สถานการณ์อนาคตของ มาร์ค เกฮี ปราการหลังตัวเก่งของคริสตัล พาเลซ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่าเจ้าตัวจะอยู่รับใช้ต้นสังกัดในลอนดอนใต้ต่อไปจนจบฤดูกาลนี้ แม้จะได้รับความสนใจจากยักษ์ใหญ่หลายทีม เนื่องจากสัญญาฉบับปัจจุบันกำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า และดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้ได้ตัดสินใจแจ้งกับสโมสรอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะไม่เซ็นสัญญาฉบับใหม่ ย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เกฮีเกือบได้ย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ แต่ดีลต้องล่มลงเพราะพาเลซหาตัวแทนไม่ทันเวลา ซึ่งแม้ว่าทัพ “หงส์แดง” จะมีข่าวลือว่าอยากจะกลับมาล่าตัวอีกครั้งในตลาดมกราคมนี้ แต่กูรูฟุตบอลจากบีบีซีมองว่าเป็นไปได้ยากที่พาเลซจะปล่อยตัวกลางคัน เพราะต้องการเก็บเซนเตอร์แบ็กรายนี้ไว้ช่วยทีมในภารกิจสำคัญตลอดช่วงครึ่งซีซั่นหลัง
การตัดสินใจรอจนหมดสัญญาจะทำให้เกฮีกลายเป็น “แข้งเนื้อหอม” ที่สุดในตลาดซื้อขายช่วงหน้าร้อนปีหน้า เนื่องจากเขาสามารถเจรจาข้อตกลงล่วงหน้ากับสโมสรต่างแดนได้ทันทีในเดือนมกราคม และสามารถเรียกค่าเหนื่อยรวมถึงค่ากินเปล่าได้สูงลิ่วหากย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว โดยมีบิ๊กทีมอย่าง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากทีมในยุโรปแล้ว สองมหาอำนาจพรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็พร้อมจะเปิดศึกชิงตัวเกฮีอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์เช่นกัน ซึ่งจะทำให้ตัวนักเตะมีอิสระอย่างเต็มที่ในการเลือกต้นสังกัดใหม่ที่ตอบโจทย์ความทะเยอทะยานของตัวเองมากที่สุด ถือเป็นการปิดฉากเส้นทางกับคริสตัล พาเลซ ที่แม้สโมสรจะไม่ได้เงินค่าตัวแต่ก็ได้ใจนักเตะที่ยอมอยู่ช่วยทีมจนวินาทีสุดท้าย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ รูเบน อโมริม กำลังเดินหน้าแผนปรับปรุงขุมกำลังแดนกลางครั้งใหญ่ โดยพุ่งเป้าไปที่ มานู โคเน่ มิดฟิลด์วัย 24 ปีของโรม่า ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเซเรีย อา สโมสรวางตัวเขาเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับปี 2026 เพื่อเข้ามาแทนที่กลุ่มผู้เล่นอาวุโสอย่าง คาเซมิโร่ ที่กำลังจะหมดสัญญาและอนาคตที่ยังไม่แน่นอนของกองกลางตัวหลักรายอื่นๆ กลยุทธ์การเสริมทัพของ “ปีศาจแดง” ยุคใหม่เน้นไปที่นักเตะในช่วงอายุที่กำลังก้าวเข้าสู่จุดพีค ซึ่งโคเน่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความฉลาดทางแท็กติก และความสามารถในการครองบอลภายใต้ความกดดันอันเข้มข้น โดยแมวมองของยูไนเต็ดได้ติดตามดูฟอร์มของเขามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่กับโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค จนกระทั่งกลายมาเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของทัพ “หมาป่ากรุงโรม”
อโมริมมองว่าสไตล์การเล่นของโคเน่จะช่วยสร้างสมดุลให้กับทีมได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะความสามารถในการแย่งบอลและการส่งบอลที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้ตัวรุกคนอื่นๆ มีอิสระในการเล่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวว่ายูไนเต็ดอาจพิจารณาดึงตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน เข้ามาเสริมอีกรายเพื่อสร้างแดนกลางที่สมบูรณ์แบบทั้งในแง่ของการควบคุมเกมและพลังงานในการขับเคลื่อนเกมรุก
แม้โรม่าจะยังไม่รีบขายดาวเตะฝรั่งเศสรายนี้ แต่กระแสข่าวจากอิตาลีระบุว่าตัวนักเตะเองก็สนใจที่จะย้ายมาหาความท้าทายในพรีเมียร์ลีกเช่นกัน โดยยูไนเต็ดพยายามเจรจาอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงค่าตัวที่สูงเกินจริง และมีแนวโน้มว่าการย้ายทีมครั้งนี้อาจเกี่ยวโยงกับดีลของ โจชัว เซิร์กซี ที่อาจถูกส่งตัวสลับขั้วไปอยู่กับโรม่า เพื่อปูทางให้โคเน่ได้ย้ายสู่โรงละครแห่งความฝันในอนาคตอันใกล้
เจ้าบ้าน เอซี มิลาน ภายใต้การกุมบังเหียนของ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี กำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงในเวลานี้ แม้ล่าสุดจะเพิ่งพ่ายให้กับนาโปลีมาแต่การกลับมาเล่นในถิ่นซาน ซิโร่ ยังคงเป็นจุดแข็งที่พวกเขาไว้ใจได้เสมอ สภาพทีมในนัดนี้จะไม่มี ซานติอาโก้ กิเมเนซ กองหน้าตัวหลักที่บาดเจ็บยาว แต่ขุมกำลังส่วนอื่นยังอยู่กันครบ โดยมี ลูก้า โมดริช เป็นจอมทัพในแดนกลางคอยประสานงานกับ เอเดรียง ราบิโอต์ ขณะที่แนวรุกใช้ความเร็วของ คริสเตียน พูลิซิช และ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู ในการเข้าทำ ซึ่งรูปแบบการเล่นเน้นการครองบอลและคุมจังหวะที่เหนือกว่าคู่แข่งชัดเจน
ทีมเยือน เวโรน่า ของกุนซือ ปิโอโล่ ซาเน็ตติ สถานการณ์ไม่สู้ดีนักเนื่องจากรั้งอยู่ในโซนตกชั้น (อันดับ 18) แม้เกมนัดล่าสุดจะพลิกล็อกเอาชนะฟิออเรนติน่ามาได้ 2-1 ช่วยเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้บ้าง แต่ปัญหาใหญ่คือความสม่ำเสมอและเกมรับที่เสียประตูง่าย โดยนัดนี้จะขาดผู้เล่นสำคัญอย่าง โทมัส ซูสลอฟ ที่บาดเจ็บเข่า รวมถึงกุนซือซาเน็ตติเองก็ติดโทษแบนห้ามคุมทีมข้างสนาม รูปเกมของเวโรน่าจะเน้นการรับต่ำและรอจังหวะสวนกลับโดยฝากความหวังไว้ที่ ดาเนียล มอสเกร่า แต่การต้องออกมาเยือนทีมระดับท็อปในสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์ถือเป็นงานที่หนักเกินตัว
เมื่อพิจารณารูปเกมโดยรวม คาดว่าเอซี มิลาน จะเป็นฝ่ายเดินหน้าพับสนามบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรก ด้วยคุณภาพนักเตะที่เหนือกว่าทุกตำแหน่งและการได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง มิลานจะใช้การเข้าทำที่หลากหลายทั้งจากริมเส้นและลูกเจาะทะลุช่องตรงกลางเพื่อทำลายกำแพงภาษีของเวโรน่า แม้ทีมเยือนจะพยายามสู้ด้วยความรัดกุม แต่ด้วยสถิติที่เจอกันมา 9 นัดหลังสุด มิลานเป็นฝ่ายชนะรวดทั้งหมด บ่งบอกถึงทางมวยที่ข่มกันอย่างชัดเจน หากมิลานได้ประตูปลดล็อกเร็ว เกมจะเปิดกว้างและมีโอกาสสูงที่สกอร์จะไหลขาดเกินเป้าหมาย
ทรรศนะโดยรวมมองว่า เอซี มิลาน มีความเฉียบขาดและแรงจูงใจในการไล่ล่าแต้มเพื่อลุ้นแชมป์สูงกว่ามาก การได้เล่นในรังเหย้าส่งท้ายปี 2025 ยิ่งทำให้พวกเขาต้องเน้นเป็นพิเศษเพื่อมอบของขวัญให้แฟนบอล เมื่อเทียบกับเวโรน่าที่ยังมีรอยรั่วในแนวรับมากมาย เชื่อว่าทัพ “รอสโซเนรี่” จะอาศัยความเก๋าและทีมเวิร์คบดเอาชนะไปได้ตามความคาดหมายอย่างน้อย 2 ประตูขึ้นไป
เลือกเล่น : ต่อ เอซี มิลาน 1
— กุนซือไร้เงา —
อตาลันต้า vs อินเตอร์ มิลาน ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
คู่นี้เจอกันทีไรใส่กันยับตลอด อตาลันต้าในบ้านเกมรุกจัดจ้านอยู่แล้วเน้นเปิดหน้าแลกตามสไตล์ ส่วนอินเตอร์มาตรฐานแชมป์เก่าเกมรุกดุพึ่งพาได้ทุกตำแหน่ง ทั้งสองทีมมีทีเด็ดที่ลูกสวนกลับเร็วและจังหวะเข้าทำที่เฉียบคม สถิติหลังๆ ที่เจอกันมักจะมีสกอร์ไหลและส่วนใหญ่จบที่ผลชนะแบบยิงกันกระจาย เชื่อว่านัดนี้ไม่มีใครยอมใครน่าจะเปิดเกมบุกเข้าใส่กันตั้งแต่ต้นเกมเพื่อชิงความได้เปรียบ มองดูแล้วโอกาสที่จะเห็นลูกที่สามและสี่มีสูงมากตามทรงบอลที่เน้นเอนเตอร์เทนคนดู ฟันธงเลยว่าคู่นี้กินสูงได้ไม่ยากเย็นเตรียมรอกินเต็มได้เลย
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
บราก้า vs เบนฟิก้า ( โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก )
บราก้าเกมเหย้าไว้ใจได้พอสมควร เวลาเจอทีมใหญ่ไม่ค่อยตั้งรับอย่างเดียว กล้าเปิดหน้าแลกตลอด เบนฟิก้าชั่วโมงนี้เกมรุกถือว่าคม ตัวรุกมีสปีดและความเฉียบ ยิงได้แทบทุกนัด แม้เล่นนอกบ้าน สไตล์ของคู่นี้มักเป็นบอลเพรสซิ่งสูง พอเสียบอลก็สวนกันเร็ว ทำให้เกมเปิดตั้งแต่ต้น แนวรับบราก้ายังมีจังหวะหลุดให้เห็นบ่อย ส่วนเบนฟิก้าเองก็ไม่ได้แน่นถึงขั้นคลีนชีตง่ายๆ ถ้าได้ประตูแรกเร็ว เกมจะยิ่งไหล เพราะอีกฝั่งต้องเร่งตาม มองแล้วรูปเกมไม่น่าอึดอัด มีโอกาสยิงกันไปมาสุดท้ายยังเชื่อว่าประตูมาแน่ อยู่ฝั่ง “สูง 2.25” ลุ้นสบายกว่า
แนะนำ: สูง 2.25
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
อคาเดมีโค วิสุ vs เบนฟิก้า B ( โปรตุเกส ดิวิชั่น2 )
อคาเดมีโค วิสุ ปีนี้มาดีจัด รั้งอันดับ 3 ของตาราง แถมฟอร์มในบ้านดุดันสุดๆ ชนะมาหลายนัดติดและรักษาคลีนชีทได้บ่อยครั้ง ส่วนฝั่งเบนฟิก้า B จะเป็นทีมพลังหนุ่มที่ยิงประตูได้เยอะ แต่เกมรับยังมีช่องโหว่ให้เห็นตลอด โดยเฉพาะเวลาออกไปเล่นนอกบ้านที่มักจะเสียแต้มง่ายๆ ดูแล้วเจ้าบ้านมีแรงจูงใจสูงกว่าเพื่อเป้าหมายในการเลื่อนชั้นและสถิติเจอกันในบ้านวิสุก็ข่มอยู่พอสมควร เชื่อว่าเกมนี้เจ้าถิ่นจะใช้ความเก๋าและเสียงเชียร์เบียดเอาชนะไปได้ในที่สุด ฟันธงวางอคาเดมีโค วิสุ มีเฮแน่นอน
แนะนำ: ต่อ อคาเดมีโค วิสุ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: อคาเดมีโค วิสุ ชนะ เบนฟิก้า B 2-0
— กุนซือไร้เงา —
เอซี มิลาน vs เวโรน่า ( กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี )
มิลานในถิ่นซาน ซิโร่ นาทีนี้ยังไงก็ประมาทไม่ได้ เกมรุกดุดันและสร้างโอกาสจบสกอร์ได้เยอะมาก ยิ่งเจอกับเวโรน่าที่หลังบ้านรั่วแถมชอบสมาธิหลุดช่วงท้ายเกม บอกเลยว่ามีโอกาสโดนส่องยับ สถิติที่ผ่านมามิลานกินนิ่มมาตลอดและส่วนใหญ่สกอร์มักจะไหล ยิ่งเวโรน่าต้องดิ้นรนหนีตายคงไม่มาเน้นรับอย่างเดียวแน่ๆ ต้องมีสวนกลับบ้าง ซึ่งเข้าทางเจ้าบ้านที่ถนัดเกมโต้กลับเร็ว เชื่อว่าระดับแนวรุกของมิลานน่าจะกดคนเดียวสองเม็ดได้ไม่ยาก ส่วนทีมเยือนก็น่าจะมีฮึดสู้จนแอบมีเซอร์ไพรส์ช่วยเติมสกอร์ให้ ฟันธงเลยว่าคู่นี้ซัดกันนัวพังตาข่ายกระจายทะลุเรทสูงแน่นอน
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
คาซ่า เพีย vs วิตอเรีย กิมาไรส์ ( โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก )
คาซ่า เพีย ฟอร์มในบ้านช่วงหลังไม่ได้แย่ แต่ปัญหาชัดๆ คือเกมรับเสียประตูแทบทุกนัด เวลาเจอทีมที่กล้าเพรสซิ่งมักออกอาการให้เห็น วิตอเรีย กิมาไรส์ ภาพรวมดูเหนือกว่า ทั้งคุณภาพนักเตะและความสม่ำเสมอ เกมเยือนอาจไม่ถึงกับโหด แต่แนวรุกยังพอหวังผลได้เสมอ รูปเกมคู่นี้ไม่น่าจะอุดใส่กัน ถ้าเกมเปิดตั้งแต่ครึ่งแรก โอกาสได้เห็นสกอร์ไหลมีสูง เพราะทั้งสองฝั่งมีจุดพลาดในแนวรับเหมือนกัน มองภาพรวมแล้วจังหวะเกมมีโอกาสยิงกันไปมา ครบสามลูกไม่ใช่เรื่องไกลตัว เลือกเชียร์ สูง 2 ดูมีภาษีกว่า
แนะนำ: สูง 2
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
อาเหม็ดสปอร์ vs อิกเดียร์ ( ตุรกี ดิวิชั่น 2 )
อาเหม็ดสปอร์ฟอร์มในบ้านปีนี้ไว้ใจได้เลย รั้งรองจ่าฝูงและโกยแต้มเป็นว่าเล่น แนวรุกดุดันยิงกระจายเกือบทุกนัด ส่วนอิกเดียร์แม้จะอยู่โซนบนของตารางแต่ฟอร์มนอกบ้านยังแกว่ง เสียประตูง่ายและมักจะคุมสมาธิไม่อยู่ช่วงท้ายเกม สถิติการเจอกันอาจจะสูสีแต่ชั่วโมงนี้ความมั่นใจของอาเหม็ดสปอร์ดูเหนือกว่าชัดเจน แผงหลังทีมเยือนน่าจะต้านทานการบุกต่อเนื่องของเจ้าบ้านลำบาก ฟันธงเลยว่าเจ้าถิ่นจะอาศัยความเก๋าเบียดเอาชนะไปได้แน่นอน วางอาเหม็ดสปอร์รอรับทรัพย์ได้เลย
แนะนำ: ต่อ อาเหม็ดสปอร์ 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: อาเหม็ดสปอร์ ชนะ อิกเดียร์ 2-0 , 2-1
“KickVision”
เชลซีกลายเป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่กระโดดร่วมวงชิงตัว เจเรมี ฌาเกต์ กองหลังดาวรุ่งวัย 20 ปีจากสโมสรแรนส์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับตามองอย่างใกล้ชิด รายงานระบุว่าแรนส์อาจยอมปล่อยตัวเพชรเม็ดงามรายนี้หากได้รับข้อเสนอราว 30-40 ล้านยูโร (ประมาณ 1.1 – 1.5 พันล้านบาท) โดยฌาเกต์ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดในลีกเอิงและมีสไตล์การเล่นที่ครบเครื่องทั้งความแข็งแกร่งและการอ่านเกม โครงการสร้างทีมของเชลซีอาจเป็นตัวเลือกที่ดึงดูดใจสำหรับฌาเกต์มากที่สุด เนื่องจากสโมสรเน้นการผลักดันผู้เล่นอายุน้อยเข้าสู่ทีมชุดใหญ่โดยตรง ซึ่งต่างจากอาร์เซนอลที่มีคู่เซ็นเตอร์ระดับโลกอย่าง กาเบรียล และ ซาลิบา ขวางทางอยู่ ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของรูเบน อโมริม แม้จะต้องการเซ็นเตอร์แบ็กคนใหม่มาแทนที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แต่โปรเจกต์การสร้างทีมใหม่ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้สิงห์บลูส์หวังใช้โอกาสนี้จูงใจนักเตะด้วยโอกาสในการลงสนามเป็นตัวจริงทันที
สถิติในฤดูกาล 2025/26 ยืนยันถึงความยอดเยี่ยมของฌาเกต์ได้เป็นอย่างดี โดยเขากลายเป็นเสาหลักในแนวรับของแรนส์ที่ลงเล่นแทบทุกนาที และได้รับการยกย่องในเรื่องความสามารถในการพาบอลขึ้นเกมจากแดนหลัง (Build-up) รวมถึงความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ ความสามารถที่รอบด้านนี้ทำให้แมวมองของปิศาจแดงถึงกับออกรายงานชื่นชมว่าเป็น “การเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดในตลาด” หากสามารถคว้าตัวมาร่วมทีมได้ในราคาที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงทีมจากอังกฤษเท่านั้น เพราะยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ก็เริ่มมีชื่อโผล่มาเป็นผู้สนใจเช่นกัน ฌาเกต์จึงต้องเลือกสโมสรต่อไปอย่างระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางอาชีพจะไม่สะดุด โดยตลาดซื้อขายเดือนมกราคม 2026 นี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าสโมสรใดจะยื่นข้อเสนอที่มัดใจทั้งแรนส์และตัวนักเตะได้สำเร็จ ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
วิกฤตแนวรับของเรอัล มาดริด ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในฤดูกาล 2025/26 ภายใต้การนำของกุนซือใหม่อย่าง ชาบี อลอนโซ่ หลังเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บของ เอแดร์ มิลิเตา และความฟิตที่ย่ำแย่ของ ดาวิด อลาบา รวมถึงฟอร์มที่ตกลงอย่างน่าใจหายของดาวรุ่งอย่าง ดีน ฮุยเซ่น ทำให้บอร์ดบริหารต้องเร่งหาทางออกในตลาดซื้อขายนักเตะ แต่รายงานล่าสุดระบุว่าแผนการคว้าตัว 3 กองหลังชื่อดังแบบไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ส่อเค้าล้มเหลวไม่เป็นท่า อิบราฮิมา โคนาเต้ ปราการหลังลิเวอร์พูลที่เคยเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง ถูกตัดชื่อออกจากลิสต์เนื่องจากฟอร์มการเล่นกับต้นสังกัดในพรีเมียร์ลีกดรอปลงอย่างมาก จนมาดริดมองว่าไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยงดึงมารับช่วงต่อ ขณะที่ ดาโยต์ อูพาเมกาโน่ อีกหนึ่งตัวเลือกเกรดเอจากบาเยิร์น มิวนิค ก็กำลังจะหลุดมือหลังนักเตะเรียกค่าเหนื่อยสูงเกินเพดานที่สโมสรตั้งไว้ ประกอบกับเจ้าตัวกำลังเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับทัพ “เสือใต้” ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้
สำหรับ มาร์ค เกฮี กองหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษของคริสตัล พาเลซ แม้จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจแต่สถานการณ์กลับหยุดนิ่ง เนื่องจากเรอัล มาดริด ยังไม่มีการติดต่อกับตัวแทนของนักเตะอย่างเป็นทางการ ซึ่งต่างจากกรณีของโคนาเต้และอูพาเมกาโน่ที่มีการทาบทามไปก่อนหน้า ทำให้สื่อสเปนวิเคราะห์ว่าเกฮีอาจไม่ใช่คำตอบที่สโมสรต้องการจริงๆ ส่งผลให้ทีมงานสรรหานักเตะต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในการเฟ้นหาเซนเตอร์แบ็กรายอื่นเข้ามากู้วิกฤต
สถานการณ์ที่ “ถอยหลังเข้าคลอง” นี้อาจบีบให้เรอัล มาดริด ต้องยอมเปลี่ยนกลยุทธ์จากการรอนักเตะฟรีเอเยนต์ มาเป็นการทุ่มงบประมาณก้อนโตเพื่อดึงตัวท็อปอย่าง นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค จากดอร์ทมุนด์ หรือการดึงตัวศิษย์เก่าอย่าง จาโคโบ รามอน กลับจากโคโม่ด้วยออปชั่นซื้อคืน เพื่อเร่งแก้ไขรูรั่วในแผงหลังให้ทันก่อนที่ฤดูกาลจะสายเกินไป ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความล่าช้าในการตัดสินใจของบอร์ดบริหารที่ปล่อยให้ทีมต้องเผชิญวิกฤตแนวรับเรื้อรังเช่นนี้
วิกฤตอาการบาดเจ็บและภารกิจรับใช้ชาติของแข้งตัวหลัก กลายเป็นโอกาสทองของเหล่าดาวรุ่งจากอะคาเดมี่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยในเกมล่าสุดที่พบกับนิวคาสเซิลเมื่อวันบ็อกซิ่งเดย์ รูเบน อโมริม ได้ใส่ชื่อ แจ็ค และ ไทเลอร์ เฟล็ตเชอร์ สองพี่น้องฝาแฝดทายาทของ “ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์” ตำนานมิดฟิลด์ของทีม ไว้บนม้านั่งสำรองพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่สโมสรมีพี่น้องฝาแฝดอยู่ในรายชื่อผู้เล่นวันแข่งขันอย่างเป็นทางการ แจ็ค เฟล็ตเชอร์ ได้ประเดิมสนามในศึกพรีเมียร์ลีกไปแล้วในเกมพบแอสตัน วิลล่า ก่อนจะได้รับโอกาสลงเล่นนานถึง 45 นาทีในเกมชนะนิวคาสเซิล 1-0 เพื่อแทนที่เมสัน เมาท์ ที่บาดเจ็บ ขณะที่ไทเลอร์ แฝดผู้น้องก็กำลังรอคอยโอกาสประเดิมสนามชุดใหญ่นัดแรกอย่างใจจดใจจ่อ การปรากฏตัวของทั้งคู่ในฐานะตัวสำรองพร้อมกันในวันบ็อกซิ่งเดย์ปี 2025 นี้ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่น่าเหลือเชื่อ เพราะตรงกับวันที่แฝดชาวบราซิลอย่าง ราฟาเอล และ ฟาบิโอ ดา ซิลวา เคยมีชื่อพร้อมกันในวันบ็อกซิ่งเดย์เมื่อปี 2013 พอดี
นอกจากฝาแฝดเฟล็ตเชอร์แล้ว ม้านั่งสำรองของปีศาจแดงในยุคผลัดใบนี้ยังเต็มไปด้วยสายเลือดใหม่ที่น่าจับตา ทั้งเชีย เลซีย์, ไทเลอร์ เฟรดริกสัน และ เบนดิโต มันตาโต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายการผลักดันเยาวชนที่เข้มข้นของอโมริม โดยพี่น้องเฟล็ตเชอร์ถูกคาดหมายว่าจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในช่วงโปรแกรมปีใหม่ที่ต้องพบกับวูล์ฟแฮมป์ตัน และลีดส์ ยูไนเต็ด เพื่อพิสูจน์ตนเองตามรอยพี่น้องชื่อดังในอดีตอย่าง แกรี่ และ ฟิล เนวิลล์ รวมถึงพี่น้องคีน
ความพิเศษของฝาแฝดคู่นี้ยังอยู่ที่การเลือกรับใช้ชาติที่ต่างกัน โดยแจ็คเลือกเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ขณะที่ไทเลอร์เลือกเดินตามรอยพ่อในทีมชาติสกอตแลนด์ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดของทั้งคู่ในตอนนี้คือการได้ลงสนามพร้อมกันในสีเสื้อ “เร้ด เดวิลส์” เพื่อสร้างตำนานบทใหม่ให้แก่ตระกูลเฟล็ตเชอร์ และพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถก้าวข้ามเงาของผู้เป็นพ่อเพื่อขึ้นมาเป็นเสาหลักของสโมสรในอนาคตได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เชลซี vs แอสตัน วิลล่า ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
เชลซีในบ้านนัดนี้เปิดเกมรุกใส่เต็มสูบแน่นอนเพราะแนวรุกกำลังมั่นใจและเล่นเข้าขากันสุดๆ ส่วนวิลล่าเองก็ไม่ใช่ทีมที่จะมายอมง่ายๆ เพราะเกมสวนกลับเร็วของพวกเขาอันตรายและคมมาก ปัญหาใหญ่ของทั้งสองทีมคือแนวหลังที่ยังดูรั่วๆ และมักจะเสียประตูแบบง่ายๆ ให้เห็นบ่อยครั้ง สถิติที่ผ่านมาเวลาคู่นี้เจอกันมักจะเป็นเกมที่เปิดแลกกันสนุกและยิงประตูกันกระจายแทบทุกรอบ ด้วยเรทสองควบสามมองว่าโอกาสที่จะเห็นประตูที่สามและสี่ในเกมนี้นั้นมีสูงมากจนน่าลุ้น
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
ฟามาลิเคา vs อมาดอร่า ( โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก )
ฟามาลิเคาฟอร์มในบ้านช่วงหลังถือว่าไว้ใจได้ เล่นกันมั่นใจขึ้นเยอะ เกมรุกกล้าเติม กล้าบุก โดยเฉพาะริมเส้นที่ขึ้นลงเร็วและกดดันต่อเนื่อง อมาดอร่าเวลาออกนอกบ้านมักตั้งรับลึก แต่ปัญหาคือแนวรับพลาดง่าย ถ้าโดนเพรสหนัก ๆ มีโอกาสเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษบ่อย รูปเกมน่าจะเป็นเจ้าบ้านครองบอลมากกว่า เดินเกมใส่ทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง ถ้าฟามาลิเคายิงนำได้ก่อน เกมจะเปิดและมีลุ้นลูกสองตามมา ต่อ -1 อาจต้องลุ้นนิด แต่ภาพรวมเจ้าบ้านดูเหนือกว่าเยอะ วัดใจเชียร์ ฟามาลิเคา มีสิทธิ์ชนะห่างให้กินราคาได้
แนะนำ: ต่อ ฟามาลิเคา 1
ระดับความมั่นใจ: 85 %
ผลบอลที่คาด: ฟามาลิเคา vs อมาดอร่า 2-0
เอ็มโปลี vs โฟรซิโนเน่ ( กัลโช่ เซเรียบี อิตาลี่ )
เอ็มโปลีเจ้าบ้านนัดนี้ต้องเร่งเครื่องเต็มที่เพื่อลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟทำให้ต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรก ฝั่งทีมเยือนโฟรซิโนเน่มาในฐานะจ่าฝูงที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดๆ และมีจุดเด่นที่เกมรุกเฉียบขาดยิงกระจายมาต่อเนื่อง แนวรับเอ็มโปลียังมีช่องโหว่ให้เห็นบ่อยครั้งซึ่งน่าจะเข้าทางทีมเยือนที่ถนัดเกมโต้กลับเร็วและจบสกอร์ได้คม การเจอกันนัดนี้ทั้งสองทีมไม่มีใครยอมใครแน่นอนและพร้อมจะเปิดแลกหมัดกันเพื่อชิงแต้มสำคัญในตาราง เรทสองลูกครึ่งถือว่าไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับศักยภาพแนวรุกของทั้งสองทีมวางสกอร์สูงไว้ได้เลยกินเต็มแน่นอน
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พบกับ แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีกอังกฤษ)
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ฟอร์มช่วงหลังถือว่าพอใช้ได้ 5 นัดล่าสุดชนะ 3 แพ้ 2 แต่ในเกมล่าสุดที่แพ้ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเกมรับที่เสียสมาธิเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับทีมที่มีเกมรุกจัดจ้าน ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มสุด ๆ 5 นัดหลังชนะรวดทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความลงตัวทั้งเกมรุกและเกมรับ การครองบอลและการเข้าทำมีความหลากหลาย ฟันธง แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่าทุกด้าน มีโอกาสบุกมาเก็บชัยชนะได้อีกเกม
แนะนำ: ต่อ เอเอส โรม่า 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2 หรือ 1-3
ปิซ่า พบกับ ยูเวนตุส (กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี)
ปิซ่า ฟอร์มช่วงหลังน่าเป็นห่วง 5 นัดหลังสุดยังไม่ชนะใครเลย เสมอ 2 และแพ้ถึง 3 เกม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื่องความมั่นใจ เกมรุกสร้างโอกาสได้บ้างแต่จบสกอร์ไม่คม เกมรับยังมีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เสียประตูง่ายในหลายจังหวะ ยูเวนตุส ผลงานโดยรวมดูเหนือกว่ามาก 5 นัดหลังสุด ชนะถึง 4 และแพ้เพียงนัดเดียว ฟอร์มค่อนข้างสม่ำเสมอ เกมรุกมีความหลากหลาย จังหวะเข้าทำเฉียบคมและใช้โอกาสไม่เปลือง ส่วนเกมรับก็ยังไว้ใจได้ มีวินัยและเสียประตูน้อย ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
ฮิเบอร์เนี่ยน พบกับ ฮาร์ท (สก็อตแลนด์ พรีเมียร์ลีก)
ฮิเบอร์เนี่ยน ฟอร์มช่วงหลังยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 เสมอ 1 และแพ้ถึง 3 นัด นัดล่าสุดทำได้แค่เสมอ เกมรุกมีโอกาสเข้าทำพอสมควรแต่จังหวะสุดท้ายที่ยังไม่คมพอ ที่เกมรับยังมีปัญหา เสียประตูค่อนข้างง่าย ฮาร์ท ผลงานโดยรวมดูดีกว่าอย่างชัดเจน 5 นัดหลังสุดยังไม่แพ้ใคร ชนะ 3 และเสมอ 2 โดยเฉพาะ 3 นัดหลังสุดชนะรวด กำลังอยู่ในช่วงความมั่นใจสูง เกมรุกเล่นกันเข้าขามากขึ้น เกมรับก็ทำได้เหนียวแน่น เสียประตูน้อย ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
เจ้าบ้าน อาร์เซน่อล ภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีดหลังรั้งจ่าฝูงในช่วงคริสต์มาส ทีมมีรูปแบบการเล่นที่ลงตัวทั้งรุกและรับ โดยเฉพาะเกมในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ที่แข็งแกร่งและยังไม่แพ้ใครมาอย่างยาวนาน แนวรุกนำโดย มาร์ติน โอเดการ์ด และ บูกาโย ซาก้า ที่ประสานงานกับกองหน้าตัวใหม่อย่าง วิคเตอร์ โยเคเรส ได้อย่างอันตราย การต่อบอลที่รวดเร็วและการเพรสซิ่งแดนบนที่เป็นระบบทำให้พวกเขามักจะคุมสถานการณ์ได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นเกม แม้จะมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บในแนวรับบ้าง แต่ขุมกำลังเชิงลึกยังถือว่าดูดีกว่าคู่แข่งมาก
ทีมเยือน ไบรท์ตัน ของกุนซือ ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ ช่วงหลังผลงานเริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันและมีปัญหาใหญ่ในการจบสกอร์ที่ค่อนข้างฝืดเคือง รูปแบบการเล่นยังคงเน้นการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกที่รวดเร็วและใช้การเพรสซิ่งสู้ตามสไตล์ถนัด แต่การต้องขาดผู้เล่นตัวหลักหลายรายทั้งจากการบาดเจ็บและไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทำให้ความสมดุลของทีมลดน้อยลง โดยเฉพาะเกมรับที่มักจะสมาธิหลุดเวลาโดนบดหนักๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากในการออกไปเยือนทีมลุ้นแชมป์ในเวลานี้
เมื่อพิจารณารูปเกมโดยรวม คาดว่าอาร์เซน่อลจะเป็นฝ่ายเปิดฉากบุกเข้าใส่ตามระเบียบ โดยใช้การครองบอลที่เหนือกว่ากดดันให้ไบรท์ตันต้องถอยไปตั้งรับลึก แม้ทีมเยือนจะพยายามใช้เกมสวนกลับเข้าสู้แต่ด้วยสภาพความมั่นใจที่ต่างกันและสถิติการเจอกันที่อาร์เซน่อลมักจะทำได้ดีกว่าในช่วงหลัง ทำให้เกมนี้จ่าฝูงดูมีภาษีดีกว่ามากในการเจาะตาข่ายทีมเยือนที่กำลังฟอร์มตก หากประตูแรกมาเร็วโอกาสที่สกอร์จะไหลก็มีสูง เนื่องจากไบรท์ตันในชุดนี้ยังดูมีจุดอ่อนในการรับมือกับความกดดันต่อเนื่อง
ทรรศนะโดยรวมมองว่า อาร์เซน่อลมีความสม่ำเสมอและคุณภาพทีมที่เหนือกว่าชัดเจน ประกอบกับความต้องการแต้มเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงในช่วงโปรแกรมชุกแบบนี้ พวกเขาจะเดินหน้าบดเอาชนะไปได้ไม่ยาก และมีโอกาสสูงที่จะชนะขาดเกินหนึ่งประตูในท้ายที่สุด
เลือกเล่น : ต่อ อาร์เซน่อล 1
— กุนซือไร้เงา —
คอนสแตนติโนส คาเรตซาส มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 18 ปีจากเกงค์ กลายเป็นที่จับตามองของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป โดยเฉพาะ 3 ทีมดังจากพรีเมียร์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และเชลซี ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อคว้าตัวเขาไปร่วมทีม แข้งวัยทีนรายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นทำ 2 ประตู 10 แอสซิสต์ในทุกรายการฤดูกาลนี้ จนได้รับคำชมว่าเป็น “หมายเลขสิบที่ทันสมัยและฉลาด” มีความสามารถในการคุมเกมและสร้างสรรค์โอกาสได้อย่างน่าทึ่ง คาเรตซาส โดดเด่นด้วยการควบคุมบอลที่ยอดเยี่ยม ทนทานต่อแรงกดดัน และเล่นได้อย่างคล่องตัวระหว่างแนวรับ ทำให้เขากลายเป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์เกมที่น่าเชื่อถือ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ดึงดูดความสนใจจากหลายสโมสรชั้นนำ ทั้งบาเยิร์น มิวนิค, นาโปลี รวมถึงลิเวอร์พูลและเลเวอร์คูเซนที่ต่างก็จับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รายชื่อของทีมที่ให้ความสนใจแสดงให้เห็นว่าเขาได้รับการยกย่องและประเมินค่าไว้สูงมากในวงการฟุตบอลยุโรป
ในบรรดาทีมจากอังกฤษ เชลซีดูจะเป็นฝ่ายที่เดินหน้าเจรจาอย่างจริงจังที่สุด โดยได้ติดต่อกับเอเยนต์ของคาเรตซาสแล้ว เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการดึงตัวมายังถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของสโมสรที่เน้นการพัฒนาผู้เล่นอายุน้อย ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล ก็ไม่น้อยหน้าด้วยการส่งแมวมองไปติดตามฟอร์มของเขาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งบ่งชี้ว่าความสนใจได้ยกระดับไปสู่การพิจารณาอย่างจริงจังแล้ว
แม้เกงค์จะหวังรั้งตัวคาเรตซาสไว้กับทีมอีกอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาล แต่การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดซื้อขายช่วงเดือนมกราคมนี้อาจทำให้การรักษานักเตะไว้เป็นเรื่องยาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของรูเบน อโมริม ก็กำลังมองหากองกลางที่มีความมั่นคงทางเทคนิคและเล่นได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งคาเรตซาสมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงถือเป็นการลงทุนที่น่าจับตาเพื่อสร้างแกนหลักของทีมในอนาคต
ก่อนหน้า 1 … 64 65 66 67 68 … 88 ถัดไป »