เอซี มิลาน ยอดทีมแห่งถิ่นซาน ซิโร่ ยังคงตกเป็นข่าวพัวพันอย่างต่อเนื่องกับ ดูซาน วลาโฮวิช หัวหอกทีมชาติเซอร์เบียของยูเวนตุส โดยบอร์ดบริหารของ “ปีศาจแดงดำ” มองว่าดาวยิงร่างยักษ์รายนี้คือเป้าหมายสูงสุดที่จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในระยะยาว แม้ว่าทีมจะมี อัลบาโร โมราต้า อยู่ในทีมแล้วก็ตาม แต่ด้วยอายุและสไตล์การเล่นที่แตกต่าง ทำให้มิลานต้องการศุนย์หน้าเบอร์ 9 แท้ๆ ที่มีความเฉียบคมและทรงพลังเข้ามาเป็นแกนหลักในแนวรุกเพื่อทวงความยิ่งใหญ่คืนสู่สโมสรอีกครั้ง สถานการณ์สัญญาของวลาโฮวิชกับยูเวนตุสกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มิลานมีความหวัง เนื่องจากดาวยิงวัย 24 ปี กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเจรจาต่อสัญญาฉบับใหม่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องค่าเหนื่อยที่พุ่งสูงขึ้นตามเงื่อนไขเดิม ซึ่งสร้างภาระทางการเงินมหาศาลให้กับทัพ “ม้าลาย” จนมีกระแสข่าวว่ายูเวนตุสอาจถูกสถานการณ์บีบให้ต้องพิจารณาขายเขาออกจากทีมหากการตกลงลดเพดานค่าเหนื่อยไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมิลานกำลังเฝ้ารอจังหวะนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อเข้าเสียบแทนทันที
ในแง่ของยุทธศาสตร์ มิลานต้องการนักเตะที่มีประสบการณ์ในเซเรียอาและสามารถการันตีประตูได้ทันที ซึ่งวลาโฮวิชตอบโจทย์ทุกข้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกาย การหาพื้นที่ในเขตโทษ และการจบสกอร์ที่เฉียบขาดทั้งสองเท้าและลูกกลางอากาศ การย้ายข้ามฝากจากตูรินมายังมิลานถูกมองว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้วลาโฮวิชได้แสดงศักยภาพสูงสุดภายใต้ระบบการเล่นที่เน้นเกมรุกมากขึ้น และเขาก็จะกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของเหล่า “โรสโซเนรี่” ได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญไม่ได้มีเพียงแค่ค่าตัวมหาศาลและการเจรจาระหว่างสโมสรคู่แข่งร่วมลีกเท่านั้น แต่ยังมีสโมสรยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซนอล และ เชลซี ที่จ้องคว้าตัวเขาอยู่เช่นกัน แต่ทางมิลานหวังใช้ความคุ้นเคยในอิตาลีและโปรเจกต์การสร้างทีมยุคใหม่ที่มีความทะเยอทะยานเป็นตัวดึงดูดใจนักเตะ ซึ่งหากดีลนี้เกิดขึ้นจริง มันจะกลายเป็นการย้ายทีมที่สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลอิตาลีและเป็นการยกระดับมิลานให้กลับมาน่ากลัวในเวทียุโรปอย่างเต็มตัว
เคนัน ยิลดิซ ดาวเตะพุ่งแรงของยูเวนตุสตกเป็นข่าวเตรียมเปิดฉากเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าสัญญาปัจจุบันจะลากยาวไปจนถึงปี 2029 แต่ด้วยบทบาทสำคัญในทีมทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าต้องมีการปรับปรุงข้อตกลงใหม่ โดยการเจรจาครั้งสำคัญนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้การดูแลของ มาร์โก ออตโตลินี ที่กำลังจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ของทัพ “ม้าลาย” เงื่อนไขสำคัญข้อแรกที่แข้งวัย 20 ปีต้องการคือ การขยับขึ้นไปเป็นนักเตะที่ได้รับค่าจ้างสูงที่สุดของสโมสร โดยยิลดิซเรียกค่าเหนื่อยอย่างน้อย 6 ล้านยูโรต่อฤดูกาล เพื่อให้เท่ากับ โจนาธาน เดวิด ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดจากเดิมที่รับอยู่เพียง 1.7 ล้านยูโร ขณะที่ทางยูเวนตุสเบื้องต้นเสนอให้ที่ราว 4-5 ล้านยูโรบวกโบนัส ทำให้ยังมีส่วนต่างที่ต้องตกลงกันอีกประมาณ 1 ล้านยูโร
นอกจากเรื่องของเม็ดเงินแล้ว ยิลดิซยังยื่นเงื่อนไขข้อที่สองคือต้องการ “การรับประกัน” เกี่ยวกับโปรเจกต์ระยะยาวและเป้าหมายของสโมสรในอนาคต เขาต้องการความมั่นใจว่ายูเวนตุสมีแผนการใหญ่ที่ชัดเจนในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ทั้งในอิตาลีและยุโรป ซึ่งปัจจัยด้านวิสัยทัศน์ของสโมสรนี้ถือเป็นจุดชี้ขาดสำคัญในการตัดสินใจฝากอนาคตในระยะยาวไว้ในถิ่นตูริน
สำหรับผลงานในฤดูกาลนี้ ยิลดิซโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นสมราคาเบอร์ 10 คนใหม่ ด้วยการทำไป 6 ประตูและ 6 แอสซิสต์จากการลงสนาม 22 นัดในทุกรายการ สถิติดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สโมสรขาดไม่ได้ และต้องรอดูว่าบอร์ดบริหารของยูเวนตุสจะยอมตอบรับข้อเรียกร้องที่ค่อนข้างสูงนี้เพื่อรั้งตัวอัจฉริยะรายนี้ไว้กับทีมต่อไปหรือไม่
โบลูสปอร์ vs เฟธิเยสปอร์ ( ตุรกี คัพ )
เกมนี้เป็นบอลถ้วยที่ทั้งสองทีมมองเห็นโอกาสเข้ารอบ ไม่ใช่บอลที่ลงมาเตะเอาประสบการณ์ โบลูสปอร์เล่นในบ้าน จุดเด่นคือเกมรุกที่กล้าเปิดเกมแลก แต่ปัญหาหลักคือแนวรับที่เสียประตูง่าย ฝั่งเฟธิเยสปอร์ก็ไม่ได้มาเน้นอุด เกมรับมีช่องว่างให้โจมตีตลอด โดยเฉพาะเวลาโดนบีบพื้นที่ รูปเกมน่าจะออกมาสนุกตั้งแต่ต้น เพราะถ้าใครยิงนำก่อน อีกฝั่งต้องเร่งทันที ด้วยทรงบอลแบบนี้ โอกาสยิงกันเกิน 3 ลูกมีสูง อยู่ฝั่งสูงลุ้นได้ทั้งกินเต็มหรือไหล
แนะนำ: สูง 3
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
อัล นาเซอร์ vs อัล ซอลร่า ( เอเอฟซี คัพ )
บอลถ้วยเอเชียคู่นี้เจอกันทีไรรับประกันความบันเทิง เพราะทั้งคู่มีสไตล์การเล่นที่เน้นเกมรุกดุดันและเข้าทำเร็วเป็นหลัก อัล นาเซอร์ เวลาเล่นในรังมักจะโหมบุกหนักตั้งแต่ต้นเกมเพื่อชิงความได้เปรียบ ส่วนอัล ซอลร่า เองก็ไม่ใช่ทีมที่จะมาเน้นอุดหน้าประตูอย่างเดียว พวกเขามีสวนกลับที่อันตรายและจมูกไวในการทำประตู เรตสูง 3 ลูกอาจจะดูเหมือนต้องลุ้นเยอะ แต่ด้วยคุณภาพแนวรุกที่จัดจ้านและความผิดพลาดของเกมรับที่มีให้เห็นบ่อยๆ ในถ้วยนี้ มั่นใจว่าเม็ดสามมีให้เห็นแน่ๆ เผลอๆ มีลุ้นเม็ดสี่เม็ดห้าให้กินเต็มแบบสบายใจ
แนะนำ: สูง 3
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
แอลจีเรีย(N) vs ซูดาน ( แอฟริกัน เนชั่นส์คัพ )
นี้ต้องยอมรับว่าเกรดบอลคนละชั้นกันจริงๆ ทัพจิ้งจอกทะเลทรายแอลจีเรียขุมกำลังแน่นปึ้กทุกลูกขุมขน แม้จะเป็นการเล่นสนามกลางแต่ชื่อชั้นนักเตะและระบบทีมข่มซูดานมิดแน่นอน ฝั่งซูดานเองมาตรฐานฟุตบอลยังตามหลังอยู่เยอะ แถมมักจะหลุดสมาธิเวลาเจอทีมที่บดหนักๆ ตลอดทั้งเกม เรตต่อ 1 ลูกถือว่าเอื้อเฟื้อมาก เพราะอย่างน้อยๆ ชนะเม็ดหนึ่งมีในกระเป๋าแน่เพื่อคืนทุน ที่เหลือคือลุ้นเม็ดสองกินเต็มซึ่งดูจากสถิติแนวรุกแอลจีเรียแล้วบอกเลยว่าโอกาสยิงขาดมีสูงมาก กัดฟันต่อเจ้าบ้านไปไม่มีผิดหวัง
แนะนำ: ต่อ แอลจีเรีย(N) 1
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: แอลจีเรีย(N) ชนะ ซูดาน 2-0 , 3-1
— กุนซือไร้เงา —
อิกเดียร์ พบกับ อาลิอาก้า (ตุรกี คัพ)
อิกเดียร์ ฟอร์มโดยรวมถือว่ากำลังไปได้สวย 5 นัดหลังสุดยังไม่แพ้ใคร ชนะถึง 3 นัดและเสมอ 2 นัด สะท้อนให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของทีม เกมรุกอาจไม่ได้ดุดันมากแต่มีประสิทธิภาพ กมรับค่อนข้างเหนียว เสียประตูน้อย ด้านอาลิอาก้า ผลงานช่วงหลังยังขึ้นๆ ลงๆ 5 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ 1 แม้จะไม่ถึงกับแย่ แต่ยังขาดความแน่นอน เกมรุกยังไม่สม่ำเสมอ เกมรับยังมีหลุดให้เห็น คู่นี้หากเชียร์เจ้าบ้านก็ถือว่ามีลุ้น แต่แนะนำให้มองที่สกอร์รวมมีโอกาสยิงไม่เกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่ต่ำได้เลย
แนะนำ: ต่ำ 2.75
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าไม่เกิน 2 ลูก
อัล-อาห์ลี โดฮา พบกับ อันดิแจน (เอเอฟซี คัพ)
อัล-อาห์ลี โดฮา ฟอร์มโดยรวมช่วงหลังถือว่ากำลังมั่นใจ 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้เพียงนัดเดียว โดยเฉพาะ 2 เกมหลังสุดเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่อง เกมรุกเริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกมรับแม้ยังมีเสียประตูบ้างภาพรวมถือว่าคุมเกมได้ดี ด้านอันดิแจน ผลงานยังไม่สม่ำเสมอ 5 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 2 ฟอร์มขึ้น ๆ ลง ๆ เกมรุกมีช่วงที่ทำได้ดีแต่ยังขาดความต่อเนื่อง ส่วนเกมรับยังมีจังหวะผิดพลาดให้เห็น ทำให้เสียประตูง่าย คู่นี้หากเชียร์เจ้าบ้านก็ถือว่ามีลุ้น แต่แนะนำให้มองที่สกอร์รวมมีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.25
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
ไอเวอรี่โคสต์(N) พบกับ โมซัมบิก (แอฟริกัน เนชั่นส์คัพ)
ไอเวอรี่โคสต์ (N) ฟอร์มโดยรวมถือว่าอยู่ในช่วงที่ดี 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้เพียงนัดเดียว แถมเกมล่าสุดเพิ่งเก็บชัยชนะมาได้ ส่งผลต่อความมั่นใจของทีมโดยตรง เกมรุกมีความหลากหลายและเล่นกันค่อนข้างไหลลื่น ด้านโมซัมบิก ฟอร์มช่วงหลังค่อนข้างน่าเป็นห่วง 5 นัดหลังสุดแพ้ถึง 3 นัด เสมอ 1 และชนะได้เพียงเกมเดียว แถมไม่ชนะใครมาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน เกมรุกขาดความเฉียบคม เกมรับมีปัญหาชัดเจนเสียประตูง่าย คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.25
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
เจ้าบ้าน อัล นาเซอร์ ยักษ์ใหญ่จากซาอุดีอาระเบียภายใต้การนำของกุนซือ ฮอร์เก้ เชซุส กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มสุดขีด การันตีการเข้ารอบด้วยการชนะรวด 5 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ยิงไปถึง 17 ประตูและเสียเพียงลูกเดียว เกมนี้แม้จะไม่มี คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ติดโทษแบน แต่ขุมกำลังที่เหลือยังน่าเกรงขามนำโดย เจา เฟลิกซ์ และ ซาดิโอ มาเน่ โดยคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 ที่เน้นการบุกกดดันตั้งแต่นาทีแรกเพื่อรักษาบทสรุปเพอร์เฟกต์สถิติในบ้าน ณ สนาม คิง ซาอุด ยูนิเวอร์ซิตี้
ทีมเยือน อัล ซอลร่า จากอิรัก สถานการณ์ปัจจุบันอยู่อันดับ 2 ของกลุ่ม ต้องการอย่างน้อย 1 คะแนนเพื่อความอุ่นใจในการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟอร์มช่วงหลังถือว่าทำได้ดีชนะมา 2 นัดติดในรายการนี้ กุนซือ อิหมัด เอล นาฮาส มักวางหมากให้ทีมเล่นอย่างรัดกุมและใช้ระเบียบวินัยในเกมรับเป็นตัวตั้ง คาดว่าจะมาในระบบ 4-4-2 หรือ 4-5-1 โดยฝากความหวังในการทำประตูไว้ที่ อลา อัล-ฮูไมดาน และเน้นจังหวะสวนกลับเร็วที่แม่นยำเพื่อเจาะตาข่ายเจ้าถิ่น
เกมนี้จะเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างบอลเกรดเอของเอเชียกับทีมจอมเซอร์ไพรส์จากอิรัก แม้ อัล นาเซอร์ จะลอยลำไปแล้วแต่ด้วยคุณภาพนักเตะสำรองและตัวหลักที่เหลืออยู่ยังดูเหนือกว่าชัดเจน ขณะที่ อัล ซอลร่า ต้องสู้ถวายหัวเพื่อแต้มสำคัญ ทำให้เกมมีโอกาสเปิดหน้าแลกกันสนุก สถิติการเจอกันนัดแรก อัล นาเซอร์ ชนะมาได้ก่อน 2-0 แต่การกลับมาเล่นในถิ่นซาอุฯ ที่แฟนบอลหนุนหลังบวกกับเกมรุกที่ดุดัน มีโอกาสสูงที่สกอร์จะไหลทะลุเรต 3 ลูกตามที่คาดการณ์ไว้
— กุนซือไร้เงา —
เชลซีเริ่มขยับตัวอย่างเป็นทางการด้วยการติดต่อตัวแทนของ อองตวน เซเมนโย ดาวเตะฟอร์มแรงของบอร์นมัธ เพื่อแสดงเจตจำนงในการคว้าตัวมาร่วมทัพช่วงตลาดหน้าหนาวนี้ โดยหวังจะชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่งร่วมลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ต่างจดจ้องสถานการณ์ของแนวรุกทีมชาติกานารายนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน หัวหอกวัย 25 ปีรายนี้ กลายเป็นเป้าหมายเนื้อหอมหลังระเบิดฟอร์มทำไปถึง 8 ประตูกับ 3 แอสซิสต์จากการลงเล่นเพียง 16 นัดในฤดูกาลนี้ ซึ่งในสัญญาระบุเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาไว้ที่ 65 ล้านปอนด์ โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วง 10 วันแรกของเดือนมกราคมเท่านั้น ทำให้เชลซีต้องรีบดำเนินการขั้นแรกเพื่อปิดดีลให้ทันเวลาก่อนที่ทีมอื่นจะโดดเข้ามาร่วมวงแย่งชิง
สำหรับสิงห์บลูส์แล้ว เซเมนโยถือเป็นเป้าหมายที่พวกเขาเฝ้าติดตามมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2019 สมัยที่เจ้าตัวยังค้าแข้งอยู่กับบริสตอล ซิตี้ ขณะที่ทางฝั่งบอร์นมัธเองก็เริ่มทำใจยอมรับกับการสูญเสียแข้งคนสำคัญรายนี้ เนื่องจากค่าฉีกสัญญาดังกล่าวถูกมองว่าสมเหตุสมผลและสโมสรใหญ่สามารถจ่ายได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เพื่อแลกกับกองหน้าที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มที่สุด
หากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง เซเมนโยจะกลายเป็นหนึ่งในดีลที่น่าจับตามองที่สุดของตลาดมกราคม เพราะเขายังเป็นกำลังหลักของทีมชาติกานาที่มีคิวลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 อีกด้วย การขยับตัวของเชลซีในครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อยกระดับแนวรุกให้เฉียบคมกว่าเดิมในการไล่ล่าความสำเร็จช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงรักษาประเพณีการผลักดันเด็กปั้นสู่ทีมชุดใหญ่มาอย่างยาวนานกว่า 88 ปี แม้ล่าสุด รูเบน อโมริม จะเน้นย้ำเรื่องการยกระดับมาตรฐานผู้เล่นเยาวชนให้สูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มเปิดประตูให้เพชรเม็ดงามอย่าง เจเจ กาเบรียล เจ้าหนูวัย 15 ปีที่ถูกยกให้เป็น “นิวเมสซี่” ของทีม หลังระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกใส่ลิเวอร์พูลรุ่น U18 และเริ่มถูกดึงไปฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่จนกลายเป็นที่จับตามองของยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลนา ในแดนกลาง จิม ธเวทส์ กองกลางกัปตันทีมรุ่น U18 วัย 18 ปี เป็นอีกหนึ่งรายที่อโมริมออกปากชมในเรื่องทัศนคติและความใจสู้ โดยธเวทส์มีจุดเด่นที่ทักษะการเลี้ยงบอลและการวางบอลที่แม่นยำจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง พอล สโคลส์ และ เดวิด เบ็คแฮม ซึ่งเขามีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวตายตัวแทนในตำแหน่งมิดฟิลด์ หากทีมต้องเสีย ค็อบบี้ เมนู หรือ คาเซมิโร่ ออกไปในอนาคต
ขณะที่ แจ็ค เฟลตเชอร์ ลูกชายของดาร์เรน เฟลตเชอร์ ตำนานสโมสร ก็เพิ่งได้รับโอกาสประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่นัดพบกับแอสตัน วิลล่า เป็นที่เรียบร้อย ดาวเตะวัย 18 ปีรายนี้มีความสารพัดประโยชน์ สามารถเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวรุกและแบ็กซ้าย ซึ่งการที่อโมริมส่งเขาลงสนามท่ามกลางเกมที่กดดัน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเฟลตเชอร์คือหนึ่งในเยาวชนที่พร้อมที่สุดสำหรับการก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว
การแจ้งเกิดของดาวรุ่งทั้ง 3 รายนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสืบทอดจิตวิญญาณของสโมสร แต่ยังช่วยให้ เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ และบอร์ดบริหารประหยัดงบประมาณในการเสริมทัพช่วงปี 2026 ได้มหาศาล เพราะไม่ต้องทุ่มเงินซื้อสตาร์ราคาแพงจากภายนอก แต่เลือกใช้ “ผลผลิตในบ้าน” ที่มีคุณภาพระดับโลก ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างทีมยุคใหม่ภายใต้การนำของอโมริม
ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าทีมชาติเดนมาร์ก แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เสียใจเลยที่ย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อกลับไปค้าแข้งในเซเรียอากับนาโปลี โดยล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งฉลองแชมป์แรกของฤดูกาลด้วยการชูถ้วยซูเปอร์คัพอิตาลี หลังเอาชนะโบโลญญา 2-0 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งฮอยลุนด์ลงเล่นครบ 90 นาทีและเป็นกำลังสำคัญในชัยชนะนัดชิงชนะเลิศครั้งนี้ ภายหลังคว้าแชมป์ ดาวเตะวัย 22 ปีได้โพสต์ภาพตัวเองคู่กับถ้วยรางวัลลงอินสตาแกรมพร้อมคำบรรยายสั้นๆ เพียง 6 คำที่สื่อความหมายลึกซึ้งว่า “This was a great decision” (นี่แหละคือการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม) ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าการเลือกเดินออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อมาหาโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอในอิตาลีคือทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับอนาคตของเขา
ย้อนกลับไปในยุคของ รูเบน อโมริม ฮอยลุนด์กลายเป็นส่วนเกินของทีมหลังจากแมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินยกเครื่องแนวรุกใหม่ด้วยการดึงตัว ไบรอัน เอ็มเบอูโม, มาเตอุส คุนญา และเบนจามิน เซสโก เข้ามา ทำให้เขาตัดสินใจย้ายทีมในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ ซึ่งผลงานที่เนเปิลส์ในฤดูกาลนี้ก็ยอดเยี่ยมเกินคาด โดยทำไปแล้วถึง 10 แอสซิสต์จากการลงเล่น 19 นัดในทุกรายการ
สถานการณ์ปัจจุบันของฮอยลุนด์ดูจะสดใสกว่าตอนอยู่กับปีศาจแดงอย่างมาก โดยนาโปลีมีเงื่อนไขที่สามารถซื้อขาดเขาได้ในราคา 44 ล้านยูโรเมื่อสิ้นสุดสัญญายืมตัว ซึ่งจากฟอร์มการเล่นและการมีส่วนร่วมกับแชมป์ในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะย้ายไปร่วมทัพอัซซูร่าเป็นการถาวร ทิ้งอดีตที่ทำได้เพียง 4 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุดไว้เบื้องหลัง

นาโปลี (N) vs โบโลญญ่า ( อิตาลี่ ซูปเปอร์ โคปา )
นัดชิงคืนนี้รับประกันความเดือด นาโปลีกำลังคึกจัดหลังตบมิลานมา แถม “ฮอยลุนด์” ก็กำลังเข้าฝักยิงกระจาย ฝั่งโบโลญญ่าปีนี้ไม่ใช่เล่นๆ ทรงบอลเหนียวและสวนกลับคมกริบ พร้อมเปิดหน้าแลกในเกมนัดชิงแน่นอน เรต “สูง 2.25” ถือว่ากำลังสวยเลยครับ แค่สองประตูมีให้เห็นแน่ๆ ลุ้นเม็ดสามกินเต็มกันได้ยาวๆ สไตล์บอลอิตาลียุคใหม่เน้นบุกเอนเตอร์เทน ยิ่งเป็นนัดชิงถ้วยแบบนี้ไม่มีใครยอมมาอุดรอไปจุดโทษหรอก สรุปสั้นๆ คู่นี้มีสกอร์แน่นอน วางสูงไปเลยครับพี่ๆ รอรับทรัพย์ฉลองแชมป์ซูเปอร์คัพได้เลย!
แนะนำ: สูง 2.25
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
อัลแวร์ก้า vs ปอร์โต้ ( โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก )
ปอร์โต้ชั่วโมงนี้เหนือกว่าบานตะไท เกมรุกดุดันจัดจ้านพร้อมถล่มประตูเจ้าถิ่นได้ทุกเมื่อครับ ฝั่งอัลแวร์ก้าแม้จะเป็นรองเยอะ แต่เล่นในบ้านคงไม่มายืนรับรอโดนอย่างเดียว ต้องมีสวนสู้บ้างแน่ เรต สูง 2.5 ดูแล้วไม่น่าจะต้านทานไหว เผลอๆปอร์โต้ทีมเดียวอาจจะซัดทะลุเป้าไปเองเลยด้วยซ้ำ สถิติเจอกันระดับชั้นบอลมันต่างกันชัดเจน จังหวะจบสกอร์ของทีมเยือนเฉียบคมกว่าเยอะครับ สรุปตามระเบียบ วางสูงรอรับทรัพย์ได้เลย เม็ดแรกมาไวรับรองไหลยาวๆ กินเต็มแน่นอนคุณพี่
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
พานเซอร์ไรกอส vs เลวาเดียกอส ( กรีซ ซูปเปอร์ลีก )
คู่นี้ภาพรวมถือว่าสูสีก็จริง แต่ถ้ามองเชิงเกมแล้วมีโอกาสเปิดแลกกันพอสมควร พานเซอร์ไรกอสได้เล่นในบ้าน มักเดินเกมรุกใส่ ไม่ชอบอุดและมีจังหวะดันไลน์สูงให้เห็นบ่อย ฝั่งเลวาเดียกอสแม้ชื่อชั้นไม่หวือหวา แต่เกมสวนกลับค่อนข้างอันตราย และแนวรุกจบสกอร์ได้ดี แนวรับทั้งสองทีมยังมีจุดหลวม โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังที่มักเสียสมาธิและโดนยิงง่าย ทรงนี้ถ้ามีประตูแรกเร็ว เกมจะเปิดยาว วัดใจไปที่ สูง 2.5 มีลุ้นกินเต็มมากกว่า
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
เบนฟิก้า พบกับ ฟามาลิเคา (โปรตุเกส ซุปเปอร์ลีก)
เบนฟิก้า ฟอร์มช่วงหลังถือว่ามาแรงต่อเนื่อง 5 นัดหลังสุดชนะถึง 4 เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใคร แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของทีมที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้งเกมรุกและเกมรับทำได้ค่อนข้างสมดุล ด้านฟามาลิเคา ผลงาน 5 นัดหลังสุดชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 นัดล่าสุดเพิ่งแพ้มา ฟอร์มโดยรวมยังดูไม่คงเส้นคงวา เกมรับมีปัญหาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เกมรุกแม้จะพอมีทีเด็ดในบางจังหวะ แต่ความสม่ำเสมอ คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
ลูซิตาเนีย พบกับ โอลิเวียร์เร็นเซ่ (โปรตุเกส ดิวิชั่น2)
ลูซิตาเนีย ฟอร์มช่วงหลังถือว่ากำลังเข้าที่เข้าทาง 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 โดยเฉพาะ 3 นัดหลังสุดเก็บชัยรวด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เกมรุกเริ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้น กล้าเล่น กล้าบุก และจบสกอร์ได้ดี ด้านโอลิเวียร์เร็นเซ่ ผลงาน 5 นัดหลังสุดค่อนข้างน่าเป็นห่วง ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 3 โดยเฉพาะ 2 นัดหลังสุดแพ้ติดต่อกัน ฟอร์มทีมดูแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด เกมรับเสียประตูง่าย หากดูจากภาพรวมตอนนี้ ลูซิตาเนีย ทรงดีกว่าและมีลุ้นเบียดเก็บชัยในบ้านได้
แนะนำ: ต่อ เจ้าบ้าน 0.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 1-0
อัล ชาร์จาห์ พบกับ อัล ฮิลาล (เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก อีลิท)
อัล ชาร์จาห์ ฟอร์มช่วงหลังถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง จากผลงาน 5 นัดหลังสุดชนะเพียง 1 นัด เสมอ 1 และแพ้ไปถึง 3 นัด ความมั่นใจของทีมลดลงอย่างเห็นได้ชัด เกมรับมีปัญหาเสียประตูง่ายและมักหลุดตำแหน่ง ขณะที่เกมรุกยังขาดความเฉียบคม ด้านอัล ฮิลาล ฟอร์มร้อนแรงสุด ๆ จากผลงาน 5 นัดหลังสุดเก็บชัยชนะรวดทั้ง 5 นัด แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทีมทั้งระบบ เกมรุกมีความดุดัน สร้างโอกาสได้ต่อเนื่องและจบสกอร์ได้คม คู่นี้ใครที่เชียร์เจ้าบ้านอยู่ก็ได้ แต่แนะนำให้มองที่ผลสกอร์รวมดีกว่ามีโอกาสยิงเข้าเกิน 3 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: ต่ำ 3.25
ระดับความมั่นใจ: 85%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าไม่เกิน 3 ลูก
KickVision”
วันที่ : 22 ธันวาคม 2568 เวลา : 03.00 น.
เจ้าบ้าน ฟูแล่ม ภายใต้การนำของกุนซือ มาร์โก ซิลวา เป็นทีมที่เล่นในบ้านได้อย่างแข็งแกร่งและมีระบบการต่อบอลที่ชัดเจน โดยเน้นการขึ้นเกมทางริมเส้นที่รวดเร็วและการเข้าทำที่หลากหลาย ขุมกำลังนำโดยกองหน้าตัวเก่งที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่มั่นใจ พร้อมด้วยแดนกลางที่คุมจังหวะเกมได้ดี เกมนี้คาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เพื่อเปิดเกมรุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรก หวังใช้ความได้เปรียบจากเสียงเชียร์ในถิ่นคราเวน ค็อตเทจ บดขยี้แนวรับคู่แข่งเพื่อเก็บสามแต้มสำคัญ
ทีมเยือน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เป็นทีมที่มีสไตล์การเล่นเน้นความรัดกุมและมีจุดเด่นอยู่ที่การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว (Counter-attack) โดยมักจะใช้ความเร็วของปีกทั้งสองข้างและความแข็งแกร่งของกองหน้าในการป่วนแนวรับคู่แข่ง แม้การออกมาเยือนจะเป็นงานที่ยาก แต่พวกเขามักจะวางแผนมาเน้นการตั้งรับที่เหนียวแน่นและไม่เปิดช่องว่างง่ายๆ คาดว่าจะมาในระบบ 4-3-3 ที่ยืดหยุ่น พร้อมรอจังหวะผิดพลาดของเจ้าบ้านเพื่อโต้กลับปลิดวิญญาณ
เกมนี้จะเป็นการวัดกึ๋นระหว่างเกมรุกที่หลากหลายของฟูแล่มกับเกมรับที่รอสวนกลับของฟอเรสต์ สถิติการเจอกันช่วงหลังค่อนข้างสูสี แต่ฟูแล่มมีความสม่ำเสมอมากกว่าเมื่อเล่นในบ้าน ขณะที่ฟอเรสต์แม้จะเหนียวแน่นแต่หากโดนบดหนักๆ มักจะมีจังหวะหลุดให้เห็น ด้วยเรตที่เปิดมาให้ฟูแล่มต่อ 0.5 (ครึ่งลูก) ถือว่าเป็นราคาที่วัดใจ เพราะเจ้าบ้านต้องการชัยชนะเพื่ออันดับตารางคะแนนที่ดีขึ้น และด้วยศักยภาพตัวผู้เล่นที่ดูเหนือกว่าเล็กน้อย มีโอกาสสูงที่ฟูแล่มจะเบียดเอาชนะไปได้ในที่สุด
โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน กลายเป็นดีลที่คุ้มค่าที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ หลังย้ายมาร่วมทีมลีดส์ ยูไนเต็ด แบบไร้ค่าตัว โดยล่าสุดโชว์ฟอร์มเทพยิงประตูติดต่อกันเป็นนัดที่ 5 ในเกมถล่มคริสตัล พาเลซ 4-1 ส่งผลให้เขาทะยานขึ้นแท่นอันดับ 4 ดาวซัลโวสูงสุดของลีกด้วยผลงาน 7 ประตูจากการลงสนาม 15 นัด ช่วยให้ทัพ “ยูงทอง” ขยับห่างโซนตกชั้นถึง 6 คะแนน สถิติเบื้องหลังการกลับมาครั้งนี้ถือว่าน่าทึ่งมาก โดยเจ้าตัวมีอัตราการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูสูงถึง 21.2% และทำประตูได้เฉลี่ยทุกๆ 147.7 นาที ซึ่งดีกว่าสมัยค้าแข้งกับเอฟเวอร์ตันเกือบเท่าตัว นอกจากนี้ฟอร์มในช่วง 3 สัปดาห์ล่าสุดของเขายังร้อนแรงกว่ายอดกองหน้าของโลกอย่าง ฮาแลนด์ หรือ เอ็มบัปเป้ เสียอีก ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับหมากของ แดเนียล ฟาร์เค่ ที่เปลี่ยนมาใช้ระบบหน้าคู่ 3-5-2 จนดึงศักยภาพสูงสุดของเขาออกมาได้
ฟอร์มที่พุ่งกระฉูดนี้ยังทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีกว่ากองหน้าค่าตัวแพงหลายรายในลีก และกำลังถูกแฟนบอลเรียกร้องให้กลับไปทวงตำแหน่ง “หมายเลข 9 แห่งทีมชาติอังกฤษ” อีกครั้ง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าความฝันสูงสุดคือการติดทัพสิงโตคำรามไปลุยฟุตบอลโลกปีหน้า ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล ซึ่งหากเขายังรักษามาตรฐานการถล่มประตูเช่นนี้ต่อไป โอกาสกลับสู่ทีมชาติในเดือนมีนาคมก็อยู่แค่เอื้อม
แดเนียล ฟาร์เค่ กุนซือลีดส์ออกมายกย่องว่าคัลเวิร์ต-ลูวินคือกองหน้าชาวอังกฤษที่ดีที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีกยุคปัจจุบัน และสโมสรรู้สึกภูมิใจมากที่นักเตะเลือกปฏิเสธทีมในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อมาช่วยลีดส์ให้อยู่รอด การย้ายทีมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยกู้ชื่อเสียงของเขากลับมา แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าความฟิตและความมั่นใจคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นเพชฌฆาตที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่งในยุโรป ณ เวลานี้
ก่อนหน้า 1 … 66 67 68 69 70 … 88 ถัดไป »