ปารีส แซงต์-แชร์แมง คว้าแชมป์ “โทรเฟ่ เดส์ แชมเปียนส์” ปี 2026 มาครองได้อย่างระทึกใจ ณ ประเทศคูเวต หลังเสมอกับโอลิมปิก มาร์เซย์ ในเวลาปกติ 2-2 โดยเกมนี้ PSG ขึ้นนำก่อนจาก อุสมาน เดมเบเล่ ตั้งแต่นาทีที่ 13 แต่กลับถูกมาร์เซย์พลิกแซงจากจุดโทษของ เมสัน กรีนวูด และการทำเข้าประตูตัวเองของ วิลเลียน ปาโช ในนาทีที่ 87 จนเกือบจะชวดแชมป์ ทัพปารีเซียงรอดพ้นความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิดในช่วงนาทีบาป 90+5 เมื่อตัวสำรองอย่าง กอนซาโล รามอส สวมบทฮีโร่ซัดประตูตีเสมอให้ทีมได้ทันเวลา บีบให้เกมต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งทาง PSG โชว์ความนิ่งกว่าส่งลูกหนังเข้าก้นตาข่ายอย่างแม่นยำทั้ง รามอส, วิตินญ่า, นูโน เมนเดส และดูเอ้ ขณะที่ ลูคัส เชวาลิเยร์ ผู้รักษาประตูแก้ตัวช่วยเซฟลูกยิงของแข้งมาร์เซย์ไว้ได้
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นแชมป์รายการนี้สมัยที่ 14 ของสโมสร และเป็นการกวาดแชมป์ได้ถึง 12 จาก 13 ครั้งหลังสุด ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่กำลังเจอกับความท้าทายในลีกเอิงฤดูกาลนี้ โดยกุนซือชาวสเปนได้รับคำชมอย่างมากในการแก้เกมและเปลี่ยนตัวผู้เล่นลงมาทำประตูสำคัญในช่วงวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน
สรุปภาพรวมความยิ่งใหญ่ของ PSG ยังคงดำเนินต่อไปในเวทีฟุตบอลฝรั่งเศส ทิ้งห่างสถิติแชมป์ของลียงและแซงต์-เอเตียนไปไกล ขณะที่มาร์เซย์ต้องอกหักพลาดโอกาสคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 ไปอย่างน่าเสียดายท่ามกลางบรรยากาศสุดเดือดในศึกดาร์บี้แมตช์ “เลอ คลาสสิก” เวอร์ชันต่างแดนที่ตัดสินกันด้วยเสี้ยววินาที
เรอัล มาดริด ภายใต้การนำของ ชาบี อลอนโซ่ ล้างตาคู่ปรับร่วมเมืองได้สำเร็จ หลังเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในศึกสแปนิช ซูเปอร์คัพ รอบรองชนะเลิศ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดย “ราชันชุดขาว” ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จากลูกฟรีคิกสุดสวยระยะ 30 หลาของ เฟเด วัลเวอร์เด ส่งผลให้ทีมกุมความได้เปรียบและลดความกดดันจากความพ่ายแพ้ในดาร์บี้แมตช์นัดก่อนหน้านี้ลงได้ทันที เข้าสู่ครึ่งหลัง โรดริโก โกเอส โชว์ฟอร์มฮอตซัดประตูให้ทีมหนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 55 แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ จะโหม่งทำประตูตีไข่แตกให้ทัพ “ตราหมี” ไล่มาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 60 แต่แนวรับของเรอัล มาดริด ก็ช่วยกันต้านทานเกมรุกของแอตเลติโก มาดริด ที่ส่งทั้ง อองตวน กรีซมันน์ และติอาโก้ อัลมาดา ลงมาหมายมั่นปั้นมือจะตีเสมอให้ได้ในช่วงท้ายเกม
ความน่าสนใจของแมตช์นี้คือสถานการณ์บีบคั้นที่เรอัล มาดริด ต้องจบเกมโดยไม่มีกองหลังตัวกลางตัวจริงเหลืออยู่ในสนามเลย แต่สปิริตทีมที่แข็งแกร่งช่วยให้พวกเขารักษาผลสกอร์ไว้ได้จนจบเกม คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์นี้ได้ตามเป้าหมาย ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องในสนามคิง อับดุลลาห์ สปอร์ต ซิตี้ ที่ได้เห็นเกมดาร์บี้แมตช์ระดับคุณภาพ
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจะได้ชมศึก “เอล กลาซิโก้” ในรอบชิงชนะเลิศซูเปอร์คัพอีกครั้ง โดยเรอัล มาดริด จะต้องเผชิญหน้ากับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลนา ที่รออยู่ก่อนแล้วหลังจากถล่มบิลบาโอมาขาดลอย ซึ่งถือเป็นการพบกันของสองมหาอำนาจลูกหนังพรีเมียร์สเปนที่เดิมพันด้วยถ้วยรางวัลใบแรกของปี 2026 อย่างยิ่งใหญ่
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง vs โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส ซุปเปอร์คัพ)
ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ภาพรวมยังดูเหนือกว่าในแง่คุณภาพทีมและศักยภาพเกมรุก จังหวะเข้าทำมีความหลากหลายและคุมเกมได้ดีกว่า แม้ช่วงหลังจะไม่ได้ชนะขาดทุกนัด แต่ทรงบอลยังดูนิ่งและไม่เสียรูปง่าย ส่วนมาร์กเซยฟอร์มค่อนข้างแกว่ง โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่หลุดแพ้คาบ้านให้ทีมระดับรอง แสดงให้เห็นถึงปัญหาเรื่องความแน่นอน เมื่อเทียบภาพรวมแล้ว เปแอสเชยังดูมีภาษีดีกว่า และมีโอกาสเบียดคว้าชัยในเกมนี้
ฟันธง : ต่อ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 0.5/1
สกอร์ที่คาด : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-1 โอลิมปิก มาร์กเซย
ระดับความมั่นใจ : 80%
เอซี มิลาน vs เจนัว (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
เอซี มิลาน ช่วงหลังภาพรวมดูแข็งแรง เกมในลีกกลับมาเดินได้ดี เกมรับเริ่มนิ่งและเสียประตูน้อย ขณะที่เกมรุกยังพอมีทีเด็ดให้ลุ้นตลอด ส่วนเจนัวฟอร์มตกต่อเนื่อง ไม่ชนะใครมาหลายนัด เกมรุกฝืดและมักเสียประตูในจังหวะสำคัญ เมื่อเทียบศักยภาพและความมั่นใจแล้ว มิลานยังดูเหนือกว่าค่อนข้างชัด มีโอกาสคุมเกมและปิดงานได้ตามราคา
ฟันธง : ต่อ เอซี มิลาน 1
สกอร์ที่คาด : เอซี มิลาน 2-0 เจนัว
ระดับความมั่นใจ : 83%
แอตฯ มาดริด vs เรอัล มาดริด (สเปน ซุปเปอร์คัพ)
คู่นี้ภาพรวมออกมาสูสี แต่แนวโน้มเกมเปิดแลกกันมากกว่าปกติ แอตฯ มาดริด ฟอร์มช่วงหลังดูมั่นใจ เกมรุกมีความดุดันและยิงประตูได้ต่อเนื่อง ขณะที่เรอัล มาดริด ก็มาในสภาพที่เกมรุกจัดจ้านไม่แพ้กัน โดยเฉพาะความเฉียบในพื้นที่สุดท้าย เกมลักษณะนี้มีโอกาสเปิดหน้าแลกกันตลอดทั้งเกม และมีแนวโน้มเห็นสกอร์ไหลเกินเส้น
ฟันธง : สูง 2.5
สกอร์ที่คาด : เสมอ 2-2
ระดับความมั่นใจ : 81%
🖊 ตาข่ายทอง.
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นเจ้าบ้าน อัล นาเซอร์ ที่เปิดฉากเดินหน้าบดขยี้ตามสไตล์ถนัด โดยอาศัยความเหนือชั้นของขุมกำลังระดับโลกคอยนวดแนวรับคู่แข่ง ขณะที่ อัล กาดาซิย่า ของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะเน้นความรัดกุมและใช้ระเบียบวินัยในเกมรับเข้าสู้ ซึ่งพวกเขามักจะทำได้ดีในการเจอกันช่วงหลัง สถิติชี้ชัดว่าคู่นี้เจอกันเมื่อไหร่พิกัดสกอร์มักจะไหลลื่นและสู้กันได้สูสีเกินคาด อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านมีสถิติในรังที่ดุดันชนะรวดมาหลายนัดติดต่อกัน ส่วนทีมเยือนเองแม้จะยกระดับทีมขึ้นมาได้ดีแต่การมาเยือนถิ่น อัล อาววัล พาร์ค ยังคงเป็นงานที่หินเสมอ
เจ้าบ้าน อัล นาเซอร์ ปัจจุบันรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงและกำลังกระหายชัยชนะเพื่อทวงบัลลังก์คืน หลังสะดุดมาในสองนัดล่าสุด ผลงานในบ้านซีซั่นนี้จัดว่าโหดเหี้ยมด้วยการชนะรวด 6 นัดหลังสุด เกมรุกนำทัพโดย คริสเตียโน โรนัลโด้ และ ชูเอา เฟลิกซ์ ที่ซัดไปแล้วคนละ 13 ประตูในลีก ผสานงานกับ คิงสลีย์ โกมอง และมาร์เซโล โบรโซวิช ทำให้มิติการเข้าทำนั้นหลากหลายและเฉียบขาด พร้อมจะเจาะตาข่ายคู่แข่งได้ทุกเมื่อหากสมาธิแนวรับทีมเยือนหลุดเพียงเสี้ยววินาที
ฝั่งทีมเยือน อัล กาดาซิย่า น้องใหม่หน้าเก่าที่ยกระดับกลายเป็นทีมหัวตารางอย่างเต็มตัวภายใต้การทำทีมของ ร็อดเจอร์ส พวกเขากำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังชนะรวดมา 2 นัดซ้อนและยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ สภาพทีมถือว่าแข็งแกร่งมีแข้งชื่อดังอย่าง นาโช เฟร์นานเดซ คุมหลังบ้าน และมีทีเด็ดในเกมรุกจาก จูเลียน กิโญเนส รวมถึง มาเตโอ เรเตกี ที่กำลังท็อปฟอร์ม เกมนี้เชื่อว่าพวกเขาจะมาเล่นด้วยความอดทนและรอจังหวะสวนกลับที่แม่นยำ ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งที่ทำให้พวกเขาเอาชนะอัล นาเซอร์ มาได้ในการพบกันครั้งล่าสุด
ทรรศนะโดยรวมมองว่า แม้ อัล กาดาซิย่า จะเป็น “ก้างขวางคอ” ที่ทำให้อัล นาเซอร์ ลำบากใจมาตลอดในช่วงหลัง แต่ด้วยสถานการณ์ที่เจ้าบ้านต้องการจุดเปลี่ยนและต้องชนะเพื่อลุ้นแชมป์ ประกอบกับความได้เปรียบในรังที่เสียงเชียร์กระหึ่ม เรตราคาที่เปิดมา อัล นาเซอร์ ต่อ 1 ถือว่าน่าลุ้น เพราะด้วยคุณภาพการจบสกอร์ของโรนัลโด้และเฟลิกซ์ เชื่อว่าอย่างน้อย 1 เม็ดมีแน่ และมีโอกาสลุ้นเม็ดสองเพื่อกินเต็มได้สูงกว่าในท้ายที่สุด
เลือกเล่น : ต่อ อัล นาเซอร์ 1
— กุนซือไร้เงา —
เอซี มิลาน ภายใต้การนำของกุนซือ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี กำลังให้ความสนใจอย่างจริงจังในตัว มูริลโล เซ็นเตอร์แบ็กชาวบราซิลวัย 23 ปีของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ โดยหวังดึงตัวมาเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมปี 2026 เพื่อเดินหน้าท้าชิงตำแหน่งแชมป์ลีกที่ในขณะนี้แต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างอินเตอร์ มิลาน เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น อิกิ ทาเร ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของทัพ “ปีศาจแดงดำ” ชื่นชมในความแข็งแกร่งและการครองบอลที่แม่นยำของดาวรุ่งรายนี้เป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม มูริลโลไม่ใช่เป้าหมายเดียวในพรีเมียร์ลีกที่มิลานกำลังจับตาดู เพราะยังมีชื่อของ โจ โกเมซ จากลิเวอร์พูล และ อักเซล ดิซาซี จากเชลซี อยู่ในข่ายพิจารณาเช่นกัน โดยปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการประเมินโปรไฟล์และยังไม่มีการเปิดฉากเจรจาอย่างเป็นทางการ
อุปสรรคสำคัญของดีลนี้คือเรื่องค่าตัว เนื่องจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและไม่จำเป็นต้องรีบขายผู้เล่นหลักออกไป เว้นแต่จะได้รับข้อเสนอที่สูงมากจนยากจะปฏิเสธ ทำให้บอร์ดบริหารของมิลานต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับงบประมาณที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับการเสริมทัพในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
สรุปภาพรวมในขณะนี้ มูริลโลคือตัวเลือกที่สอดคล้องกับความต้องการของอัลเลกรีมากที่สุด แต่สถานะยังเป็นเพียงการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมิลานจะใช้เวลาในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมเพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่า จะเดินหน้าล่าตัวกองหลังบราซิลเลียนรายนี้ หรือจะเบนเป้าไปหาตัวเลือกอื่นที่เหมาะสมกับสถานะการเงินของสโมสรมากกว่า
บาร์เซโลนาโชว์ฟอร์มโหดไล่ต้อน แอธเลติก บิลบาโอ ขาดลอย 5-0 ในศึกสแปนิช ซูเปอร์คัพ รอบรองชนะเลิศ ณ สนามคิง อับดุลลาห์ สปอร์ต ซิตี้ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยทัพอาซูลกรานาระเบิดฟอร์มทำ 4 ประตูรวดตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก จากผลงานของ เฟอร์รัน ตอร์เรส, เฟอร์มิน โลเปซ, รูนี บาร์ดห์จี และราฟินญ่า ทำให้เกมขาดลอยตั้งแต่นกหวีดพักครึ่งยังไม่ดังขึ้น พระเอกในเกมนี้คือ ราฟินญ่า ที่เหมาคนเดียว 2 ประตู โดยประตูที่ห้าเกิดขึ้นในช่วงต้นครึ่งหลังจากการยิงมุมไกลสุดเฉียบคม ขณะที่ดาวรุ่งอย่าง รูนี บาร์ดห์จี ที่ได้รับโอกาสลงตัวจริงแทน ลามีน ยามาล ก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งยิงและจ่าย แสดงให้เห็นถึงขุมกำลังที่แข็งแกร่งของบาร์เซโลนาในปี 2026 ที่พร้อมจะไล่ล่าความสำเร็จในทุกรายการ
ชัยชนะที่ท่วมท้นนี้ช่วยให้บาร์เซโลนาสามารถเล่นประคองเกมในช่วงเวลาที่เหลือได้อย่างง่ายดาย และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์นี้เพื่อลุ้นคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดย ฮันซี ฟลิค สามารถพักตัวหลักบางรายได้ทันทีหลังจากสกอร์ขาดลอย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนัดชิงดำที่เดิมพันด้วยถ้วยรางวัลใบแรกของฤดูกาล
สรุปภาพรวมในขณะนี้ บาร์เซโลนารอพบผู้ชนะระหว่าง เรอัล มาดริด หรือ แอตเลติโก มาดริด ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นดาร์บี้แมตช์ที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอ โดยฟอร์มการเล่นที่เฉียบคมและเกมรับที่เหนียวแน่นในนัดนี้ ทำให้ทัพต่างดาวถูกมองว่าเป็นเต็งหนึ่งที่จะชูถ้วยแชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ ณ กรุงเจดดาห์ ได้อีกครั้ง
เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือนิวคาสเซิล ออกมายกย่อง เควิน คีแกน ตำนานระดับ “คิง” ของสโมสร หลังพาทีมเปิดบ้านเฉือนลีดส์ ยูไนเต็ด สุดระทึก 4-3 โดยฮาวเผยว่าทีมพยายามเล่นให้ได้ตามมาตรฐานความบันเทิงที่คีแกนเคยสร้างไว้ พร้อมส่งความห่วงใยและกำลังใจให้คีแกนที่เพิ่งประกาศว่ากำลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มเกม ซึ่งข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับแฟนบอลทั่วทั้งเกาะอังกฤษเป็นอย่างมาก เกมนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมและการสู้ยิบตา โดยลีดส์ขึ้นนำถึงสามครั้งแต่ถูกนิวคาสเซิลไล่ตามตีเสมอได้ทุกครั้ง ก่อนที่ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ จะสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยในนาทีที่ 12 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บคว้า 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ แม้ฮาวจะยอมรับว่าเกมนี้ไม่ใช่ฟอร์มที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่เขาภูมิใจในสปิริตและความตื่นเต้นที่ทีมมอบให้แฟนบอลได้เหมือนยุคของคีแกน ทว่าก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บข้อเท้าของ ฟาเบียน ชาร์ ที่ดูค่อนข้างรุนแรง
ทางด้าน แดเนียล ฟาร์เค่ ผู้จัดการทีมลีดส์ ยูไนเต็ด แสดงความภาคภูมิใจในความกล้าหาญของลูกทีมแต่ยอมรับว่าผิดหวังที่สถิติไร้พ่าย 7 นัดต้องจบลง โดยเขาตั้งข้อสงสัยถึงการตัดสินที่รวดเร็วเกินไปของผู้ตัดสินในจังหวะให้จุดโทษช่วงท้ายเกม รวมถึงตำหนิความผิดพลาดของผู้รักษาประตูที่ไม่สามารถเซฟลูกยิงสุดท้ายได้ ทั้งที่ทีมโชว์ฟอร์มบุกสู้กับทีมระดับแชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างน่าประทับใจตลอดทั้งเกม
สรุปภาพรวมนัดนี้คือชัยชนะที่เปี่ยมไปด้วยความหมายของนิวคาสเซิลในปี 2026 ที่แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่งท่ามกลางข่าวเศร้าของคนสำคัญในสโมสร โดยผลการแข่งขันนี้ทำให้นิวคาสเซิลยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นอันดับท็อปโฟร์อย่างเหนียวแน่น ขณะที่ลีดส์แม้จะไร้แต้มแต่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพดีพอที่จะต่อกรกับทีมใหญ่ได้อย่างสูสี
ซาสซูโอโล่ พบกับ ยูเวนตุส (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
ซาสซูโอโล่ ฟอร์มโดยรวมค่อนข้างน่าเป็นห่วง 5 นัดล่าสุดเสมอ 3 ชนะ 1 แพ้ 1 โดยเฉพาะ 2 เกมหลังสุดทำได้แค่เสมอ ไม่ชนะใคร 4 นัดรวด เกมรุกยังพอมีจังหวะเข้าทำแต่ขาดความเด็ดขาด เกมรับเสียประตูง่าย ด้านยูเวนตุส ผลงานช่วงหลังถือว่าร้อนแรงและสม่ำเสมอกว่าชัดเจน 5 นัดหลังสุดชนะถึง 4 เสมอ 1 และยังไม่แพ้ใคร เกมรับมีความเหนียวแน่น เล่นเป็นระบบ เกมรุกอาศัยความเฉียบคมและประสบการณ์ของผู้เล่นในการจบสกอร์ ฟันธง ยูเวนตุส บุกไปเก็บ 3 แต้มได้แน่นอน
แนะนำ: ต่อ ยูเวนตุส 05
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-1 หรือ 1-2
กลาสโกว์ เรนเจอร์ พบกับ อเบอร์ดีน (สก็อตแลนด์ พรีเมียร์ลีก)
กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ฟอร์มช่วงหลังกำลังดี 5 นัดหลังชนะ 4 แพ้ 1 และ 3 เกมล่าสุดเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ความมั่นใจทีมอยู่ในระดับสูง เกมรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้เฉียบคมขึ้น ด้านอเบอร์ดีน ผลงานย่ำแย่ต่อเนื่อง 5 นัดหลังแพ้ 4 เสมอ 1 และ 2 เกมล่าสุดแพ้รวด สภาพทีมขาดความมั่นใจ เกมรุกฝืด ขณะที่เกมรับเสียประตูง่าย เมื่อเทียบศักยภาพและฟอร์มโดยรวมแล้ว เรนเจอร์สดูเหนือกว่าชัดเจน รูปเกมคาดว่าเจ้าบ้านจะครองบอลและกดดันต่อเนื่อง ฟันธง กลาสโกว์ เรนเจอร์ส มีลุ้นคว้า 3 แต้มสูง
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 2-0
สปอร์ติ้ง ลิสบอน พบกับ วิตอเรีย กิมาไรส์ (โปรตุเกส ลีกคัพ)
เจ้าบ้าน สปอร์ติ้ง ลิสบอน ฟอร์มช่วงหลังถือว่าทำได้ดีและมีความสม่ำเสมอ 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ให้กับทีมใด ความมั่นใจของทีมค่อนข้างสูง เกมรุกเดินเกมได้ไหลลื่น สร้างโอกาสเข้าทำได้ต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับก็มีความรัดกุมและเสียประตูยาก ทีมเยือน วิตอเรีย กิมาไรส์ ผลงานโดยรวมยังขึ้นๆ ลงๆ 5 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 เกมรุกพอมีทีเด็ดจากจังหวะโต้กลับ แต่ความสม่ำเสมอยังเป็นปัญหา ส่วนเกมรับยังมีช่องโหว่และมักเสียประตูในจังหวะสำคัญ คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
ปิซ่า – โคโม่ (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
ทีมเยือน โคโม่ มีฟอร์มที่ดีกว่าอย่างชัดเจน โดยรั้งอันดับ 6 ในลีก ขณะที่ ปิซ่า อยู่ในโซนตกชั้น (อันดับ 18) โคโม่ มีสถิติเกมรับที่ดีและมีแนวรุกที่อันตรายกว่ามากเมื่อเทียบกับ ปิซ่า ที่ประสบปัญหาการทำประตูอย่างต่อเนื่อง นัดนี้ใครเชียร์ทีมเยือนไปต่อได้ แต่ส่วนตัวแล้วขอไปนับสกอร์รวมตอนจบ ยิงเข้าไม่ถึง 2 ลูกมองต่ำไว้
แนะนำ : ต่ำ 2.5
ระดับความมั่นใจ : 90%
ผลบอลที่คาด : ยิงเข้าไม่ถึง 2 ลูก
เฟเนร์บาห์เช่ vs ซัมซั่นสปอร์ (ตุรกี ซูเปอร์คัพ) รอบรองชนะเลิศ
เฟเนร์บาห์เช่จัดทัพใหญ่ลงสนามในสนามกลางที่เมืองอาดานา โดยมุ่งมั่นจะล้างอายจากปีก่อนๆ และผ่านเข้าสู่รอบชิงให้ได้ แม้ซัมซั่นสปอร์จะเป็นทีมจอมเซอร์ไพรส์แต่ในเกมระดับน็อคเอาท์ที่กดดันสูง ประสบการณ์ของนักเตะเฟเนร์ฯ ดูเหนือกว่ามาก ขุมกำลังชุดนี้ของเฟเนร์บาห์เช่มีความหลากหลายในการเข้าทำมากกว่า และจะสามารถบดเอาชนะผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้ตามเป้าหมาย
แนะนำ : ต่อ เฟเนร์บาห์เช่ 1
ระดับความมั่นใจ : 85%
ผลบอลที่คาด : 2-0
ไอเวอรี่โคสต์ vs บูร์กินาฟาโซ (แอฟริกัน เนชั่นส์คัพ) รอบ16ทีมสุดท้าย
ในฐานะแชมป์เก่าและทีมที่มีประสบการณ์มากกว่า ไอเวอรี่โคสต์ ดูมีความได้เปรียบเล็กน้อยในเกมที่คาดว่าจะสูสีนี้ แม้ว่า บูร์กินาฟาโซ จะมีเกมรับที่เหนียวแน่น แต่แนวรุกที่หลากหลายของไอเวอรี่โคสต์น่าจะช่วยให้พวกเขาเบียดเอาชนะไปได้ในที่สุด
แนะนำ : ต่อ ไอเวอรี่โคสต์ 0.5
ระดับความมั่นใจ : 85%
ผลบอลที่คาด : 1-0
… เทพสนามนิรนาม …
มองภาพรวมของรูปเกม คาดว่าจะเป็นฝั่ง “หมาป่าเหลืองแดง” เอเอส โรม่า ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อกู้ชื่อหลังฟอร์มสะดุดในช่วงหลัง ขณะที่เลชเช่จะมาในทรงรับต่ำแล้วรอโต้กลับซึ่งเป็นจุดเด่นที่เพิ่งใช้ยันเสมอทีมใหญ่มาได้ สถิติชี้ชัดว่าคู่นี้เจอกันที่ “เวีย เดล มาเร่” เมื่อไหร่ มักจะเป็นเกมที่กดดันและเฉือนกันเพียงไม่กี่ประตู โดยโรม่ามีสถิติข่มมิดด้ามชนะได้เกือบทุกครั้งในช่วงหลายปีหลัง อย่างไรก็ตามเลชเช่ในถิ่นตัวเองมักจะมีลูกฮึดและระเบียบวินัยเกมรับที่ทำให้ทีมใหญ่ต้องปวดหัวอยู่เสมอ
เจ้าบ้าน เลชเช่ ภายใต้การกุมบังเหียนของ ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องการแต้มเพื่อหนีตาย แม้อันดับจะอยู่โซนล่างแต่ความมั่นใจถือว่าดีขึ้นหลังเพิ่งบุกไปแบ่งแต้มจากยูเวนตุสมาได้ 1-1 แผงรุกนำโดย ลาเม็ค บันดา ที่มีความเร็วสูงพร้อมป่วนแนวรับคู่แข่ง รวมถึงแนวรับที่นำโดย เคียลอนดา กัสปาร์ ที่พร้อมยืนปักหลักต้านทานพายุบุก แม้จะขาดผู้เล่นบางรายที่ไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ แต่การเล่นต่อหน้าแฟนบอลตัวเองในสนามที่ค่อนข้างเปื้อนและกดดัน พวกเขาก็พร้อมสู้ตายเพื่อแต้มสำคัญ
ฝั่งทีมเยือน เอเอส โรม่า ยุคใหม่ภายใต้การนำทัพของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ กำลังพยายามทำแต้มเกาะกลุ่มท็อปโฟร์ให้เหนียวแน่น แม้ฟอร์มการออกเยือน 3 นัดหลังสุดจะน่าเป็นห่วงเพราะพ่ายรวด แต่ขุมกำลังชุดนี้จัดว่าจัดจ้านกว่าเจ้าถิ่นชัดเจน นำโดยแนวรุกความหวังอย่าง มาติอัส ซูเล่, เปาโล ดีบาล่า และกองหน้าดาวรุ่ง เอแวน เฟอร์กูสัน ที่พร้อมจะเปลี่ยนโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งให้เป็นประตู เกมนี้โรม่าจะวางหมากเน้นการครองบอลและใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นแนวรุกเจาะรูรั่วแนวรับเลชเช่ โดยมีเป้าหมายเดียวคือการเก็บ 3 แต้มเพื่อกลับสู่เส้นทางผู้ท้าชิงแชมป์
ทรรศนะโดยรวมมองว่า แม้เลชเช่จะเพิ่งโชว์ฟอร์มเหนียวแน่นมายันเสมอทีมใหญ่ได้ แต่ “ทางบอล” ของโรม่าชุดนี้มักจะผูกขาดชัยชนะเหนือเลชเช่มาโดยตลอด เรตราคาที่เปิดมา ต่อ เอเอส โรม่า 0.5/1 (ครึ่งควบลูก) ถือว่าน่าลุ้นมาก เพราะระดับมาตรฐานทีมและความหลากหลายในแนวรุกที่เหนือกว่าจะบดขยี้จนแนวรับเจ้าถิ่นต้านทานไม่ไหว แม้อาจจะชนะไม่ขาดแต่เชื่อว่า 1 เม็ดมีให้เห็นแน่นอน และมีโอกาสไหลไปเม็ดสองในช่วงท้ายเกมที่เจ้าบ้านต้องเปิดหน้าสู้เพื่อคะแนน
เลือกเล่น : ต่อ เอเอส โรม่า 0.75 (0.5/1)
— กุนซือไร้เงา —
บาร์เซโลนาบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับ อัล ฮิลาล ในการคว้าตัว โจเอา คันเซโล ฟูลแบ็กจอมบุกทีมชาติโปรตุเกสมาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล หลังจากเจรจายืดเยื้อมานานหลายสัปดาห์ โดยคันเซโลเตรียมกลับมาสวมชุด “อาซูลกรานา” อีกครั้งเพื่อช่วยทีมลุ้นความสำเร็จในช่วงครึ่งหลังของซีซั่น ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในแผนการทำทีมของ ฮันซี ฟลิค สำหรับการย้ายทีมครั้งนี้มีรายละเอียดว่า บาร์เซโลนาตกลงรับผิดชอบจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะเป็นจำนวนเงิน 5 ล้านยูโร โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดีลนี้สำเร็จคือความต้องการอย่างแรงกล้าของคันเซโลที่อยากกลับมาค้าแข้งในถิ่นคัมป์นู แม้ว่าก่อนหน้านี้ อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่จากอิตาลีจะพยายามเดินหน้าเจรจาเพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีมอย่างหนักเช่นกัน
ทางด้าน ฮันซี ฟลิค กุนซือชาวเยอรมันเป็นผู้อนุมัติปฏิบัติการนี้ด้วยตัวเอง เนื่องจากต้องการผู้เล่นเกมรับที่มีประสบการณ์และสามารถสร้างผลกระทบต่อเกมได้ทันทีในตลาดซื้อขายฤดูหนาว ซึ่งคันเซโลมีความคุ้นเคยกับระบบของสโมสรและเข้ากับกลุ่มผู้เล่นหลักในห้องแต่งตัวได้เป็นอย่างดี ทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เวลามากนัก
สรุปภาพรวมในขณะนี้ ขั้นตอนเหลือเพียงการตรวจร่างกายและจัดการเอกสารทางราชการขั้นสุดท้ายก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ การกลับมาของคันเซโลจะช่วยเพิ่มความหลากหลายในแท็กติกและแก้ปัญหาในตำแหน่งฟูลแบ็กได้อย่างตรงจุด โดยสโมสรเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ของเขาจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการไล่ล่าแชมป์ลาลีกาและรายการสำคัญที่เหลืออยู่
ก่อนหน้า 1 … 59 60 61 62 63 … 88 ถัดไป »