึ่งสโมสรส่งแมวมองติดตามฟอร์มอย่างใกล้ชิดเพื่อหวังนำมาเป็นตัวแทนระยะยาวในแดนหลังที่กำลังเผชิญปัญหาทั้งอาการบาดเจ็บของจิโอวานนี เลโอนี และสถานการณ์สัญญาที่ยังไม่แน่นอนของอิบู โคนาเต้ กองหลังดาวรุ่งรายนี้มีคุณสมบัติที่ตรงตามสเปกของ อาร์เน อย่างครบถ้วน ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย การเล่นลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม และทักษะการออกบอลจากแดนหลังที่มีความแม่นยำสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้เขายังพิสูจน์ตัวเองในเวทียูโรปา ลีก ด้วยสถิติการเคลียร์บอลเฉลี่ย 6.2 ครั้งต่อเกม และความเยือกเย็นในการรับมือกับกองหน้าชั้นนำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมสรรหาผู้เล่นของแอนฟิลด์มองว่าเขาพร้อมจะพัฒนาขึ้นมาเป็นคู่หูคนใหม่ของเวอร์จิล ฟาน ไดค์
การไล่ล่าดิอาโอสะท้อนถึงนโยบายของสโมสรที่ไม่ต้องการทุ่มเงินมหาศาลแบบไร้ทิศทาง แต่เน้นการค้นพบดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูงก่อนที่ค่าตัวจะพุ่งทะยาน โดยเชื่อว่าสไตล์การป้องกันพื้นที่สูงและความดุดันในเกมสวนกลับของเขาจะช่วยยกระดับแนวรับของลิเวอร์พูลให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันแชมป์ลีกในฤดูกาล 2025/26 ซึ่ง อาร์เน ต้องการนักเตะที่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นที่ยืดหยุ่นและมีความกดดันสูงในระดับยุโรปได้อย่างรวดเร็ว
สรุปภาพรวมคือลิเวอร์พูลกำลังเตรียมยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวดิอาโอในช่วงตลาดซื้อขายที่กำลังจะมาถึง เพื่อปิดช่องโหว่ในแนวหลังและสร้างความสมดุลระหว่างผู้เล่นประสบการณ์สูงกับสายเลือดใหม่ หากดีลนี้สำเร็จ ดิอาโอจะกลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในแผนการสร้างทีมระยะยาวที่เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน และจะเป็นบททดสอบสำคัญของทีมบริหารชุดใหม่ว่าจะสามารถปั้นเพชรเม็ดงามรายนี้ให้เจิดจรัสในถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ได้เหมือนที่ผ่านมาหรือไม่
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง ไมเคิล คาร์ริค เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่างเป็นทางการจนจบฤดูกาล 2026 แทนที่ รูเบน อโมริม ที่เพิ่งถูกปลดออกไป โดยกลุ่ม INEOS และเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ วางแผนที่จะประหยัดงบประมาณในตลาดเดือนมกราคมนี้เพื่อเก็บไว้ทุ่มซื้อซูเปอร์สตาร์และแต่งตั้งกุนซือถาวรคนใหม่ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งคาร์ริคเองก็ไม่ได้ร้องขอการเสริมทัพเพิ่มเติมและพร้อมใช้งานขุมกำลังที่มีอยู่เพื่อพยายามพาทีมกลับเข้าสู่โซนแชมเปี้ยนส์ลีก แม้สโมสรจะเน้นการออมเงิน แต่รายงานจาก Football Insider ระบุว่าทัพ “ปีศาจแดง” ยังคงเปิดประตูรับนักเตะใหม่หากเป็นเป้าหมายระยะยาวในราคาที่เหมาะสม โดยชื่อของ รูเบน เนเวส มิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสจาก อัล ฮิลาล กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านปอนด์ เนื่องจากสัญญาของเขากับทีมในซาอุดีอาระเบียกำลังจะหมดลงในเดือนมิถุนายนนี้ ทำให้ยูไนเต็ดมองเห็นโอกาสในการดึงกองกลางระดับท็อปกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง
สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้อโมริมต้องแยกทางกับทีม คือความเห็นที่ไม่ตรงกันกับบอร์ดบริหารเรื่องการเสริมทัพ โดยอโมริมต้องการกองหน้าเพิ่มอย่าง ฌอง ฟิลิปป์-มาเตตา หรือ แดนนี่ เวลเบ็ค แต่เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอลมองว่าสโมสรลงทุนในแนวรุกไปมากแล้วเกือบ 200 ล้านปอนด์ และคาดหวังให้แข้งอย่าง ไบรอัน เอ็มเบอูโม และ อามัด ดิอัลโล ที่หายเจ็บกลับมาเป็นตัวหลักแทน การเลือกคาร์ริคจึงเป็นการส่งสัญญาณว่าสโมสรจะมุ่งเน้นไปที่การปรับจูนทีมเดิมมากกว่าการซื้อแหลก
สรุปภาพรวมคือแมนฯ ยูไนเต็ดในปี 2026 กำลังอยู่ในช่วงปรับฐานครั้งสำคัญ โดยมีคาร์ริคเป็นคนประคองทีมระยะสั้น แผนการเสริมทัพในเดือนมกราคมนี้จะเป็นไปอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบงบประมาณมหาศาลที่เตรียมไว้สำหรับช่วงซัมเมอร์ ซึ่งมีชื่อของดาวรุ่งอย่าง อดัม วอร์ตัน และ โจเอา โกเมส เป็นเป้าหมายหลัก อย่างไรก็ตาม ดีลของรูเบน เนเวส อาจเกิดขึ้นได้หากเงื่อนไขส่วนตัวและค่าตัวไม่เกินเลยจากที่ตั้งไว้เพื่อเข้ามาช่วยพยุงแดนกลางให้มั่นคงขึ้น
เชลซี ภายใต้การนำของกุนซือคนใหม่ เลียม โรเซนิออร์ เตรียมเปิดฉากตลาดฤดูหนาวปี 2026 ด้วยการยื่นข้อเสนอแรกมูลค่า 50 ล้านยูโร เพื่อขอซื้อตัว เจเรมี ฌาคเกต์ เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่งวัย 20 ปีจากสตาด เรนเนส์ หลังจากสโมสรเฝ้าติดตามฟอร์มมาอย่างยาวนาน โดยหวังให้แข้งทีมชาติฝรั่งเศสชุด U21 รายนี้เข้ามาแก้ปัญหาเกมรับที่ขาดความสม่ำเสมอและโดนอาการบาดเจ็บรุมเร้าจนทำให้ทีมร่วงไปอยู่อันดับ 8 ของตารางพรีเมียร์ลีกในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม การเจรจาครั้งนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากสตาด เรนเนส์ อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบหลังนักเตะเพิ่งขยายสัญญาไปจนถึงปี 2029 โดยสโมสรแดนน้ำหอมตั้งเป้าว่าจะทำลายสถิติขายผู้เล่นที่แพงที่สุดของสโมสร ซึ่งต้องสูงกว่า 64 ล้านยูโร (สถิติเดิมของ เจเรมี โดกู) ทำให้ข้อเสนอแรกของเชลซีถูกมองว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการประมูลราคา ท่ามกลางความสนใจจากยักษ์ใหญ่ทีมอื่นอย่าง อาร์เซนอล และ บาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังจับตามองสถานการณ์นี้เช่นกัน
สำหรับจุดเด่นของ ฌาคเกต์ ที่ทำให้เชลซีคลั่งไคล้คือความแข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศและความสามารถในการครองบอลภายใต้ความกดดัน ซึ่งเข้ากับปรัชญาการทำทีมเน้นการครอบครองบอลของโรเซนิออร์ได้อย่างลงตัว โดยสถิติในลีกเอิงฤดูกาลนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นถึงความดุดันในการดวลและความสามารถในการป้องกันพื้นที่กว้าง ซึ่งเป็นคุณสมบัติของกองหลังสมัยใหม่ที่เชลซีต้องการนำมาวางรากฐานระยะยาวให้กับทีม
บทสรุปของดีลนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของบอร์ดบริหารชุด BlueCo ว่าจะกล้าทุ่มงบมหาศาลเพื่อปิดดีลสายฟ้าแลบนี้ได้ทันเวลาก่อนตลาดปิดหรือไม่ โดยเป้าหมายหลักคือการดึงตัวนักเตะมาช่วยทีมทำแต้มจี้ท็อปโฟร์ที่ตอนนี้ตามหลังลิเวอร์พูลอยู่ 4 คะแนน หากเชลซีสามารถปิดดีลนี้ได้สำเร็จ ฌาคเกต์จะกลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยให้ทัพสิงห์บลูส์กลับมามีลุ้นความสำเร็จอีกครั้งในเกมดาร์บี้แมตช์และรายการที่เหลือของฤดูกาล 2026
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงและเดินหน้าทำแต้มทิ้งห่างคู่แข่งในการลุ้นแชมป์ ขณะที่ “เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่สถานการณ์กำลังย่ำแย่จะเน้นการตั้งรับให้รัดกุมที่สุดภายใต้การทำทีมที่เน้นวินัยเกมรับ เพื่อหวังแต้มสำคัญในการหนีห่างโซนตกชั้น สถิติชี้ชัดว่ายามอาร์เซน่อลมาเยือน “ซิตี้ กราวด์” มักจะเป็นฝ่ายครองเกมบุกอยู่ฝั่งเดียว แม้ฟอเรสต์จะเป็นทีมที่เล่นในบ้านได้เหนียวแน่นและพร้อมสู้ถวายหัว แต่การต้องรับมือกับแนวรุกที่กำลังท็อปฟอร์มและเล่นด้วยความมั่นใจของทีมเยือน ถือเป็นบททดสอบที่หนักหนาสาหัสสำหรับเจ้าถิ่นอย่างแน่นอน
เจ้าบ้าน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ ฌอน ไดซ์ (กุนซือคนปัจจุบันในปี 2026) กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังรั้งอันดับ 17 ของตารางและชนะเพียงนัดเดียวจาก 6 เกมหลังสุดในลีก ล่าสุดเพิ่งเสียขวัญจากการตกรอบเอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือทีมลีกต่ำกว่า สภาพทีมคืนนี้จะฝากความหวังไว้ที่จังหวะโต้กลับเร็วและการทำทางของตัวรุกอย่าง ไทโว อโวนิยี่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือสถิติการเล่นในบ้านปีนี้ที่แพ้ไปถึง 6 จาก 10 นัด ทำให้เกมรับที่ต้องเผชิญหน้ากับทีมระดับลุ้นแชมป์ดูมีความเปราะบางและเสี่ยงที่จะเสียประตูได้ทุกเมื่อ
ฝั่งทีมเยือน อาร์เซน่อล ภายใต้การนำทัพของ มิเกล อาร์เตต้า ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันในฐานะจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก โดยผลงานล่าสุดเพิ่งบุกไปถล่มพอร์ทสมัธ 4-1 และเบียดชนะเชลซีมาได้แบบสุดมันส์ 3-2 ขุมกำลังนำโดยดาวซัลโวประจำทีมอย่าง วิกตอร์ ยอเกเรส (กองหน้าตัวเก๋งปี 2026) ประสานงานกับ บูกาโย ซาก้า และ มาร์ติน โอเดการ์ด ด้วยระบบการเล่นที่ยืดหยุ่นและเกมรุกที่หลากหลาย พวกเขาพร้อมจะโหมบุกเข้าใส่เพื่อปิดเกมให้เร็วที่สุดและรักษาโมเมนตัมการลุ้นแชมป์ต่อไป
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและฟอร์มการเล่นที่สวนทางกันอย่างชัดเจน อาร์เซน่อลจะใช้เกมรุกที่จัดจ้านและความกระหายในชัยชนะกดดันจนแนวรับของฟอเรสต์ต้านทานไม่ไหว เรตราคาที่เปิดมา สูง 2.5 ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะสถิติการเจอกันพักหลังทีมเยือนมักจะยิงขาดและเจ้าถิ่นเองก็มักจะมีช่องโหว่ในเกมรับยามโดนบดหนักๆ เชื่อว่าเม็ดแรกจาก “ปืนใหญ่” มาเร็วแน่นอน และมีโอกาสสูงที่จะไหลไปสู่เม็ดที่สามในช่วงที่เจ้าถิ่นต้องพยายามเปิดหน้าแลกเพื่อเอาคืน
เลือกเล่น : สูง 2.5
— กุนซือไร้เงา —
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ vs อาร์เซน่อล ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยามเล่นใน “ซิตี้ กราวด์” มักจะมีพลังงานล้นเหลือและเสียงเชียร์คอยหนุนหลังจนกล้าเปิดเกมรุกแลกกับทีมใหญ่แบบไม่เกรงกลัว ซึ่งจุดเด่นคือเกมสวนกลับที่รวดเร็วพร้อมเจาะตาข่ายคู่แข่งได้ทุกเมื่อ ฝั่ง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล มาตรฐานเกมรุกจัดจ้านระดับลุ้นแชมป์อยู่แล้ว พักหลังยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำและเน้นเกมบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรก สถิติการเจอกันช่วงหลังมักจะมีประตูเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ดูทรงแล้วทั้งคู่ไม่มีใครยอมอุดให้เสียเวลาแน่ มีโอกาสสูสีและแลกกันสนุกจนสกอร์ไหลทะลุเรตที่ตั้งไว้แน่นอน
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ vs ซังค์ เพาลี ( บุนเดสลีกา เยอรมัน )
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เกมนี้เล่นในบ้าน ยังไงก็ต้องเปิดโหมดบุกเต็มสูบเพื่อถล่มประตูโชว์กำแพงสีเหลืองอยู่แล้ว ยิ่งขุมกำลังแนวรุกชุดนี้กำลังคึกจัดพร้อมเจาะทุกวินาที ฝั่งน้องใหม่ ซังค์ เพาลี แม้จะเป็นรองเรื่องชื่อชั้น แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมสู้ไม่ถอยและมักจะมีเซอร์ไพรส์ในเกมโต้กลับเสมอ ทรงบอลมันเปิดหน้าแลกกันสนุกแน่นอน ไม่มีการตั้งรับให้เสียเวลา พร้อมกระหน่ำยิงจนแฟนบอลลุกนั่งไม่ติด ดูจากความคมของเจ้าถิ่นบวกกับความใจสู้ของทีมเยือน บอกเลยว่าเม็ดสามมีให้เห็นค่อนข้างแน่และโอกาสไหลไปเม็ดสี่มีสูงมาก
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
นาโปลี vs ซาสซูโอโล่ ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
นาโปลี เกมนี้ได้เฝ้ารัง ยังไงก็ต้องเดินหน้าเพื่อเก็บสามแต้มไล่บี้หัวตาราง ยิ่งขุมกำลังชุดนี้กำลังเล่นได้ลงตัวและมีความเฉียบขาดในจังหวะเข้าทำเป็นอย่างมาก ฝั่ง ซาสซูโอโล่ แม้จะเป็นทีมที่เล่นเกมบุกสนุกแต่ปัญหาหลักคือเกมรับที่มักจะเสียประตูง่ายยามเจอทีมระดับท็อปบดหนักๆ ทรงบอลเจ้าถิ่นเหนือกว่าชัดเจนและคงไม่ปล่อยให้ทีมเยือนได้หายใจหายคอ พร้อมกระหน่ำเกมรุกเข้าใส่จนกว่าจะเอาประตูฝังชัยให้แฟนบอลได้เฮ ดูจากเกรดบอลและความมุ่งมั่นของเจ้าถิ่นแล้ว บอกเลยว่าหนึ่งเม็ดมีแน่และโอกาสไหลไปเม็ดสองกินเต็มมีสูงมาก
แนะนำ: ต่อ นาโปลี 1
ระดับความมั่นใจ: 95%
ผลบอลที่คาด: นาโปลี ชนะ ซาสซูโอโล่ 2-0
— กุนซือไร้เงา —
แมนฯ ยูไนเต็ด vs แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
เกมดาร์บี้แมตช์ที่ภาพรวมชั่วโมงนี้ต่างกันพอสมควร แมนฯ ยูไนเต็ดฟอร์มช่วงหลังออกแนวติดเสมอ เกมรับพอเอาตัวรอดได้ แต่เกมรุกยังขาดความเฉียบ จังหวะเข้าทำไม่ค่อยต่อเนื่อง ทำให้ปิดเกมลำบาก
ฝั่งแมนฯ ซิตี้ ฟอร์มโดยรวมดูนิ่งกว่า แม้ในลีกจะเสมอหลายเกม แต่รูปเกมยังคุมได้ตลอด แถมเกมบอลถ้วยช่วงหลังกลับมาเดินหน้าเต็มที่ เกมนี้ต่อให้มาเยือน แต่คุณภาพเกมและความหลากหลายยังดูเหนือกว่า หากจบสกอร์ได้ตามจังหวะ มีโอกาสบุกคว้าชัยได้มากกว่า
ฟันธง : ต่อ แมนฯ ซิตี้ 0.5/1
สกอร์ที่คาด : แมนฯ ยูไนเต็ด 1-3 แมนฯ ซิตี้
ระดับความมั่นใจ : 82%
ฮาร์ทส์ vs ฟัลเคิร์ก (สกอตแลนด์ เอฟเอ คัพ)
ฮาร์ทส์ช่วงนี้ฟอร์มกำลังมั่นใจ เกมในบ้านแข็ง เกมรับแน่น และจังหวะเข้าทำค่อนข้างเฉียบ โดยเฉพาะเวลาเจอทีมที่ศักยภาพเป็นรอง มักคุมเกมได้ตลอด
ด้านฟัลเคิร์กผลงานขึ้นๆ ลงๆ แม้จะมีเกมที่เล่นได้ดี แต่เวลาเจอทีมระดับสูงกว่ายังต้านยาก เกมรับมักเสียรูปเมื่อโดนกดดันต่อเนื่อง เกมบอลถ้วยแบบนี้ ฮาร์ทส์ยังดูครบเครื่องกว่า และมีโอกาสเดินหน้าเก็บชัยตามราคา
ฟันธง : ต่อ ฮาร์ทส์ 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ฮาร์ทส์ 2-0 ฟัลเคิร์ก
ระดับความมั่นใจ : 80%
โคเวนทรี่ vs เลสเตอร์ ซิตี้ (แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ)
โคเวนทรี่ฟอร์มในบ้านร้อนแรง เกมรุกกำลังมั่นใจ ยิงประตูต่อเนื่อง และมักเร่งจังหวะตั้งแต่ต้นเกม
เลสเตอร์ ซิตี้ เกมเยือนช่วงหลังมีปัญหาชัด เกมรับเสียประตูง่าย แต่เกมรุกยังพอมีทีเด็ด ทำให้หลายเกมออกมาสูสีและมีสกอร์เยอะ เมื่อดูทรงเกมแล้วคู่นี้มีแนวโน้มเปิดหน้าแลกกันตั้งแต่ต้น โอกาสยิงกันเกินราคามีสูง
ฟันธง : สูง 3.0
สกอร์ที่คาด : โคเวนทรี่ 2-2 เลสเตอร์ ซิตี้
ระดับความมั่นใจ : 81%
ตาข่ายทอง.
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเตรียมสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในตลาดซื้อขายนักเตะปี 2026 ด้วยการเตรียมยื่นข้อเสนอมูลค่าสูงถึง 100 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว ปาโบล บาร์ริโอส มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 22 ปีของแอตเลติโก มาดริด โดยสโมสรมองว่าเขาคือ “เพลย์เมกเกอร์ที่เหมาะสมที่สุด” สำหรับการสร้างทีมในโปรเจกต์ใหม่ แม้ว่าทีมจะเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือหลังการลาออกของ รูเบน อโมริม แต่แผนการเสริมทัพในระยะยาวยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มข้น มิดฟิลด์ชาวสเปนรายนี้กลายเป็นที่ชื่นชอบของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ด้วยทักษะทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยมและความขยันในการช่วยเกมรับ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทัพ “ปีศาจแดง” กำลังขาดหายไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะความต้องการผู้เล่นที่สามารถครองบอลและสร้างสรรค์เกมจากแดนหลังได้ดีกว่ามิดฟิลด์ชุดปัจจุบันอย่าง มานูเอล อูการ์เต้ หรือ คาเซมิโร่ ที่มักจะมีปัญหาในการเล่นกับบอลภายใต้ความกดดัน
รายงานระบุว่าไม่ว่าผู้จัดการทีมคนใหม่จะเป็น โธมัส ทูเคิล หรือ โรแบร์โต เด แซร์บี ต่างก็พร้อมอ้าแขนรับบาร์ริโอสเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เนื่องจากทั้งคู่มีปรัชญาการทำทีมที่เน้นการครองบอลและเกมรุกเป็นหลัก ขณะเดียวกันสถานะของ บรูโน่ เฟอร์นันเดส ที่เริ่มมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตระยะยาว ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ยูไนเต็ดต้องเร่งหาตัวแทนที่มีศักยภาพสูงเข้ามาเตรียมพร้อมไว้
การทุ่มเงินมหาศาลครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของบอร์ดบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด ในการแก้ปัญหาที่เรื้อรังในแดนกลาง โดยเชื่อว่าพลังขับเคลื่อนและความคล่องตัวของบาร์ริโอสจะเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ คอบบี้ ไมโน ยังขาดอยู่ และจะช่วยยกระดับมาตรฐานการเล่นของทีมให้กลับมาลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัวอีกครั้งในฤดูกาล 2026 นี้ ท่ามกลางการจับตามองว่าแอตเลติโก มาดริด จะยอมปล่อยตัวลูกรักรายนี้ออกจากทีมหรือไม่
ก่อนหน้า 1 … 55 56 57 58 59 … 88 ถัดไป »