คอนเต้เคยขู่ลาอินเตอร์หากไม่ได้ ลูกากู! เอเยนต์เผย อันเชล็อตติก็เคยต้องการดึงร่วมทัพเรอัล มาดริด

เฟเดริโก้ ปาสโตเรลโล เอเยนต์ส่วนตัวของ โรเมลู ลูกากู กองหน้าชาวเบลเยียม ได้เปิดเผยเบื้องหลังที่น่าตกใจและสำคัญยิ่งในการย้ายทีมของนักเตะ โดยเฉพาะช่วงที่ลูกากูย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาร่วมทีมอินเตอร์ มิลานในเซเรียอาครั้งแรกเมื่อปี 2019 โดยปาสโตเรลโลระบุอย่างชัดเจนว่า อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือของอินเตอร์ในขณะนั้น ถึงขั้นขู่ว่าจะอำลาตำแหน่งและออกจากสโมสร หากบอร์ดบริหารไม่ยอมดำเนินการเซ็นสัญญากับลูกากูให้สำเร็จ ซึ่งการยืนกรานของคอนเต้ในลักษณะที่คล้ายกับการผูกมัดตัวเองนี้ แสดงให้เห็นว่าความต้องการของโค้ชเป็นปัจจัยชี้ขาดอย่างยิ่งและเป็นแรงผลักดันสำคัญที่สุดที่ทำให้ดีลแรกระหว่างลูกากูกับอินเตอร์เกิดขึ้นได้ในที่สุด

เอเยนต์เผย

ลูกากู

ปาสโตเรลโลยอมรับว่าการย้ายกลับไปเชลซีในปี 2021 ด้วยค่าตัวสถิติสโมสรนั้นเป็นการตัดสินใจที่อาจผิดพลาดเมื่อมองย้อนกลับไป แม้ว่าในตอนนั้นจะถือเป็นดีลที่ถูกต้องตามมูลค่าตลาด แต่ปัญหาด้านมนุษย์โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกับโค้ช โธมัส ทูเคิล รวมถึงอาการบาดเจ็บ ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อฟอร์มการเล่นของลูกากู

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยถึงโอกาสที่ ลูกากู เกือบได้ย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน โดยในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ที่สถานการณ์การย้ายทีมยังไม่ชัดเจน คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือของเรอัล มาดริด ได้แสดงความสนใจในตัวลูกากูอย่างชัดเจน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก อย่างไรก็ตาม ดีลดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากเรอัล มาดริด มุ่งเน้นไปที่การเซ็นสัญญากับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ในปีถัดไป และไม่อยากจ่ายเงินไปกับข้อตกลงยืมตัว

ปาสโตเรลโลทิ้งท้ายว่า ลูกากูปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมและภาษาของอิตาลีได้ดีที่สุด ทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะกลับมาเล่นในเซเรียอาอีกครั้ง ทั้งกับอินเตอร์ในการยืมตัวครั้งที่สอง (2022) และล่าสุดกับนาโปลี (2023) ซึ่งการตัดสินใจย้ายทีมแต่ละครั้งมักได้รับแรงผลักดันอย่างมากจากความเชื่อมั่นในตัวโค้ชเป็นสำคัญ โดยเฉพาะกับคอนเต้ที่เขามีความผูกพันดุจพ่อลูก

เอเยนต์เผย

ลูกากู

ยูเวนตุสไม่ควรปล่อยให้ ยิลดิซ กลายเป็นปัญหา! เร่งปิดดีลสัญญาใหม่ แม้มีช่องว่างค่าเหนื่อยหลักล้านยูโร

สถานการณ์การต่อสัญญาฉบับใหม่ของ เคนัน ยิลดิซ ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของยูเวนตุส ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในตูริน ราวกับว่าข้อตกลงที่ควรจะเป็นเรื่องง่ายนั้นได้กลายเป็นปัญหาที่ซับซ้อนไปเสียแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เนื่องจากยูเวนตุสได้แสดงความเชื่อมั่นในตัวนักเตะด้วยการมอบเสื้อหมายเลข 10 อันทรงเกียรติให้กับผู้เล่นที่เพิ่งมีอายุ 19 ปีสวมใส่ ทำให้เป็นเรื่องที่คาดหวังได้ว่าสโมสรจะต้องนำเสนอสัญญาขยายที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อรั้งตัวผู้เล่นที่มีอนาคตสดใสรายนี้ไว้อย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้น การเจรจาในปัจจุบันยังคงมีความแตกต่างระหว่างคำขอของยิลดิซกับจำนวนเงินที่ยูเวนตุสเสนอสำหรับข้อตกลงใหม่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา

กลายเป็นปัญหา!

ยิลดิซ

รายงานระบุว่าประเด็นสำคัญที่ทำให้การเจรจายังไม่ลงตัว คือช่องว่างระหว่างข้อเสนอค่าเหนื่อยของยูเวนตุสกับความต้องการของยิลดิซ ซึ่งมีความแตกต่างอยู่ที่ประมาณ 700,000 ยูโร ถึง 1 ล้านยูโรต่อปี แม้ว่าตัวนักเตะชาวตุรกีรายนี้จะยืนยันอย่างชัดเจนว่าต้องการอยู่กับสโมสรที่ตูรินต่อไปก็ตาม

ผู้สันทัดกรณีมองว่าความแตกต่างของจำนวนเงินดังกล่าวไม่ควรเป็นอุปสรรคสำหรับสโมสรระดับยูเวนตุส เนื่องจากยิลดิซได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพรสวรรค์ ความมุ่งมั่น และความสำคัญต่อทีมแล้ว และยังเคยมีข่าวลือถึงข้อเสนอระดับ “เก้าหลัก” จากสโมสรอื่น ๆ เช่น เชลซี ในช่วงตลาดซื้อขายที่ผ่านมา

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การต่อสัญญาฉบับใหม่ให้ยิลดิซอย่างน้อยอีกห้าปีจึงถือเป็นเรื่องที่ยูเวนตุสควรเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อรับประกันอนาคตของนักเตะพรสวรรค์รายนี้และหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนนำไปสู่คำถามถึงความมุ่งมั่นของสโมสรต่อดาวรุ่งของตัวเอง

กลายเป็นปัญหา!

ยิลดิซ

เคลียร์ชัด! บรูโน่ แฟร์นันเดส พลาดซ้อมแมนยูฯ เพราะ “ได้พักพิเศษ” หลังกรำศึกทีมชาติหนัก

บรูโน่ แฟร์นันเดส กัปตันทีมคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในนักเตะระดับแถวหน้าหลายคนที่ไม่ได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมของทีมชุดใหญ่ที่แคร์ริงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่สโมสรกำลังเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับศึกฟุตบอลคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการอย่าง “แดงเดือด” ที่มีกำหนดจะบุกไปเยือนถิ่นแอนฟิลด์ของลิเวอร์พูลในวันอาทิตย์นี้ โดยการขาดซ้อมของเขาไม่ได้เกิดจากปัญหาอาการบาดเจ็บใด ๆ แต่มีรายงานยืนยันว่าสโมสรได้ให้เขาได้รับ “วันหยุดพิเศษ” เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ หลังเจ้าตัวเพิ่งกลับจากการรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสอย่างหนักหน่วงในช่วงพักเบรกที่ผ่านมา

เคลียร์ชัด!

บรูโน่ แฟร์นันเดส

การให้วันหยุดพักเพิ่มเติมนี้มีจุดประสงค์เพื่อบริหารจัดการความฟิตของนักเตะที่ต้องเดินทางและลงเล่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรูโน่ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับโปรตุเกสในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกทั้งสองนัดล่าสุดอย่างเต็มที่ จึงเป็นการให้เวลาพักฟื้นสภาพร่างกายอย่างเต็มที่ ก่อนเข้าสู่ช่วงโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่นในระดับสโมสร

นอกจากกัปตันทีมแล้ว ยังมีการปฏิบัติแบบเดียวกันกับนักเตะทีมชาติรายอื่น ๆ ที่ต้องเดินทางกลับมา เช่น คาเซมิโร่ และ มาเธอุส คูนญา ที่ลงเล่นให้บราซิล รวมถึง อาหมัด ดิยัลโล่ ที่ทำผลงานให้กับทีมชาติไอวอรี่โคสต์ โดยทั้งหมดได้รับอนุญาตให้พักผ่อนเป็นพิเศษก่อนเกมสำคัญนี้

ถึงแม้จะพลาดการฝึกซ้อมในช่วงกลางสัปดาห์ แต่คาดการณ์ว่า บรูโน่ แฟร์นันเดส จะพร้อมกลับมานำทีมลงสนามเป็นตัวจริงเพื่อทำศึกใหญ่ที่แอนฟิลด์ในสุดสัปดาห์นี้ โดยมีเป้าหมายคือการเก็บชัยชนะนอกบ้านนัดแรกของฤดูกาลให้กับปีศาจแดงและสร้างโมเมนตัมที่ดีให้กับทีมภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อมอริม

เคลียร์ชัด!

บรูโน่ แฟร์นันเดส

สถานการณ์ กองหน้าและการเสริมทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปัญหาในตำแหน่งกองหน้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยสโมสรให้ความสำคัญกับการเซ็นสัญญากองหน้าใหม่ พวกเขาคว้าตัว เบนจามิน เซสโก จากแอร์เบ ไลป์ซิก เข้ามาเสริมทัพ แต่ก็เลือกที่จะปล่อยตัว ราสมุส ฮอยลุนด์ ออกไปให้นาโปลียืมตัวในเวลาเดียวกัน ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า โจชัว เซิร์กซี ที่ไม่สามารถทำผลงานได้ตามความคาดหวังของ รูเบน อโมริม ก็กำลังจะย้ายออกจากโอลด์แทรฟฟอร์ดไปสู่สโมสรในเซเรียอา การโยกย้ายออกของเซิร์กซีนี้เองที่เชื่อกันว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ “ปีศาจแดง” ดึงกองหน้าตัวเป้าคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายที่กำลังจะมาถึง.

สถานการณ์

มาเตโอ เรเตกี

ตามรายงานของ Fichajes สื่อจากสเปนระบุว่า มาเตโอ เรเตกี กองหน้าทีมชาติอิตาลีที่เกิดในอาร์เจนตินา ได้กลายเป็นเป้าหมายหลักในการเสริมทัพของแมนฯ ยูไนเต็ด โดย เรเตกี ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ อัล-คาดเซียะห์ ในซาอุดีอาระเบีย และย้ายมาด้วยค่าตัวที่สูงกว่า 56 ล้านปอนด์ มีประวัติการทำประตูที่โดดเด่น โดยเคยเป็นดาวซัลโวสูงสุดในเซเรีย อา ฤดูกาลที่แล้ว และเริ่มต้นฤดูกาลในซาอุดิ โปร ลีก ได้อย่างน่าพอใจ.

แมนฯ ยูไนเต็ดมองว่าแม้ว่า เซสโก ที่เพิ่งย้ายเข้ามาจะเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เขายังถือว่าขาดประสบการณ์ และการฝากความรับผิดชอบในการนำแนวรุกทั้งหมดไว้ที่เขาเพียงคนเดียวอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการของนักเตะ สโมสรจึงกำลังมองหาผู้ทำประตูที่มีประสบการณ์มาเป็นผู้นำ และได้เพิ่มชื่อ เรเตกี เข้าไปในลิสต์เป้าหมาย โดยคาดว่าอาจจะต้องใช้เงินทุนสูงถึง 50-60 ล้านยูโร เพื่อโน้มน้าวให้สโมสรจากซาอุดีอาระเบียปล่อยตัวกองหน้ารายนี้กลับสู่ยุโรป.

สถานการณ์

มาเตโอ เรเตกี

ยุติทุกข่าวลือ! เดอ ยอง ฝากอนาคตไว้กับบาร์ซ่า เซ็นยาวถึงปี 2029

สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาได้จัดการเรื่องอนาคตของผู้เล่นคนสำคัญได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีการประกาศการเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ เฟรงกี้ เดอ ยอง กองกลางมากพรสวรรค์ชาวดัตช์ ซึ่งข้อตกลงใหม่นี้จะทำให้เขาผูกมัดตัวเองอยู่กับทีม “เจ้าบุญทุ่ม” ในถิ่นคัมป์นูไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2029 การต่อสัญญายาวครั้งนี้ถือเป็นการยุติการเจรจาและการคาดการณ์เกี่ยวกับสถานะของเขาในทีมที่ดำเนินมาอย่างยาวนานหลายเดือน และแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นร่วมกันอย่างชัดเจนระหว่างนักเตะที่ย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่ปี 2019 กับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นคาตาลัน.

ยุติทุกข่าวลือ!

เฟรงกี้ เดอ ยอง

การต่อสัญญาครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอลและเป็นความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ของโครงการกีฬาของสโมสร เนื่องจาก เดอ ยอง ได้สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะเสาหลักสำคัญในแดนกลางของบาร์ซ่า โดยเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้ทั้งในด้านการสร้างสรรค์เกมรุกและการสร้างสมดุลในแนวรับ.

บอร์ดบริหารและทีมโค้ชมองว่าการรั้งตัวนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์รายนี้ไว้ได้นั้น เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมั่นคงและความทะเยอทะยานของสโมสรในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่รออยู่ข้างหน้า โดย เดอ ยอง จะยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมต่อไป เพื่อเป้าหมายในการประสบความสำเร็จทั้งในระดับชาติและระดับยุโรป.

ยุติทุกข่าวลือ!

เฟรงกี้ เดอ ยอง

การลงโทษ เอ็นโซ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี

เอ็นโซ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี ได้รับการยืนยันจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ว่าถูกสั่งลงโทษแบนห้ามคุมทีมข้างสนามเป็นจำนวน 1 นัด และถูกปรับเงินเป็นจำนวน 8,000 ปอนด์ โทษฐาน “ประพฤติตัวไม่เหมาะสม” ในเกมที่ทีมเอาชนะลิเวอร์พูลไปอย่างตื่นเต้น 2-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยความวุ่นวายเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อ เอสเตวา วิลเลียน ยิงประตูชัย ทำให้มาเรสก้าววิ่งไปตามเส้นข้างสนามเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับนักเตะ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้ตัดสิน Anthony Taylor มอบใบเหลืองใบที่สอง (เป็นใบแดงไล่ออก) ให้แก่เขาในนาทีที่ 96 หลังจากที่เขาเคยได้รับการตักเตือนไปแล้วก่อนหน้านี้ในเกมเดียวกัน

การลงโทษ

เอ็นโซ มาเรสก้า

บทลงโทษดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้จัดการทีมชาวอิตาลีรายนี้ไม่สามารถลงคุมทีมข้างสนามได้ในเกมพรีเมียร์ลีกที่เชลซีมีคิวออกไปเยือนน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในสุดสัปดาห์นี้ โดยผู้ช่วยผู้จัดการทีม วิลลี่ กาบาเยโร่ จะเข้ามารับหน้าที่ดูแลทีมแทนในช่วงที่มาเรสก้าถูกแบน

ปัจจุบัน “สิงห์บลูส์” เชลซี รั้งอันดับ 7 ในตารางพรีเมียร์ลีก และหลังจากการเยือนซิตี้ กราวนด์ พวกเขายังมีโปรแกรมสำคัญรออยู่ทั้งการเปิดบ้านรับซันเดอร์แลนด์และการไปเยือนท็อตแนม รวมถึงการแข่งขันในรายการอื่น ๆ ทั้งแชมเปี้ยนส์ลีกและอีเอฟแอลคัพ.

การลงโทษ

เอ็นโซ มาเรสก้า

เวสต์แฮม เล็งคว้า โจชัว เซิร์กซี เสริมแนวรุกหนีตายในเดือนมกราคม หลังเจ้าตัวไม่พอใจบทบาทใน แมนฯ ยูไนเต็ด

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการเสริมทัพกองหน้าตัวเป้าที่ไว้ใจได้ เนื่องจากทีมยังคงอยู่ในอันดับท้าย ๆ ของตาราง และประสบปัญหาความไม่คงเส้นคงวาของกองหน้าที่มีอยู่ เช่น นิคลาส ฟุลล์ครุก และ คัลลัม วิลสัน ทำให้ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต จำเป็นต้องมองหาทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในแนวรุกให้ทันตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ความล้มเหลวในการหากองหน้าตัวหลักที่เชื่อถือได้มานานหลายปี ทำให้เวสต์แฮมต้องหันมาจับตามองสถานการณ์ของ โจชัว เซิร์กซี กองหน้าชาวดัตช์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างใกล้ชิด

เล็งคว้า

โจชัว เซิร์กซี

ท่ามกลางความต้องการนี้ ชื่อของ โจชัว เซิร์กซี กองหน้าชาวดัตช์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยนักข่าว พีท โอ’รูร์ก เชื่อว่า เซิร์กซี อาจจะย้ายทีมในเดือนมกราคม เนื่องจากเจ้าตัวรู้สึกผิดหวังกับการได้รับโอกาสลงสนามที่จำกัดมากในฤดูกาลนี้ (ลงเล่นเพียง 3 นัด) ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม ซึ่งทำให้เขามีแนวโน้มที่จะเรียกร้องให้สโมสรปล่อยตัวเพื่อโอกาสในการลงเล่นที่สม่ำเสมอมากขึ้น

โอ’รูร์กเสริมว่า แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะไม่เต็มใจปล่อยตัว แต่ก็อาจพิจารณาหากมีข้อเสนอที่ดีเข้ามา ซึ่งเวสต์แฮมถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากระบบการเล่นของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต เน้นกองหน้าที่สามารถเก็บบอลและเชื่อมเกมกับปีกที่มีความเร็วสูง ซึ่งเป็นจุดแข็งของ เซิร์กซี ในการถอยลงมาต่ำและสร้างพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม

การดึงตัว เซิร์กซี มาร่วมทีมในเดือนมกราคมจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อความหวังในการอยู่รอดของเวสต์แฮม โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่าหากเขาสามารถฟื้นความมั่นใจและความเฉียบคมในการทำประตูที่ขาดหายไปในโอลด์แทรฟฟอร์ดได้ การย้ายทีมครั้งนี้อาจเป็นการฟื้นฟูเส้นทางอาชีพของเขา และมอบจุดศูนย์ถ่วงในแนวรุกที่ “ขุนค้อน” ต้องการอย่างยิ่งยวด.

เล็งคว้า

โจชัว เซิร์กซี

บาร์เซโลน่า ตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวร “มาร์คัส แรชฟอร์ด” ด้วยค่าตัวถูกกว่าที่คาด หลังโชว์ฟอร์มร้อนแรง

มีรายงานว่า บาร์เซโลน่า ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะเซ็นสัญญาถาวรกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ หลังจากที่นักเตะย้ายมาด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลในช่วงซัมเมอร์ การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เป็นผลมาจากความขัดแย้งกับผู้จัดการทีม รูเบน อโมริม เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้แรชฟอร์ดถูกตัดออกจากทีมในที่สุด แรชฟอร์ดในวัย 27 ปี ได้ค้นพบจังหวะการเล่นที่ยอดเยี่ยมกับทีม “ต่างดาว” โดยมีส่วนร่วมกับประตูถึง 8 ประตูจาก 10 เกม (ยิง 3 ประตู 5 แอสซิสต์) ซึ่งผลงานที่โดดเด่นนี้ทำให้คณะกรรมการบริหารของบาร์เซโลน่าตัดสินใจที่จะใช้สิทธิ์เซ็นสัญญาถาวรกับเขาในช่วงซัมเมอร์ปี 2026

ตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวร

มาร์คัส แรชฟอร์ด

รายงานระบุว่า บาร์เซโลน่ารู้สึก “ตกตะลึง” กับเงื่อนไขในสัญญาถาวรของแรชฟอร์ด ซึ่งระบุค่าตัวไว้เพียง 25 ล้านปอนด์ บวกกับส่วนเสริมอีก 5 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งบาร์เซโลน่ามองว่าเป็นค่าธรรมเนียมที่คุ้มค่ามากสำหรับนักเตะระดับนี้ ด้วยเหตุนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงที่แรชฟอร์ดจะได้ลงเล่นเกมสุดท้ายให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปแล้ว

แรชฟอร์ด ซึ่งเป็นผลผลิตจากอะคาเดมีของแมนฯ ยูไนเต็ด และเคยมีฤดูกาลที่ดีที่สุดในปี 2022/23 ที่ทำได้ 30 ประตู 12 แอสซิสต์ กำลังมีอนาคตที่ไม่แน่นอนในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด โดยโอกาสในการกลับคืนทีมเหลือเพียงริบหรี่ เนื่องจาก เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ให้การสนับสนุนกุนซือ อโมริม อย่างเต็มที่ ทำให้การที่ผู้จัดการทีมจะถูกไล่ออกและมีการเปลี่ยนแปลงในแผนการของทีมจึงดูไม่น่าจะเกิดขึ้น.

ตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวร

มาร์คัส แรชฟอร์ด

บรูโน่ แฟร์นันเดส ไม่พอใจบทบาทใหม่ ในแมนฯ ยูไนเต็ด หลังถูกถอยไปยืนกองกลางตัวรับ ท่ามกลางข่าวลือย้ายซบซาอุฯ

บรูโน่ แฟร์นันเดส ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ แต่สถานการณ์ของเขากำลังสั่นคลอนอย่างหนักเนื่องจากมีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายออกจากทีมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลีกซาอุดีอาระเบีย ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่า กัปตันทีมรายนี้แสดงความไม่พอใจอย่างมากกับการเปลี่ยนตำแหน่งของเขา ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม ที่ได้ถอยเขาไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับคาเซมิโร่ ซึ่งแตกต่างจากบทบาทกองกลางตัวรุกที่เขาเคยทำผลงานได้อย่างโดดเด่น นอกจากนี้ บรูโน่ยังยอมรับว่าตนเองมีปัญหาเรื่องความเฉียบคม โดยเฉพาะการพลาดจุดโทษถึง 2 ครั้งจาก 3 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

ไม่พอใจบทบาทใหม่

บรูโน่ แฟร์นันเดส

แม้ว่ากองกลางวัย 31 ปีรายนี้จะต้องปรับรูปแบบการเล่นให้เข้ากับแท็กติกของ อโมริม โดยทำสถิติการผ่านบอลยาวสำเร็จไปแล้วถึง 32 ครั้ง และมี xG สูงถึง 3.7 ในลีก แต่เขาก็ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ตัดสินเกมให้ทีมได้ โดยยิงไปแล้ว 2 ประตูจาก 7 นัดในพรีเมียร์ลีกจนถึงตอนนี้

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมยังคงไม่หยุดหย่อน โดยสโมสรจากซาอุดีอาระเบียยังคงเตรียมที่จะคว้าตัวเขาไปในปี 2026 ขณะที่สัญญาของเขาจะสิ้นสุดลงในปี 2027 และเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสร ซึ่งกระแสข่าวเหล่านี้ยิ่งถูกโหมกระหน่ำขึ้นไปอีก

ล่าสุด บรูโน่ แฟร์นันเดส ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือการย้ายไปตะวันออกกลางในปี 2026 โดยยืนยันว่าเขามีความสุขกับที่ที่เขาอยู่ และไม่ได้กังวลกับเรื่องอนาคตเลย พร้อมเสริมว่าการได้เป็นตัวแทนของทีมชาติคือแหล่งที่มาของความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ ซึ่งนอกจากซาอุดีอาระเบียแล้ว บาเยิร์น มิวนิค ก็กำลังจับตาดูกองกลางชาวโปรตุเกสรายนี้อย่างใกล้ชิดและพิจารณาที่จะย้ายทีมในปี 2026 เช่นกัน.

ไม่พอใจบทบาทใหม่

บรูโน่ แฟร์นันเดส

บรูโน่ แฟร์นันเดส ไม่พอใจบทบาทใหม่ ในแมนฯ ยูไนเต็ด หลังถูกถอยไปยืนกองกลางตัวรับ ท่ามกลางข่าวลือย้ายซบซาอุฯ

บรูโน่ แฟร์นันเดส ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ แต่สถานการณ์ของเขากำลังสั่นคลอนอย่างหนักเนื่องจากมีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายออกจากทีมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลีกซาอุดีอาระเบีย ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่า กัปตันทีมรายนี้แสดงความไม่พอใจอย่างมากกับการเปลี่ยนตำแหน่งของเขา ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม ที่ได้ถอยเขาไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับคาเซมิโร่ ซึ่งต่างจากบทบาทกองกลางตัวรุกที่เขาเคยทำผลงานได้อย่างโดดเด่น

ไม่พอใจบทบาทใหม่

บรูโน่ แฟร์นันเดส

แม้ว่ากองกลางวัย 31 ปีรายนี้จะต้องปรับรูปแบบการเล่นให้เข้ากับแท็กติกของ อโมริม โดยทำสถิติการผ่านบอลยาวสำเร็จไปแล้วถึง 32 ครั้ง และมี xG สูงถึง 3.7 ในลีก แต่เขาก็ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ตัดสินเกมให้ทีมได้ โดยยิงไปแล้ว 2 ประตูจาก 7 นัดในพรีเมียร์ลีกจนถึงตอนนี้

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมยังคงไม่หยุดหย่อน โดยสโมสรจากซาอุดีอาระเบียยังคงเตรียมที่จะคว้าตัวเขาไปในปี 2026 ขณะที่สัญญาของเขาจะสิ้นสุดลงในปี 2027 และเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสร ซึ่งกระแสข่าวเหล่านี้ยิ่งถูกโหมกระหน่ำขึ้นไปอีก

ล่าสุด บรูโน่ แฟร์นันเดส ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือการย้ายไปตะวันออกกลางในปี 2026 โดยยืนยันว่าเขามีความสุขกับที่ที่เขาอยู่ และไม่ได้กังวลกับเรื่องอนาคตเลย พร้อมเสริมว่าการได้เป็นตัวแทนของทีมชาติคือแหล่งที่มาของความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ ซึ่งนอกจากซาอุดีอาระเบียแล้ว บาเยิร์น มิวนิค ก็กำลังจับตาดูกองกลางชาวโปรตุเกสรายนี้อย่างใกล้ชิดและพิจารณาที่จะย้ายทีมในปี 2026 เช่นกัน.

ไม่พอใจบทบาทใหม่

บรูโน่ แฟร์นันเดส

1 82 83 84 85 86 88