ฟิออเรนติน่า สโมสรดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ตกเป็นข่าวว่ากำลังบรรลุข้อตกลงขั้นสูงในการคว้าตัว แจ็ค แฮร์ริสัน ปีกมากประสบการณ์ของลีดส์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โดยดีลนี้ถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญครั้งที่สามของทัพ “ม่วงมหากาฬ” ในตลาดซื้อขายรอบนี้ ต่อจากการคว้าตัว มานอร์ โซโลมอน และ มาร์โก เบรสเซียนินี ที่เข้ามาร่วมทีมก่อนหน้านี้ จานลูกา ดิ มาร์ซิโอ ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดซื้อขายระบุว่า ดาวเตะวัย 29 ปีรายนี้เป็นเป้าหมายหลักที่โค้ชเปาโล วาโนลี ต้องการดึงตัวมาเสริมเขี้ยวเล็บในระบบ 4-3-3 เนื่องจากแฮร์ริสันมีความสามารถรอบด้าน สามารถประจำการได้ทั้งปีกซ้ายและปีกขวา ซึ่งจะช่วยให้ทีมมีมิติในเกมรุกที่หลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้นในการลุ้นพื้นที่บอลยุโรปฤดูกาลนี้
เส้นทางค้าแข้งของแฮร์ริสันถือว่าน่าสนใจ โดยเขาเคยฝึกฝนในอะคาเดมี่ของทั้งลิเวอร์พูลและแมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนจะไปสร้างชื่อใน MLS และย้ายกลับมาอังกฤษกับแมนฯ ซิตี้ จนกระทั่งกลายเป็นแกนหลักของลีดส์ ยูไนเต็ด และเคยถูกปล่อยยืมตัวไปหาประสบการณ์กับเอฟเวอร์ตันถึงสองฤดูกาล ก่อนที่ฟิออเรนติน่าจะมองเห็นศักยภาพและยื่นข้อเสนอคว้าตัวไปเล่นในลีกอิตาลี
สรุปภาพรวมคือฟิออเรนติน่ากำลังเร่งปิดดีลนี้เพื่อให้ทันตลาดซื้อขายรอบมกราคม 2026 โดยหวังว่าประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกของแฮร์ริสันจะช่วยยกระดับทีมได้ทันที ท่ามกลางบรรยากาศการเสริมทัพที่ดุดันของสโมสรที่แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่จะยกระดับมาตรฐานทีมให้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในเวทีเซเรีย อา อีกครั้ง
ไมเคิล คาร์ริค กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนจบฤดูกาล 2026 หลังทำผลงานการสัมภาษณ์ได้น่าประทับใจกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดยบอร์ดบริหารระดับสูงนำโดย เจสัน วิลค็อกซ์ และโอมาร์ เบอร์ราดา มั่นใจในวิสัยทัศน์ของอดีตห้องเครื่องรายนี้ และได้รับการสนับสนุนจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพื่อเข้ามากอบกู้สถานการณ์วิกฤตหลังยุคของ รูเบน อโมริม ที่เพิ่งถูกปลดออกไป ความน่าสนใจของการกลับมาครั้งนี้คือการที่คาร์ริคเตรียมดึงตัว โจนาธาน วู้ดเกต อดีตกองหลังชื่อดังและเพื่อนร่วมงานคู่ใจจากมิดเดิลสโบรห์ เข้ามารับบทผู้ช่วยโค้ชในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด แม้วู้ดเกตจะมีสายเลือดเยาวชนของลีดส์ ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาล แต่คาร์ริคมองว่าประสบการณ์และความรู้ใจกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือความท้าทายครั้งใหญ่ เพื่อพาทีมกลับมามีระเบียบวินัยและจิตวิญญาณของผู้ชนะอีกครั้ง
ในส่วนของทีมงานเดิม แดเรน เฟล็ตเชอร์ ที่ทำหน้าที่รักษาการก่อนหน้านี้ เตรียมได้รับโอกาสให้เป็นส่วนหนึ่งของสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ต่อไปร่วมกับ จอนนี่ อีแวนส์ โดยสโมสรต้องการสร้างกลุ่มผู้นำที่รู้จักวัฒนธรรมของ “ปีศาจแดง” เป็นอย่างดีเพื่อช่วยให้นักเตะกลับมามีความมั่นใจ โดยเฉพาะก่อนเกมบิ๊กแมตช์ “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” ที่จะพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันเสาร์นี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรกที่สำคัญที่สุดของคาร์ริค
เป้าหมายสูงสุดที่บอร์ดบริหารมอบหมายให้คาร์ริคคือการทำอันดับให้ติดท็อปโฟร์เพื่อโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยสโมสรพร้อมจะมอบงบประมาณเสริมทัพในช่วงตลาดมกราคมนี้ทันทีเพื่ออุดรอยรั่วในแดนกลาง คาดว่าการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นภายในวันอังคารนี้ เพื่อให้ทีมเริ่มต้นยุคใหม่และเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับมาให้เร็วที่สุดก่อนจะสายเกินไปในฤดูกาลนี้
ลิเวอร์พูล vs บาร์นสลีย์ (เอฟเอ คัพ)
แม้ลิเวอร์พูลช่วงหลังในลีกจะเจอปัญหาเรื่องการปิดเกม จบสกอร์ไม่คมเท่าที่ควร แต่ภาพรวมของฟอร์มยังถือว่าคุมเกมได้ดีแทบทุกนัด โดยเฉพาะเกมรับที่เริ่มนิ่งมากขึ้น และการครองบอลในพื้นที่สุดท้ายยังสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง เกมนี้เป็นบอลถ้วย เอฟเอ คัพ ที่ความต่างของคุณภาพทีมค่อนข้างชัด ลิเวอร์พูลได้เล่นในบ้าน เจอคู่แข่งจากลีกวัน ซึ่งมาตรฐานเกมรับยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ เสียประตูง่าย มีหลุดตำแหน่งบ่อย โดยเฉพาะเวลาโดนเพรสซิ่งเร็ว บาร์นสลีย์ช่วงหลังผลงานแกว่งหนัก เกมรับเสียประตูต่อเนื่อง และเวลาออกไปเล่นนอกบ้านมักต้านความกดดันไม่อยู่ หากเปิดเกมแลกมีโอกาสโดนสวนหนัก แต่ถ้าตั้งรับลึกก็เสี่ยงโดนเจาะจากการเข้าทำหลายรูปแบบของลิเวอร์พูลอยู่ดี ภาพรวมเกมนี้มีแนวโน้มเป็นบอลฝ่ายเดียว สกอร์มีโอกาสไหลตั้งแต่ครึ่งแรก และถ้าเกมเปิดเร็ว โอกาสยิงเกินไลน์ถือว่าสูง
ฟันธง : สูง 3.5/4
สกอร์ที่คาด : ลิเวอร์พูล 4-1 บาร์นสลีย์
ระดับความมั่นใจ : 84%
มานิซ่า vs อุมรานิเยสปอร์ (ตุรกี ดิวิชั่น 2)
มานิซ่าช่วงหลังฟอร์มดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความสม่ำเสมอ เกมรับเริ่มมีวินัยมากขึ้น ไม่เปิดพื้นที่ง่ายเหมือนก่อน ขณะเดียวกันเกมรุกยังคงมีจังหวะเข้าทำที่เฉียบขาด เล่นในบ้านได้เปรียบทั้งจังหวะเกมและความมั่นใจ ต่างจากอุมรานิเยสปอร์ที่ผลงานค่อนข้างแกว่ง เดี๋ยวดีเดี๋ยวหาย เกมรุกมีของจริง แต่ปัญหาเดิมคือเกมรับที่เสียประตูง่าย โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่มักหลุดสมาธิ เมื่อเทียบกันแล้ว มานิซ่าดูนิ่งกว่าในภาพรวม ทั้งจังหวะคุมเกมและความแน่นอนในพื้นที่สุดท้าย เกมนี้ถ้าคุมจังหวะได้ตั้งแต่ต้น มีโอกาสกดดันต่อเนื่องจนได้ประตูขึ้นนำ และรูปเกมจะไหลไปตามที่ต้องการ โอกาสเบียดชนะเกินแต้มต่อยังเปิดกว้าง
ฟันธง : ต่อ มานิซ่า 0.5/1
สกอร์ที่คาด : มานิซ่า 2-0 อุมรานิเยสปอร์
ระดับความมั่นใจ : 81%
จอร์แดน U23 vs คีร์กีซสถาน U23 (เยาวชนชิงแชมป์เอเชีย)
สถานการณ์ของจอร์แดนถือว่ากำลังได้เปรียบ หลังจากเก็บชัยชนะนัดสำคัญมาได้ เกมรุกแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดและความกล้าเล่นมากขึ้น ขณะเดียวกันเกมรับแม้จะมีหลุดบ้าง แต่ยังพอคุมทรงได้ดีเมื่อเจอกับทีมระดับใกล้เคียง ส่วนคีร์กีซสถานแพ้รวดสองนัดแรก สภาพทีมเสียความมั่นใจค่อนข้างชัด เกมรับมีปัญหาเรื่องการยืนตำแหน่ง และมักเสียประตูจากจังหวะพื้นฐาน เกมนี้จอร์แดนมีทั้งแรงจูงใจและคุณภาพทีมที่ดูเหนือกว่า โดยเฉพาะความเข้าใจเกมและการเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย หากขึ้นนำเร็ว รูปเกมจะเข้าทางทันที และคีร์กีซสถานมีแนวโน้มเสียประตูเพิ่มเมื่อโดนกดดันต่อเนื่อง ภาพรวมแล้วน้ำหนักเกมยังเอนเอียงมาทางจอร์แดนชัดเจน
ฟันธง : ต่อ จอร์แดน U23 1
สกอร์ที่คาด : จอร์แดน U23 3-1 คีร์กีซสถาน U23
ระดับความมั่นใจ : 83%
ตาข่ายทอง.
ยูเวนตุส พกับ เครโมเนเซ่ (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
ยูเวนตุส ฟอร์มช่วงหลังถือว่าทำผลงานได้โดดเด่น 5 นัดหลังสุดชนะถึง 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของทีมที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เกมรับมีความแน่นอน เสียประตูยาก เกมรุกกลับมามีประสิทธิภาพ ด้านเครโมเนเซ่ ผลงาน 5 นัดหลังสุดเสมอ 2 แพ้ 3 ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ ฟอร์มโดยรวมยังดูน่าเป็นห่วง เกมรับมีปัญหาให้เห็นบ่อยครั้ง เสียประตูง่าย ส่วนเกมรุกยังขาดความเฉียบคม คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง พบกับ ปารีส เอฟซี (เฟร้นช์ คัพ)
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ฟอร์มช่วงหลังทำได้ดี 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ใคร แสดงถึงความมั่นใจและคุณภาพทีมที่เหนือกว่า เกมรุกยังคงอันตราย สร้างโอกาสเข้าทำได้ต่อเนื่อง แม้เกมรับจะมีหลุดบ้างแต่ภาพรวมยังคุมเกมได้ดี ด้านปารีส เอฟซี ผลงาน 5 นัดหลังสุดชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 ฟอร์มยังไม่สม่ำเสมอ เกมรับมีปัญหาเวลาเจอทีมใหญ่ ส่วนเกมรุกยังขาดความเฉียบคมและความต่อเนื่อง คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าไม่เกิน 3 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: ต่ำ 3.5
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าไม่เกิน 3 ลูก
อัล อิตติฟาค พบกับ อัล คาลีจ (ซาอุดิอาระเบีย โปรเฟสชั่นแนล ลีก)
อัล อิตติฟาค ฟอร์มช่วงหลังทำได้ร้อนแรง 5 นัดหลังสุดชนะ 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร ความมั่นใจของทีมค่อนข้างสูง
เกมรุกเล่นได้ดุดัน สร้างโอกาสเข้าทำต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับก็มีความแน่นอนเสียประตูยาก ด้านอัล คาลีจ ผลงาน 5 นัดหลังสุดชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 ฟอร์มยังขึ้นๆ ลงๆ เกมรับมีจุดอ่อนให้เห็นบ่อย ส่วนเกมรุกยังขาดความเฉียบคมและความสม่ำเสมอ คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ที่เปิดเกมรุกเข้าหาตามสไตล์เจ้าบ้านเพื่อรักษาพื้นที่ท็อปโฟร์และทำแต้มไล่จี้กลุ่มผู้นำ ขณะที่เครโมเนเซ่ที่อันดับอยู่โซนล่างของตารางจะมาเน้นรับต่ำและอาศัยวินัยในแดนกลางบีบพื้นที่เพื่อหาจังหวะโต้กลับ สถิติการเจอกันที่ผ่านมามักจะเป็นยูเวนตุสที่ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเล่นในถิ่นอลิอันซ์ สเตเดี้ยม ที่พวกเขามักจะปิดกล่องเอาชนะคู่แข่งระดับต่ำกว่าได้แบบไม่ยากเย็นนัก
เจ้าบ้าน ยูเวนตุส ภายใต้การนำทัพของ ติอาโก้ ม็อตต้า กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมและไม่แพ้ใครในลีกมาหลายนัดติดต่อกัน แผงรุกนำโดย ดูซาน วลาโฮวิช กองหน้าตัวเก่งที่กลับมาคลำเป้าได้สม่ำเสมอ ประสานงานกับแนวรุกดาวรุ่งอย่าง เคนัน ยิลดิซ และปีกตัวใหม่ที่กำลังมั่นใจ ระบบการเล่นของยูเว่ในปี 2026 เน้นความรัดกุมในเกมรับและใช้การต่อบอลที่แม่นยำเจาะเข้าทำ การได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลตัวเองจะยิ่งทำให้พวกเขาโหมบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อเก็บ 3 แต้มเต็ม
ฝั่งทีมเยือน เครโมเนเซ่ แม้ภาพรวมจะดูเป็นรอง แต่พักหลังเริ่มมีแต้มติดมือจากการเน้นเกมรับที่เหนียวแน่นขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของพวกเขาคือการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนที่มักจะต้านทานความหลากหลายของทีมใหญ่ไม่อยู่ สภาพทีมในวันนี้จะฝากความหวังไว้ที่การทำเกมของมิดฟิลด์ตัวเก๋าและใช้ความเร็วของกองหน้าในการทำจังหวะฉาบฉวย แต่การต้องมารับมือกับยูเวนตุสที่กำลังกระหายชัยชนะเพื่อลุ้นแชมป์ถือเป็นงานที่หนักเกินกำลัง
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยระดับมาตรฐานทีมและแรงจูงใจที่ยูเวนตุสต้องการทำคะแนนเพื่อกดดันกลุ่มจ่าฝูง พวกเขาจะใช้เกมรุกที่หลากหลายกดดันจนแนวรับทีมเยือนต้านไม่ไหว เรตราคาที่เปิดมาถือว่าน่าลุ้นให้เจ้าถิ่นยิงทะลุเป้า เชื่อว่าด้วยความเด็ดขาดของวลาโฮวิชและเสียงเชียร์ในบ้าน ยูเวนตุสจะสามารถเอาชนะและเก็บชัยชนะแบบคลีนชีตได้ไม่ยากเย็น มีโอกาสสูงที่จะเห็นสกอร์ห่างเกินหนึ่งประตู
เลือกเล่น : ต่อ ยูเวนตุส 1.25
— กุนซือไร้เงา —
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มขยับตัวในตลาดซื้อขายฤดูหนาวปี 2026 อย่างจริงจัง โดยล่าสุดมีรายงานว่าได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการมูลค่า 35 ล้านยูโร (ประมาณ 1,300 ล้านบาท) ให้กับแอตเลติโก มาดริด เพื่อขอซื้อตัว มาร์กอส ยอเรนเต้ มิดฟิลด์สารพัดประโยชน์วัย 30 ปี มาร่วมทีม โดยบอร์ดบริหารปีศาจแดงมองว่าประสบการณ์และความแข็งแกร่งทางร่างกายของดาวเตะสเปนรายนี้ คือจิ๊กซอว์ที่เหมาะสมในการเข้ามาแก้ปัญหาช่องว่างในแดนกลางที่กำลังวิกฤต ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตัน 1-2 ในศึกเอฟเอคัพ ซึ่งเผยให้เห็นจุดอ่อนอย่างชัดเจนในคู่มิดฟิลด์อย่าง คอบบี้ ไมโน ที่ยังขาดความฟิต และ มานูเอล อูการ์เต้ ที่ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ทั้งการครองบอลและการช่วยเกมรับ จนมีกระแสข่าวว่าอนาคตของดาวเตะทีมชาติอุรุกวัยในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดใกล้จะสิ้นสุดลง เนื่องจากการเล่นของเขาไม่สามารถตอบโจทย์แทคติกที่ทีมต้องการได้ในระยะยาว
ฝั่งแอตเลติโก มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กำลังเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญ เพราะยอเรนเต้คือแข้งตัวหลักที่ทีมไว้วางใจมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดดีลสลับขั้ว เนื่องจากซิเมโอเน่ให้ความสนใจในตัวอูการ์เต้ที่มีสไตล์การเล่นดุดันและพละกำลังล้นเหลือ ซึ่งตรงกับปรัชญาการทำทีมของเขา ทำให้การเจรจาระหว่างสองสโมสรในเดือนมกราคมนี้อาจมีเงื่อนไขที่น่าสนใจมากกว่าแค่การย้ายทีมฝ่ายเดียว
นอกจากยอเรนเต้แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีข่าวเชื่อมโยงกับ คอนอร์ กัลลาเกอร์ มิดฟิลด์อีกรายของทีมตราหมี แต่ต้องแย่งชิงกับแอสตัน วิลล่า ที่ให้ความสนใจอยู่เช่นกัน สรุปภาพรวมคือยูไนเต็ดตั้งเป้าปรับปรุงแผงมิดฟิลด์ครั้งใหญ่เพื่อกอบกู้สถานการณ์ในครึ่งฤดูกาลหลัง โดยเน้นผู้เล่นที่มีความหลากหลายและพร้อมใช้งานทันทีอย่างยอเรนเต้ เพื่อยกระดับมาตรฐานทีมให้กลับมาลุ้นพื้นที่ยุโรปอีกครั้ง
ไมเคิล คาร์ริค กุนซือมิดเดิลสโบรห์ กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนจบฤดูกาล 2026 แทนที่ รูเบน อโมริม โดยรายงานระบุว่าคาร์ริคทำผลงานการสัมภาษณ์ได้น่าประทับใจกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หลังเข้าพบเจสัน วิลค็อกซ์ และโอมาร์ เบอร์ราดา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่สโมสรต้องการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการภายในวันจันทร์นี้เพื่อให้กุนซือใหม่มีเวลาเตรียมทีมรับมือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันเสาร์ ทางด้าน แดเรน เฟล็ตเชอร์ ที่รับหน้าที่รักษาการใน 2 เกมล่าสุด (เสมอเบิร์นลีย์ และแพ้ไบรท์ตัน) เปิดเผยว่าเขายังไม่ได้รับการติดต่อเรื่องการคุมทีมถาวรและเตรียมกลับไปรายงานตัวที่แคร์ริงตันเพื่อรอฟังความชัดเจนเรื่องคาร์ริค โดยเฟล็ตเชอร์ยอมรับว่าขณะนี้นักเตะกำลังอยู่ในสภาพที่ “อ่อนแอ” และขาดความมั่นใจอย่างหนักหลังตกรอบเอฟเอคัพ ซึ่งภารกิจหลักของผู้ที่จะเข้ามาใหม่คือการกู้ศรัทธาและบรรยากาศในห้องแต่งตัวให้กลับมาโดยเร็ว
เฟล็ตเชอร์ยังกระตุ้นให้นักเตะทุกคนร่วมกันรับผิดชอบผลงาน โดยเชื่อว่าหากทีมได้ผู้เล่นที่บาดเจ็บและไปเตะแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ กลับมาครบ แมนฯ ยูไนเต็ดชุดนี้ยังมีศักยภาพดีพอที่จะคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ในบั้นปลาย แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะดูย่ำแย่แต่เขาขอให้นักเตะอย่าปล่อยให้ฤดูกาลนี้เสียเปล่า และต้องยกระดับตัวเองขึ้นมาให้สมกับมาตรฐานของสโมสร
สรุปคือบอร์ดบริหารปีศาจแดงเลือกใช้ “คาร์ริค” เป็นทางออกฉุกเฉินเพื่อประคองทีมในช่วงวิกฤต โดยเชื่อมั่นในประสบการณ์และความคุ้นเคยกับนักเตะชุดปัจจุบันมากกว่าทางเลือกอื่น คาดว่ากระบวนการทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อให้สโมสรเริ่มต้นก้าวใหม่และเรียกขวัญกำลังใจแฟนบอลกลับคืนมาก่อนเกมบิ๊กแมตช์นัดสำคัญที่กำลังจะมาถึง
บาร์เซโลนาเริ่มต้นปี 2026 อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ มาครองได้สำเร็จ หลังเบียดเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เรอัล มาดริด ไปอย่างสุดระทึก 3-2 ในศึก “เอล กลาซิโก้” นัดชิงชนะเลิศที่ซาอุดีอาระเบีย โดยเกมนี้ ราฟินญ่า กลายเป็นฮีโร่เหมาคนเดียวสองประตู พาทีมเถลิงบัลลังก์แชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 16 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นการป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกหนึ่งสมัย รูปเกมในครึ่งแรกดุเดือดสมเป็นเกมหยุดโลก โดยบาร์ซ่าขึ้นนำก่อนจากราฟินญ่านาทีที่ 36 ก่อนที่ วินิซิอุส จูเนียร์ จะโชว์ความสามารถเฉพาะตัวยิงตีเสมอให้ราชันชุดขาวนาที 45+2 ทว่าเพียงอึดใจเดียว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก็ซัดให้บาร์ซ่านำอีกครั้ง 2-1 แต่ดราม่ายังไม่จบเมื่อ กอนซาโล การ์เซีย ดาวรุ่งมาดริดตามซ้ำลูกโหม่งของดีน ฮุยเซ่น เข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 2-2 ก่อนจบครึ่งแรกแบบสุดระทึก
เข้าสู่ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างหนักจนกระทั่งนาทีที่ 73 ราฟินญ่าแผลงฤทธิ์อีกครั้งด้วยลูกยิงแฉลบพุ่งผ่านมือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไปเป็นประตูชัยให้ทัพอาซูลกราน่านำ 3-2 แม้ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90+1 บาร์ซ่าต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เนื่องจาก เฟรนกี เดอ ยอง โดนใบแดงโดยตรงจากการพุ่งเสียบหนักใส่ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แต่แนวรับของบาร์ซ่าก็ยังรวมใจกันต้านทานเกมบุกกดดันของมาดริดไว้ได้จนจบเกม
ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ ฮันซี ฟลิค ที่พาทีมคว้าถ้วยแรกของปี 2026 และเป็นการย้ำแค้นเรอัล มาดริด ในนัดชิงรายการนี้เป็นปีที่สองติดต่อกัน ขณะที่ฝั่ง “ราชันชุดขาว” ของชาบี อลอนโซ่ ต้องยอมรับความพ่ายแพ้แม้จะมีโอกาสตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก อัลวาโร การ์เรราส และ ราอูล อเซนซิโอ แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน ส่งผลให้บาร์เซโลนาชูถ้วยฉลองชัยอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางแฟนบอลกว่า 6 หมื่นคนในเจดดาห์
อินเตอร์ มิลาน vs นาโปลี (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
อินเตอร์ช่วงนี้ฟอร์มในลีกนิ่งและดุดันมาก เกมรุกมีความหลากหลาย เกมรับก็แทบไม่เปิดช่องให้คู่แข่งง่าย ๆ ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ เวลาเจอเกมใหญ่ยังคุมจังหวะได้ดี ขณะที่นาโปลีแม้ภาพรวมผลงานจะดูดีและเพิ่งประสบความสำเร็จในบอลถ้วยมา แต่เกมลีกล่าสุดดันพลาดสะดุดในบ้านตัวเอง แสดงให้เห็นว่ายังมีจังหวะหลุดให้เห็นอยู่บ้าง เมื่อเทียบกันตรง ๆ ตอนนี้อินเตอร์ดูครบเครื่องกว่า โดยเฉพาะการเล่นในบ้านที่กดดันคู่แข่งได้ตลอดทั้งเกม
ฟันธง : ต่อ อินเตอร์ มิลาน 0.5/1
สกอร์ที่คาด : อินเตอร์ มิลาน 2-1 นาโปลี
ระดับความมั่นใจ : 83%
ดันดี เอฟซี vs ฮาร์ท (สก็อตแลนด์ พรีเมียร์ลีก)
ดันดีฟอร์มช่วงหลังยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาเจอทีมที่คุณภาพเหนือกว่า เกมรับมักมีปัญหาและเสียประตูง่าย ขณะที่ฮาร์ทเป็นทีมที่เล่นใส่ดันดีได้ค่อนข้างถนัด สถิติการเจอกันที่ผ่านมาเป็นฝั่งฮาร์ทที่ข่มชัด ทั้งรูปเกมและสกอร์ที่ออกมาค่อนข้างขาด ภาพรวมเกมนี้หากฮาร์ทเล่นตามมาตรฐาน คุมเกมได้ตั้งแต่ต้น มีโอกาสปิดงานได้ตามเป้า
ฟันธง : ต่อ ฮาร์ท 1
สกอร์ที่คาด : ดันดี เอฟซี 0-2 ฮาร์ท
ระดับความมั่นใจ : 82%
ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ vs ลีดส์ ยูไนเต็ด (เอฟเอ คัพ)
ดาร์บี้ช่วงหลังฟอร์มค่อนข้างฝืด เกมรุกขาดความต่อเนื่อง และมักมีปัญหาในช่วงเปลี่ยนจังหวะเกม ขณะที่ลีดส์แม้จะชนะไม่บ่อยในลีก แต่จุดเด่นคือความเหนียวแน่น รับแน่น เล่นมีวินัย และไม่แพ้ทีมใหญ่ได้ง่าย ๆ ภาพรวมคุณภาพทีมและมาตรฐานการเล่นยังเป็นฝั่งลีดส์ที่ดูเหนือกว่า หากไม่พลาดง่าย ๆ มีโอกาสเบียดคว้าชัยได้ในเกมนี้
ฟันธง : ต่อ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ 1-2 ลีดส์ ยูไนเต็ด
ระดับความมั่นใจ : 81%
ตาข่ายทอง.
บาเยิร์น มิวนิค พบกับ โวล์ฟสบวร์ก (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
บาเยิร์น มิวนิค ฟอร์มช่วงหลังถือว่าแข็งแกร่งสมราคา 5 นัดหลังสุดชนะ 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร ทีมกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี เกมรุกดุดัน เดินเกมบุกได้ต่อเนื่อง เกมรับก็ทำได้ค่อนข้างแน่น เสียประตูยาก ด้านโวล์ฟสบวร์ก ผลงาน 5 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ฟอร์มโดยรวมยังดูแกว่งๆ ขาดความสม่ำเสมอ เกมรับมีจังหวะพลาดบ่อย เกมรุกพอมีทีเด็ดแต่ยังไม่ค่อยเฉียบคม คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 4 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 4
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 4 ลูก
เทลสตาร์ พบกับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์ พรีเมียร์)
เทลสตาร์ ฟอร์มช่วงหลังถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ 5 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ผลงานยังดูไม่คงเส้นคงวา เกมรับมีจังหวะหลุดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เกมรุกแม้จะพอสร้างโอกาสได้ แต่ยังขาดความเด็ดขาด ด้านอาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีต่อเนื่อง 5 นัดหลังสุดชนะ 4 เสมอ 1 และยังไม่แพ้ใครเลย แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความลงตัวของทีม เกมรุกมีความหลากหลาย เกมรับก็เริ่มแน่นอน เสียประตูน้อยลง ฟันธง อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม เหนือกว่าทุกด้าน มีโอกาสบุกมาเก็บชัยชนะได้อีกเกม
แนะนำ: ต่อ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1 หรือ 1-2
อเบอร์ดีน พบกับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ (สก็อตแลนด์ พรีเมียร์ลีก)
อเบอร์ดีน ฟอร์มช่วงหลังถือว่าย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง 5 นัดหลังสุดแพ้ถึง 4 เสมอ 1 และ 3 เกมหลังสุดแพ้รวด เกมรับมีปัญหาหนัก เสียประตูง่ายและขาดความแน่นอน เกมรุกแทบไม่สามารถสร้างความกดดันให้คู่แข่งได้เลย ด้านกลาสโกว์ เรนเจอร์ส ฟอร์มกำลังร้อนแรง 5 นัดหลังสุดชนะ 4 แพ้ 1 และชนะรวดมาแล้ว 4 นัดติด แสดงให้เห็นถึงความลงตัวของทีมทั้งเกมรุกและเกมรับ การเข้าทำมีประสิทธิภาพ ขณะที่เกมรับก็มีวินัย ไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งง่ายๆ ฟันธง กลาสโกว์ เรนเจอร์ บุกไปเก็บ 3 แต้มได้แน่นอน
แนะนำ: ต่อ กลาสโกว์ เรนเจอร์ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1
“KickVision”
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นศึก “บิ๊กแมตช์” ที่เปิดแลกกันตั้งแต่นาทีแรก โดยฝั่ง “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน จะใช้ความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่นเดินเกมรุกเข้าใส่เพื่อทวงตำแหน่งจ่าฝูงคืน ขณะที่นาโปลีภายใต้การทำทีมที่เน้นประสิทธิภาพจะไม่อุดอยู่กับที่ แต่พร้อมจะเปิดเกมรุกสวนกลับเข้าสู้ สถิติการพบกันของคู่นี้ในช่วงหลังมักจะมีประตูเกิดขึ้นทั้งสองฝั่ง และเป็นเกมที่ตัดสินกันด้วยเกมรุกที่เฉียบคม ยิ่งเป็นการเจอกันในสถานการณ์ที่มีตำแหน่งหัวตารางเป็นเดิมพัน ทั้งสองทีมไม่มีใครยอมใครและพร้อมจะเปิดหน้าแลกเพื่อให้ได้ชัยชนะ
เจ้าบ้าน อินเตอร์ มิลาน ยุคนี้ยังคงความดุดันภายใต้การนำทัพของ ซิโมเน่ อินซากี้ ผลงานในรัง “จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า” จัดว่ายอดเยี่ยมและมีค่าเฉลี่ยการทำประตูที่สูงมาก แผงรุกระดับพระกาฬนำโดย เลาตาโร่ มาร์ติเนซ และ มาร์คุส ตูราม ที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัวและกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม ระบบการเล่น 3-5-2 ของพวกเขาเน้นการเติมเกมรุกจากวิงแบ็กทั้งสองข้าง ซึ่งมักจะทำให้เกมบุกมีความหลากหลายและยากที่จะป้องกัน การได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลตัวเองจะยิ่งทวีความกระหายในการทำประตูเพื่อปิดเกมให้เร็วที่สุด
ฝั่งทีมเยือน นาโปลี ภายใต้การนำของกุนซือจอมเขี้ยวอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ กำลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงและครองตำแหน่งหัวตารางอย่างเหนียวแน่น แผงรุกของพวกเขาจัดว่าอันตรายไม่แพ้ใคร นำโดย โรเมลู ลูกากู ที่กลับมาเกิดใหม่และพร้อมลงโทษทีมเก่า ผสานงานกับ ควิชา ควารัตสเคเลีย ที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงในการเจาะแนวรับ แม้นาโปลีจะเน้นระเบียบวินัยในเกมรับมากขึ้น แต่ในเกมนัดสำคัญแบบนี้พวกเขารู้ดีว่าการมาเล่นเพื่อผลเสมออาจจะไม่เพียงพอ และพร้อมจะใช้จังหวะฉาบฉวยโจมตีรูรั่วของเจ้าถิ่น
ทรรศนะโดยรวมมองว่า ด้วยศักยภาพแนวรุกที่ดุดันของทั้งสองทีมและการมีเดิมพันเป็นตำแหน่งจ่าฝูง จะทำให้เกมนี้น่าจะเป็นเกมที่เปิดแลกกันอย่างสนุก เรตราคาที่เปิดมา สูง 2.25 (สองควบสองลูกครึ่ง) ถือว่าเข้าทางมาก เพราะทั้งอินเตอร์และนาโปลีต่างเป็นทีมที่มีสถิติการยิงประตูที่สม่ำเสมอ หากมีประตูแรกเกิดขึ้นเร็ว เกมจะเปิดกว้างและมีโอกาสไหลไปสู่เม็ดที่สองและสามได้ไม่ยาก เชื่อว่ามาตรฐานการจบสกอร์ระดับห้าดาวของทั้งคู่จะพาให้สกอร์รวมทะลุเป้าที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน
เลือกเล่น : สูง 2.25
— กุนซือไร้เงา —
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวใหญ่หลังมีรายงานว่ากำลังเปิดการเจรจาลับเพื่อคว้าตัว โคล พาลเมอร์ สตาร์ตัวเก่งจากเชลซีมาร่วมทัพ โดยสถานการณ์ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เริ่มเปลี่ยนไปหลังการเข้ามาของกุนซือ เลียม โรเซนิออร์ ที่อาจยินดีปล่อยตัวรุกทีมชาติอังกฤษรายนี้ออกจากทีม ขณะที่ตัวพาลเมอร์เองก็เปิดรับโอกาสที่จะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด แม้ว่าทีมปีศาจแดงจะยังไม่มีผู้จัดการทีมถาวรก็ตาม นอกจากการล่าตัวซุปตาร์ชุดใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเตรียมเปิดศึกนอกสนามกับอาร์เซนอลเพื่อชิงตัว อีกอร์ ไทฆอน กองหน้าดาวรุ่งวัย 17 ปีจากแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ซึ่งอาร์เซนอลเคยเป็นทีมเต็งมาโดยตลอด แต่ล่าสุดปีศาจแดงหวังใช้ช่องว่างที่นักเตะปฏิเสธสัญญาอาชีพกับต้นสังกัดเดิม เข้าแทรกแซงเพื่อดึงตัวมาปลุกปั้นในระยะยาว หวังปาดหน้าคู่ปรับร่วมลีกที่ตามจีบแข้งรายนี้มาตั้งแต่ปี 2024
อย่างไรก็ตาม วิกฤตการเปลี่ยนตัวกุนซือหลังปลด รูเบน อโมริม ส่งผลให้ดีลอื่นๆ ต้องชะงักลง โดยเฉพาะการเจรจากับ มาร์กอส เซเนซี ปราการหลังอาร์เจนตินาของบอร์นมัธที่เดิมทีตกลงกันไว้เบื้องต้นแล้ว แต่เมื่อตำแหน่งผู้จัดการทีมยังว่างอยู่ ทำให้การซื้อขายเข้าสู่สภาวะ “ทางตัน” เปิดโอกาสให้ยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลนา และ ยูเวนตุส กระโดดเข้ามาเป็นตัวเต็งแย่งชิงกองหลังรายนี้แทน
สรุปภาพรวมในตลาดปี 2026 แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของกลุ่ม INEOS ยังคงเดินหน้าแผนเสริมทัพอย่างดุดันเพื่อกู้ชื่อจากอันดับ 15 ในฤดูกาลก่อน โดยโฟกัสหลักอยู่ที่การดึงตัวพาลเมอร์มาเป็นศูนย์กลางเกมรุกคนใหม่ ควบคู่ไปกับการรื้อระบบเยาวชนเพื่อตัดหน้าคู่แข่งสำคัญอย่างอาร์เซนอล แม้จะต้องเร่งจัดการปัญหาภายในเรื่องผู้จัดการทีมชั่วคราวให้จบโดยเร็วที่สุดก็ตาม
ก่อนหน้า 1 … 57 58 59 60 61 … 88 ถัดไป »