เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาให้ความชัดเจนถึงสถานะของ รูเบน อมอริม หัวหน้าโค้ช โดยยืนยันว่าเขาจะมอบเวลาให้กับกุนซือชาวโปรตุเกสรายนี้ถึง 3 ปี เพื่อพิสูจน์ตัวเองและแสดงให้เห็นว่าเขามีความสามารถที่แท้จริงในระยะยาว แม้ว่าตำแหน่งของเขาจะอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนปีที่แล้ว เนื่องจากทีมทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง โดยไม่สามารถเก็บชัยชนะติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกได้เลยในรอบปีที่ผ่านมา และจบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับที่ 15 ซึ่งเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดในลีกสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1974 ทั้งยังตกรอบคาราบาว คัพ ต่อทีมจากลีกทูเมื่อช่วงซัมเมอร์ แต่แรทคลิฟฟ์ยืนกรานว่าเขาจะไม่บริหารสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองแบบ “หุนหันพลันแล่น” ตามกระแสของสื่อมวลชนที่ต้องการความสำเร็จในชั่วข้ามคืน
แรทคลิฟฟ์ชี้แจงอย่างหนักแน่นว่าเขาไม่ได้มีมุมมองแบบเดียวกับสื่อที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนโค้ชอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่า “คุณไม่สามารถบริหารสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโดยอาศัยปฏิกิริยาโต้ตอบฉับพลันต่อนักข่าวที่ออกข่าวทุกสัปดาห์ได้” และย้ำว่าการให้เวลา อมอริม ซึ่งเป็น “คนดี” เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างความมั่นคงและรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับสโมสรในระยะยาว
นอกจากนี้ ผู้บริหารจาก INEOS ยังได้กล่าวถึงการปรับโครงสร้างเพื่อลดค่าใช้จ่ายภายในสโมสรและเพิ่มผลกำไร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในสนามฟุตบอลในที่สุด พร้อมระบุว่าเขาเชื่อมั่นว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะกลายเป็นสโมสรฟุตบอลที่ทำกำไรได้มากที่สุดในโลก ซึ่งจะเป็นการสร้างฟุตบอลระดับสูงที่ยั่งยืนในระยะยาว
สุดท้าย แรทคลิฟฟ์ยังคงให้การสนับสนุนแก่ ตระกูลเกลเซอร์ ว่าเป็นคนดีและมีความหลงใหลในสโมสร แต่กล่าวว่าการที่พวกเขาบริหารงานจากต่างประเทศทำให้เกิดปัญหาในการบริหารสโมสรที่มีความซับซ้อนอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเขาในฐานะคนท้องถิ่นได้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์นี้แล้ว
แม้ว่าการใช้จ่ายอย่างหนักในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเริ่มแสดงผลลัพธ์ที่น่าพอใจจากฟอร์มอันโดดเด่นของผู้เล่นอย่าง เบนจามิน เซสโก และ เซนเน ลัมเมนส์ แต่ยังมีนักเตะที่ย้ายเข้ามาพร้อมกันอย่าง ดิเอโก้ เลออน แบ็คซ้ายดาวรุ่งชาวปารากวัย ซึ่งยังคงเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเขายังไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่แม้แต่นาทีเดียว แต่รายงานล่าสุดชี้ว่าสโมสรไม่ได้มีความตื่นตระหนกแต่อย่างใด เนื่องจากพวกเขามีแผนการพัฒนาที่ชัดเจน โดยเล็งเห็นว่าดาวเตะวัย 18 ปีรายนี้ยังขาดประสบการณ์ในระดับสูง และต้องการให้เวลาในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่และจังหวะของฟุตบอลอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติก่อน
รายงานระบุว่าฟูลแบ็คดาวรุ่งรายนี้กำลัง สร้างความประทับใจให้กับเพื่อนร่วมทีมใหม่ ในระหว่างการฝึกซ้อมที่แคร์ริงตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาได้รับความดูแลและคำแนะนำเป็นพิเศษจากรุ่นพี่คนสำคัญอย่าง คาเซมิโร่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่ง ขณะที่ตัวนักเตะเองก็ไม่มีความกังวลใด ๆ เกี่ยวกับแนวทางที่สโมสรวางไว้ และกำลังสนุกกับช่วงเวลาของการปรับตัวเข้ากับชีวิตในรั้วโอลด์แทรฟฟอร์ด
แผนการของยูไนเต็ดคือการใช้หลักการ ความอดทนและการพัฒนา เป็นกุญแจสำคัญ โดยพวกเขาจะให้ เลออน ได้ลงสนามในรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี เพื่อให้ปรับตัวเข้ากับจังหวะการเล่นและความแข็งแกร่งของเกมอังกฤษ ก่อนที่จะพิจารณาโอกาสในการประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ต่อไป
ทุกสัญญาณบ่งชี้ว่า เลออนกำลังตอบสนองต่อแนวทางการพัฒนาของสโมสรได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นการสร้างรากฐานที่มั่นคงในระยะยาว มากกว่าการเร่งรัดให้ลงสนามก่อนเวลาอันควร และความไว้วางใจที่สโมสรมีต่อเขาได้ถูกตอกย้ำด้วยการถูกเรียกตัวติด ทีมชาติปารากวัยชุดใหญ่ ในช่วงพักเบรกทีมชาติล่าสุดด้วย
โรดรีโก โกเอส แนวรุกความเร็วสูงของ เรอัล มาดริด ได้ออกมาเปิดเผยความจริงเบื้องหลังการหายหน้าไปจากทีมอย่างกะทันหันในช่วงปลายฤดูกาลที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากอาการบาดเจ็บทางร่างกายตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่เป็นผลกระทบจาก ปัญหาสุขภาพจิตอย่างหนักในระดับส่วนตัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งสำหรับเขา ทั้งทางร่างกายและจิตใจจนกระทั่งรู้สึกไม่สบายและไม่พร้อมที่จะลงช่วยทีม ดาวเตะชาวบราซิลยอมรับว่าเขาเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเองไม่ได้พูดคุยกับใครเป็นเวลานาน แต่ได้รับความช่วยเหลือที่สำคัญจาก คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีม ซึ่งสังเกตเห็นว่าเขาไม่มีความสุขและไม่ฟิตพอที่จะลงเล่นได้จริง อันเชล็อตติจึงตัดสินใจแสดงความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยกล่าวกับโรดรีโกว่า “ตอนนี้คุณยังไม่พร้อมลงเล่น… เขาต้องพักฟื้นคน ๆ นั้นก่อนผู้เล่น” ซึ่งเป็นการให้เวลาเขาในการจัดการกับปัญหาชีวิตที่ซับซ้อน แม้ว่าตัวโรดรีโกเองจะพยายามขอลงสนามก็ตาม
ในปัจจุบัน โรดรีโกยืนยันว่าเขาได้ก้าวผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตมาได้แล้ว และรู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่ที่มีความเป็นผู้ใหญ่ มุมมองต่อโลกที่เปลี่ยนไป และมีความกระตือรือร้นในการเล่นฟุตบอลอย่างเต็มเปี่ยม เขาเน้นย้ำว่าการมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ด้วยความรู้สึกที่มีความสุขและแรงบันดาลใจอย่างสูง โรดรีโกกล่าวขอบคุณโค้ชอันเชล็อตติ ทีมงาน และครอบครัวที่คอยช่วยเหลือ และประกาศว่าเขามั่นใจว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้งตัวเขาเองและทีม โดยพร้อมที่จะลงเล่นในตำแหน่งใดก็ตามที่สตาฟฟ์โค้ชเห็นว่าเหมาะสมเพื่อช่วยให้ “ราชันชุดขาว” ประสบความสำเร็จ
แฮร์รี เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษและดาวยิงของ บาเยิร์น มิวนิก แสดงท่าทีที่เปิดกว้างอย่างชัดเจนในการต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสร โดยระบุว่าเขามีความสุขมากในการใช้ชีวิตที่เยอรมนี ร่วมกับภรรยาและลูก ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีความคิดที่จะกลับไปอังกฤษเพื่อทำลายสถิติประตูในพรีเมียร์ลีก แต่ตอนนี้ความตั้งใจนั้นลดลงไปแล้วเล็กน้อย และแม้ว่าสัญญาปัจจุบันที่เซ็นไว้ในปี 2023 จะเหลืออีกหนึ่งฤดูกาล แต่ก็ไม่มีความตื่นตระหนกใด ๆ และเขายินดีที่จะเจรจาขยายสัญญา หากสโมสรมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนร่วมกัน
เคนวัย 32 ปี ซึ่งเพิ่งแต่งชุดหนังร่วมงาน Oktoberfest กับเพื่อนร่วมทีม เน้นย้ำว่า “ตอนนี้ผมทุ่มสุดตัวกับบาเยิร์น” และมองเห็นโอกาสในการอยู่กับสโมสรไปอีกนาน โดยเขายังยกย่องผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง แว็งซ็องต์ กอมปานี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การเปลี่ยนแปลงทัศนคติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เคนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการยิงไปแล้ว 18 ประตูในฤดูกาลนี้ และยังระบุว่าเขาเชื่อว่าตัวเองเป็นนักเตะที่ดีขึ้นกว่าเดิมนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมบาเยิร์น และชื่นชมความแข็งแกร่งของทีมในฤดูกาลนี้
ท้ายที่สุด เคนยังคงมีความทะเยอทะยานที่จะคว้าถ้วยรางวัลใหญ่ โดยเฉพาะ บัลลงดอร์ ซึ่งเขาทราบดีว่าต้องมาจากการคว้าแชมป์สำคัญอย่างแชมเปียนส์ลีก และบาเยิร์นก็อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเขาในการบรรลุเป้าหมายส่วนตัวนี้ ทำให้เขามีเหตุผลเพิ่มเติมที่จะยังคงอยู่ในบาวาเรียต่อไป
อังเก้ ปอสเตโคกลู ผู้จัดการทีมน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในอาชีพ หลังมีโอกาสสูงที่จะทำลายสถิติที่ไม่น่าปรารถนาในการเป็นกุนซือพรีเมียร์ลีกที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ หากเขาถูกปลดในช่วงพักเบรกทีมชาติที่จะมาถึงนี้ เนื่องจากการคุมทีมเพียง 26 วัน ปอสเตโคกลูยังไม่สามารถพาทีมชนะใครได้เลยตลอด 7 นัดที่คุมทีม โดยแพ้ไปถึง 5 นัด ทำให้เขาขึ้นเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง โดยฟอร์มอันย่ำแย่นี้ทำให้แฟนบอลฟอเรสต์เองถึงกับตะโกนขับไล่ในเกมที่แพ้มิดทิลแลนด์และนิวคาสเซิล
ปัจจุบันสถิติกุนซือที่คุมทีมสั้นที่สุดในพรีเมียร์ลีกคือ เลส รีด ซึ่งคุมชาร์ลตันเพียง 41 วันในปี 2006 โดยสื่ออย่าง เดลี่เมล์ รายงานว่า การตัดสินใจเรื่องอนาคตของปอสเตโคกลูจะมีการหารือกันอย่างจริงจังในช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของทีม
แม้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากภายนอก แต่ปอสเตโคกลูกลับแสดงทัศนคติที่ ท้าทายและไม่ยอมแพ้ โดยเขายืนยันว่าเขาเป็นคนชอบต่อสู้และชอบความยากลำบาก ซึ่งชีวิตการทำงานของเขาตั้งแต่ในออสเตรเลียจนถึงพรีเมียร์ลีกไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย
อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นที่ยากลำบากและการขาดชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ทำให้เก้าอี้ของอดีตผู้จัดการทีมท็อตแนมรายนี้สั่นคลอนอย่างรุนแรง และหากเขาถูกปลดในเร็ววันนี้จริง เขาจะกลายเป็นเจ้าของสถิติใหม่ที่ไม่มีใครต้องการอย่างแน่นอน.
ปัญหาความไม่สมดุลในแดนกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงตลอดฤดูกาลนี้ ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม เนื่องจากมักจะใช้ บรูโน่ แฟร์นันเดส จับคู่กับ กาเซมิโร่ ซึ่งทำให้กัปตันทีมอย่างแฟร์นันเดสถูกบีบให้เล่นในตำแหน่งที่ลึกเกินไป จนจำกัดศักยภาพในการสร้างสรรค์เกมรุก ขณะเดียวกัน การที่โค้ชยังเมินที่จะใช้งานดาวรุ่งอย่าง ค็อบบี้ ไมนู ก็สร้างความกังวลจนมีข่าวว่านักเตะอังกฤษรายนี้อาจพิจารณาย้ายทีมในเดือนมกราคม หากยังได้รับโอกาสลงสนามน้อย
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการล่าตัวกองกลางใหม่เข้ามาเสริมทีม ทั้ง คาร์ลอส บาเลบา และ อดัม วอร์ตัน แต่ชื่อที่น่าสนใจที่ถูกเปิดเผยโดย SportsBoom คือ มาร์ลอน โกเมส มิดฟิลด์ชาวบราซิลวัย 21 ปี ของ ชัคตาร์ โดเนตสค์ ซึ่งมีความสามารถในการเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางตัวรับและหมายเลข 8 โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำไปแล้ว 3 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้
ที่สำคัญคือ ชัคตาร์ โดเนตสค์ ยินดีที่จะปล่อยตัว มาร์ลอน โกเมส ออกจากทีมด้วยค่าตัวที่ไม่แพงมากนัก เพียงประมาณ 30 ล้านยูโร เท่านั้น ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายที่น่าดึงดูดสำหรับหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก เช่น เวสต์แฮม, เอฟเวอร์ตัน และลีดส์ ยูไนเต็ด เนื่องจากเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าผู้เล่นเป้าหมายคนอื่น ๆ ที่มีราคาสูง
ด้วยความสามารถรอบด้านและค่าตัวที่สมเหตุสมผลของ มาร์ลอน โกเมส ทำให้เขานับเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับรูเบน อโมริม ในการเข้ามาแก้ปัญหาความไม่สมดุลในแดนกลางของทีม โดยขณะนี้ทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสโมสรอื่น ๆ กำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และต้องรอดูว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะเกิดขึ้นในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ หรือจะถูกเลื่อนออกไปจนถึงช่วงฤดูร้อนปีหน้า.
ยูเวนตุส และ เอซี มิลาน ต้องแบ่งแต้มกันไปอย่างน่าผิดหวังด้วยผลเสมอ 0-0 ในศึกเซเรีย อา อิตาลี ที่สนามอัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นเกมที่เริ่มต้นและดำเนินไปอย่างระมัดระวัง โดยทั้งสองทีมเน้นการตั้งรับที่เหนียวแน่นและพยายามโจมตีจากริมเส้นเป็นหลัก แต่ขาดคุณภาพในการจบสกอร์ในพื้นที่สุดท้ายตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะฝั่งมิลานที่ควรเป็นฝ่ายคว้าชัยไปได้ แต่กลับต้องเสียดายเมื่อ คริสเตียน พูลิซิช กองหน้าฟอร์มดีของ “รอสโซเนรี” พลาดโอกาสทองจากการยิงจุดโทษข้ามคานไปอย่างน่าเสียดายในช่วงต้นครึ่งหลัง ทำให้โอกาสที่จะทำลายความตึงเครียดของเกมและเก็บสามแต้มสำคัญหลุดลอยไป
เกมนี้ทั้งสองทีมเล่นด้วยความระมัดระวังอย่างสูงในช่วง 45 นาทีแรก โดยเน้นการต่อสู้กันอย่างดุเดือดบริเวณกลางสนาม และมีโอกาสเข้าทำจากจังหวะริมเส้น แต่การสื่อสารที่ผิดพลาดของแนวรุกยูเวนตุสอย่าง โจนาธาน เดวิด และ เวสตัน แม็คเคนนี่ ทำให้โอกาสทำประตูหลายครั้งต้องยุติลง ขณะที่มิลานมีโอกาสที่ดีที่สุดของครึ่งแรกเมื่อ ซานติอาโก คิเมเนซ โหม่งบอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดายจากระยะใกล้
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 52 เมื่อมิลานได้ ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ ลอยด์ เคลลี่ ทำฟาวล์ กิเมเนซ อย่างไม่ระมัดระวังในกรอบเขตโทษ แต่ทว่า คริสเตียน พูลิซิช กลับรับหน้าที่ยิงข้ามคานออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้มิลานพลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย แม้หลังจากนั้นมิลานจะคุมเกมได้และส่ง ราฟาเอล เลเอา ลงมาสร้างความปั่นป่วน แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้สำเร็จ
สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนตัวผู้เล่นในช่วงท้ายเกมจากทั้งสองกุนซือก็ไม่สามารถนำโชคมาให้ได้ ทำให้เกมจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ยูเวนตุสสามารถเก็บคลีนชีตและแบ่งแต้มในบ้านได้สำเร็จ แต่เป็นทาง มิลาน ที่ต้องรู้สึกผิดหวังมากที่สุดกับการที่ พูลิซิช พลาดจุดโทษ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาพลาดโอกาสสำคัญในการเอาชนะคู่แข่งที่ดุเดือดทีมหนึ่งของพวกเขา
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เพิ่มความพยายามในการค้นหาผู้รักษาประตูคนใหม่อย่างจริงจัง ภายหลังจากฟอร์มที่ย่ำแย่ของ อังเดร โอนานา จนถูกปล่อยยืมตัวไปแทร็บซอนสปอร์ในช่วงต้นฤดูกาล โดยสถานการณ์ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม ยังคงไม่แน่นอน เนื่องจากเขายังไม่สามารถเลือกผู้รักษาประตูมือหนึ่งได้อย่างชัดเจน ทำให้มีการเปิดโอกาสให้ทั้ง อัลไต บายินดีร์ และ เซนน์ แลมเมนส์ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโรในช่วงท้ายตลาดได้ลงสนาม สื่อสเปนอย่าง SPORT ได้รายงานว่า ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกรายนี้ได้ติดต่อสอบถามไปยังบาร์เซโลน่า เพื่อขอซื้อตัว มาร์ก-อันเดร แทร์ สเตเก้น ผู้รักษาประตูระดับโลกชาวเยอรมัน ที่ปัจจุบันกำลังพักรักษาอาการบาดเจ็บ และอนาคตเริ่มไม่แน่นอน หลัง โจน การ์เซีย ยึดตำแหน่งมือหนึ่งของ ฮันซี่ ฟลิค ได้อย่างแข็งแกร่ง
อนาคตของ แทร์ สเตเก้น ในถิ่นคัมป์ นู เริ่มมีความไม่แน่นอน เนื่องจากเขาอาจพิจารณาย้ายออกจากสโมสร แม้ว่าเดิมทีจะต้องการอยู่จนครบสัญญา 2 ปีครึ่งก็ตาม ท่ามกลางความสนใจจากสโมสรอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีกอย่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยส่วนใหญ่แสดงความสนใจในรูปแบบ สัญญายืมตัวพ่วงออปชั่นซื้อขาด และมีรายงานว่า บาร์เซโลน่าพร้อมที่จะอนุมัติการย้ายทีม หากผู้เล่นเป็นฝ่ายร้องขอในเดือนมกราคมนี้
อย่างไรก็ตาม แม้แทร์ สเตเก้น จะเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจด้วยประสบการณ์และความสำเร็จ แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังมีตัวเลือกที่น่าพึงพอใจอยู่แล้ว เมื่อ เซนน์ แลมเมนส์ ผู้รักษาประตูชาวเบลเยียมวัย 23 ปี ได้ประเดิมสนามอย่างเป็นทางการในเกมชนะซันเดอร์แลนด์ 2-0 และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยความมั่นใจและการเซฟที่ยอดเยี่ยมหลายครั้ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ “ปีศาจแดง” เก็บคลีนชีตแรกของฤดูกาลและคว้าชัยชนะที่จำเป็นมาได้
ดังนั้น แม้การเจรจาดึงตัว แทร์ สเตเก้น จะเป็นความพยายามครั้งสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการแก้ปัญหามือหนึ่ง แต่การแจ้งเกิดของ แลมเมนส์ อย่างรวดเร็วก็อาจทำให้ทีมต้องพิจารณาทบทวนกลยุทธ์ในตลาดซื้อขายอีกครั้ง เพราะการเซ็นสัญญาผู้รักษาประตูระดับสูงเข้ามา อาจส่งผลต่อความก้าวหน้าและความมั่นใจของผู้รักษาประตูหนุ่มชาวเบลเยียมคนนี้ได้.
ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่ กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตฟอร์มอย่างหนัก หลังจากที่การเล่นที่ขาดความสมดุลถูกเปิดโปงอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมร่วงจากตำแหน่งหัวตารางอย่างน่าตกใจ โดยก่อนหน้านี้ “หงส์แดง” อาศัยประตูในช่วงท้ายเกมอย่างต่อเนื่องเพื่อเก็บชัยชนะเหนือคู่แข่งหลายทีม เช่น บอร์นมัธ, นิวคาสเซิล, อาร์เซนอล และแอตเลติโก มาดริด กลบเกลื่อนฟอร์มการเล่นที่เฉยเมยมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่กลยุทธ์เสี่ยงสูงนี้ได้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง เมื่อลิเวอร์พูลต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บถึง 2 นัดในพรีเมียร์ลีก ภายในเวลา 7 วัน
สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว โดยความพ่ายแพ้เริ่มต้นจากการบุกไปแพ้ เชลซี 2-1 จากประตูของเอสเตวา วิลเลียนในนาทีที่ 95 ต่อด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ คริสตัล พาเลซ 2-1 จากประตูของเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ในนาทีที่ 97 และตอกย้ำด้วยการแพ้ กาลาตาซาราย 1-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ อาร์เน่ ประสบกับความพ่ายแพ้ 3 เกมติดต่อกันเป็นครั้งแรกในอาชีพโค้ชของเขา แม้สล็อตจะพยายามเน้นย้ำว่าทีมสร้างโอกาสได้มากกว่าคู่แข่ง แต่เขาก็ยอมรับว่า “ช่องว่างเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เป็นใจกับเราเลย”
ปัญหาหลักของลิเวอร์พูลมาจากการขาดสมดุลของทีม หลังจากที่มีการเสริมทัพด้วยผู้เล่นมูลค่าเกือบ 450 ล้านปอนด์ โดยเฉพาะการใช้งาน ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก และฟูลแบ็กที่มีแนวโน้มบุกสูงอย่าง เฌเรมี ฟริมปง และ มีโลส เคอร์เกซ ซึ่งทำให้แดนกลางและแนวรับเปิดช่องว่างให้คู่แข่งสามารถโต้กลับได้อย่างอันตราย นอกจากนี้ ฟอร์มส่วนตัวของนักเตะคนสำคัญอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ดูเหมือนจะกำลังเผชิญกับวิกฤตความมั่นใจ โดยมีจังหวะการยิงที่ดุดันและผิดพลาดไปจากเดิม
สรุปแล้ว นี่คือ สัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุด นับตั้งแต่ อาร์เน่ เข้ารับตำแหน่งต่อจากเจอร์เก้น คล็อปป์ และเป็นเครื่อ
งพิสูจน์ว่าลิเวอร์พูลในปัจจุบันเป็นเพียงเงาของทีมชุดคว้าแชมป์ในฤดูกาลที่แล้ว การพลิกผันจากทีมที่เคยใช้ประตูช่วงท้ายเกมเพื่อชัยชนะ กลายมาเป็นทีมที่พ่ายแพ้ในช่วงนาทีวิกฤตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงปัญหาเชิงลึกที่โค้ชต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วนในช่วงพักเบรกทีมชาติที่กำลังจะมาถึงนี้
โอลิมปิก ลียง สามารถเก็บชัยชนะสำคัญเหนือ ตูลูส ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ในการแข่งขัน ลีกเอิง ฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ สนามกรูปาม่า สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นไปตามสถิติที่ “ราชันชุดขาว” มักทำผลงานได้ดีเมื่อพบกับทีมเยือน โดยฟอร์มอันแข็งแกร่งของลียงทำให้พวกเขารักษาตำแหน่งในกลุ่มหัวตารางไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และมีลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ เกมนี้เป็นไปอย่างสูสีในครึ่งแรก โดยลียงครองบอลและพยายามสร้างโอกาส แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของตูลูสได้ ขณะที่ทีมเยือนเน้นการตั้งรับและรอจังหวะโต้กลับเร็ว ซึ่งสร้างปัญหาให้เจ้าบ้านได้เป็นระยะ แต่ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายของลียง โดยเฉพาะการประสานงานของ วินิซิอุส จูเนียร์ และการทำประตูของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทำให้ลียงคว้าสามแต้มไปได้สำเร็จ
ชัยชนะครั้งนี้เกิดจากความได้เปรียบในการเล่นในบ้านและการคุมจังหวะเกมที่เหนือกว่าของลียง สอดคล้องกับสถิติการพบกันก่อนหน้า ที่ลียงไม่เคยแพ้ตูลูสมาเป็นเวลานาน แสดงให้เห็นถึงปัญหาทางยุทธวิธีของตูลูสในการรับมือกับแนวรุกที่รวดเร็วและเทคนิคสูงของลียง
โอลิมปิก ลียง ยังคงมุ่งหน้าทำคะแนนต่อไป เพื่อรักษาความได้เปรียบในการลุ้นโควตาฟุตบอลสโมสรยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นวินัยในเกมรับ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาเก็บคลีนชีตและคว้าชัยชนะมาได้ในเกมนี้ ส่วน ตูลูส ต้องเร่งปรับปรุงเกมรับให้มีความแน่นอนมากขึ้น หากหวังจะทำผลงานได้ดีกว่านี้ในเกมเยือนที่เหลือของฤดูกาล
ก่อนหน้า 1 … 84 85 86 87 88 ถัดไป »