เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องประสบกับปัญหาความกังวลเรื่องความฟิตของผู้เล่นอีกครั้ง เมื่อเขาออกมายืนยันว่า เจเรมี โดกู ปีกซ้ายตัวฉกาจชาวเบลเยียม ได้รับบาดเจ็บที่ขา จนทำให้นักเตะไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองในทีมชุดที่ต้องบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งการที่ผู้เล่นคนสำคัญรายนี้ต้องหายหน้าไปจากทีมในนาทีสุดท้าย ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจและสร้างความกังวลให้กับแฟนบอลและทีมงานเป็นอย่างมาก การขาดหายไปของ โดกู สร้างผลกระทบที่น่าเป็นห่วงต่อขุมกำลังของทัพ “เรือใบสีฟ้า” ในช่วงสำคัญของฤดูกาล เนื่องจากปีกวัยหนุ่มรายนี้ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ สร้างความแตกต่าง ให้กับเกมรุกของทีมมากที่สุดในฤดูกาลนี้ ด้วยสถิติการเลี้ยงบอลที่ประสบความสำเร็จสูงและความสามารถในการเจาะแนวรับคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เขาเป็นอาวุธสำคัญที่กวาร์ดิโอลาขาดไม่ได้ในการไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก
ทั้งนี้ โดกูเพิ่งลงสนามในเกมระดับสูงมาอย่างหนัก เมื่อกลางสัปดาห์เขาลงเล่นไปถึง 87 นาทีเต็มในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่แมนฯ ซิตี้ บุกไปคว้าชัยชนะอันล้ำค่าเหนือ เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 2-1 ที่สนามซานติอาโก เบอร์นาเบว ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกม ซึ่งอาจเป็นจังหวะที่อาการบาดเจ็บเริ่มแสดงออกมา
กวาร์ดิโอลาได้ชี้แจงสาเหตุที่ โดกู ไม่มีชื่อในเกมกับพาเลซระหว่างการให้สัมภาษณ์ก่อนการแข่งขันอย่างกระชับว่า “อาการบาดเจ็บที่ขา” โดยไม่ได้ระบุความรุนแรงหรือระยะเวลาในการพักรักษาตัว ซึ่งในสถานการณ์ที่การแข่งขันทุกรายการกำลังเข้มข้น การสูญเสียผู้เล่นในแนวรุกคนสำคัญไปในช่วงนี้จึงเป็นปัญหาด้านความฟิตที่กุนซือชาวสเปนต้องเร่งจัดการโดยเร็วที่สุด
ข่าวลือที่เชื่อมโยง เจอร์เกน คล็อปป์ อดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล กับเก้าอี้ผู้จัดการทีม เรอัล มาดริด แทนที่ ชาบี อลองโซ่ ได้ถูกปิดลงอย่างเป็นทางการแล้ว โดย โอลิเวอร์ มินต์ซลาฟฟ์ ซีอีโอของกลุ่มเรดบูล ได้ออกมายืนยันด้วยตนเองว่า คล็อปป์ ไม่สนใจ ที่จะกลับมาทำงานโค้ชอีกครั้งในขณะนี้ คล็อปป์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายกีฬาของกลุ่มเรดบูล และมีความพึงพอใจในบทบาทดังกล่าว ได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีแผนที่จะหวนคืนสู่การคุมทีมข้างสนาม บทบาทของเขากับองค์กรเรดบูลกำลังขยายตัวมากขึ้น ซึ่งทำให้การกลับไปรับงานโค้ชจึงเป็นไปได้ยากมาก
สถานการณ์นี้สร้างความกดดันให้กับ เรอัล มาดริด อย่างหนักในการหาผู้มาแทนที่ ชาบี อลองโซ่ ซึ่งอนาคตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย โดยเกมกับอลาเบสจะเป็นตัวตัดสินชะตากรรมของเขา แม้จะมีทางเลือกสำรองระยะสั้น แต่สโมสรต้องการโค้ชที่มีประสบการณ์และได้รับการพิสูจน์แล้ว
เมื่อตัวเลือกประสบการณ์สูงอย่าง ซีเนดีน ซีดาน และ เจอร์เกน คล็อปป์ ไม่สามารถดึงตัวมาได้ ทำให้ภารกิจในการเฟ้นหาผู้สืบทอดที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนต่อไปของ “ราชันชุดขาว” ยิ่งมีความซับซ้อนและน่าจับตามองมากขึ้นในตลาดโค้ชระดับโลก
เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปน กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ ดิโอโก้ ดาโลต์ แบ็กขวาชาวโปรตุเกสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างใกล้ชิด โดยรายงานระบุว่าอนาคตของนักเตะรายนี้กำลังเป็นประเด็นถกเถียงภายในทีม “ปีศาจแดง” แม้ว่ามาดริดจะติดตามฟอร์มของดาโลต์มาหลายฤดูกาลแล้ว แต่พวกเขายังไม่รีบร้อนที่จะยื่นข้อเสนอใด ๆ ในขณะนี้ ทางด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอและความสามารถรอบด้านของดาโลต์ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นส่วนสำคัญของทีม อย่างไรก็ตาม สัญญาของนักเตะจะดำเนินไปจนถึงปี 2028 พร้อมออปชั่นต่อสัญญาอีกหนึ่งปี และตัวแทนของดาโลต์ได้แสดงเจตจำนงที่จะเริ่มการเจรจาใหม่ในปี 2026 เพื่อขอขึ้นค่าเหนื่อย
ในบริบทนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังพิจารณาทุกทางเลือกอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการเสนอ สัญญาฉบับใหม่เชิงกลยุทธ์ เพื่อรั้งตัวนักเตะ หรือการ พิจารณาขายผู้เล่น ออกไปในช่วงซัมเมอร์หน้า หากการเจรจาสัญญาไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
สถานการณ์ของดาโลต์ดึงดูดความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป โดยนอกจากเรอัล มาดริดแล้ว ทั้ง แอตเลติโก มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ก็กำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ทำให้แมนยูต้องชั่งน้ำหนักจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการตัดสินใจเรื่องอนาคตของแบ็กขวาคนสำคัญรายนี้
เอ็นโซ มาเรสกา ผู้จัดการทีมเชลซี เปิดเผยสถานการณ์ล่าสุดของ ดาริโอ เอสซูโก้ กองกลางดาวรุ่งที่ย้ายมาจากสปอร์ติ้งลิสบอนด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ โดยยืนยันว่าอาการบาดเจ็บล่าสุดของนักเตะ ไม่ใช่ปัญหาเดิม ที่ต้นขาซึ่งเคยทำให้เขาต้องพักไปนาน แต่เป็นอาการบาดเจ็บใหม่ที่เล็กน้อยกว่า ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนว่าเขาจะฟิตพร้อมลงสนามก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาสหรือไม่ กองกลางวัย 20 ปีรายนี้ยังไม่ได้ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกเลย หลังจากที่เข้าร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ แต่กลับได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาขณะรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสชุด U-21 เมื่อต้นเดือนกันยายน แม้เขาจะพยายามเร่งฟื้นตัวจนกลับมาซ้อมได้เร็วกว่ากำหนด แต่มาเรสก้าก็ต้องเตือนให้ชะลอการซ้อมลงเล็กน้อยหลังมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเกิดขึ้นอีกครั้ง
อาการบาดเจ็บของเอสซูโก้ถือเป็น ปัญหาซ้ำซ้อน ในแผงมิดฟิลด์ของเชลซี เนื่องจากทีมกำลังประสบปัญหาขาดแคลนผู้เล่นในแดนกลาง เพราะ โมเสส ไคเซโด ติดโทษแบน และ โรเมโอ ลาเวีย ก็ยังต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ต้นขาเช่นกัน ซึ่งทำให้มาเรสกาต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้งานผู้เล่นคนอื่น ๆ
เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่เอสซูโก้จะได้ลงเล่นก่อนคริสต์มาส มาเรสกากล่าวว่า “ผมไม่รู้… ผมรู้แค่ว่าเขาดีขึ้นแล้ว อาการบาดเจ็บครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ เป็นอาการเล็กน้อยและจะใช้เวลาไม่นาน” อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทีมได้รับข่าวดีเมื่อ โคล พาล์มเมอร์ ฟิตสมบูรณ์และพร้อมลงสนามได้แล้ว แม้ว่าอาการบาดเจ็บที่ขาหนีบเรื้อรังของเขายังต้องมีการติดตามอาการเป็นรายวันก็ตาม
มีรายงานจาก Fichajes ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ “เปิดใช้งาน” แผนการเซ็นสัญญากับ อดัม วอร์ตัน กองกลางดาวรุ่งของคริสตัล พาเลซ โดยสโมสรกำลังเตรียมยื่นข้อเสนอสูงถึง 100 ล้านยูโร (87.5 ล้านปอนด์) เพื่อคว้าตัวเขามาเสริมทัพในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งดีลนี้ถูกมองว่าเป็น “การย้ายทีมที่ทะเยอทะยานที่สุด” เนื่องจากพาเลซยืนกรานจะพิจารณาการเจรจาเมื่อได้รับข้อเสนอมหาศาลเท่านั้น การตามหามิดฟิลด์หมายเลข 6 คนใหม่ถือเป็นเป้าหมายสำคัญลำดับถัดไปของแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากพลาดคว้าตัว คาร์ลอส บาเลบา มาในช่วงซัมเมอร์ โดยนอกจากวอร์ตันแล้ว สโมสรยังให้ความสนใจในตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน จากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าสำหรับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ เนื่องจากวอร์ตันถนัดการเล่นในตำแหน่งหมายเลข 8 มากกว่า
อย่างไรก็ตาม การย้ายทีมของวอร์ตันถูกมองว่า ยากที่จะเกิดขึ้น ด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรกคือ พาเลซจะไม่มีทางยอมรับข้อเสนอที่ 87.5 ล้านปอนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสโมสรใหญ่ ๆ อย่าง แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซนอล ให้ความสนใจอยู่ด้วย ทำให้มูลค่าที่แท้จริงอาจต้องสูงกว่า 100 ล้านปอนด์
ดังนั้น รายงานข่าวเรื่องการยื่นข้อเสนอ 87.5 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัววอร์ตัน จึงถูกมองว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง ในตลาดซื้อขายรอบนี้ เนื่องจากคริสตัล พาเลซไม่ต้องการปล่อยตัวง่าย ๆ และผู้เล่นเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับที่แมนฯ ยูไนเต็ดต้องการเป็นหลัก
ไทเลอร์ อดัมส์ มิดฟิลด์ตัวเก่งและกัปตันทีมชาติสหรัฐอเมริกาของสโมสรบอร์นมัธ จัดการคว้ารางวัล ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน ของพรีเมียร์ลีกไปครองได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ซึ่งรางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและศักยภาพของนักเตะรายนี้ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่น แม้จะเพิ่งย้ายเข้ามาสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษได้ไม่นาน ประตูที่ได้รับเลือกให้เป็นประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเดือนพฤศจิกายน คือลูกยิงในเกมที่บอร์นมัธเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมใหญ่ โดยจังหวะดังกล่าว อดัมส์ ได้รับบอลจากเพื่อนร่วมทีม ก่อนที่จะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการตัดสินใจยิงไกลจากระยะนอกกรอบเขตโทษด้วยเท้าข้างถนัด ซึ่งลูกพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างเฉียบคมและทรงพลังชนิดที่ผู้รักษาประตูไม่อาจป้องกันได้ทันท่วงที
ชัยชนะในรางวัลนี้ถือเป็นเกียรติประวัติส่วนตัวครั้งสำคัญสำหรับ ไทเลอร์ อดัมส์ ซึ่งลูกยิงนั้นไม่เพียงแต่เป็นประตูที่สวยงามน่าจดจำเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทีมบอร์นมัธในการคว้าผลการแข่งขันที่ดีในเกมที่ต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ซึ่งตอกย้ำถึงความสามารถในการแบกรับความกดดันและสร้างความแตกต่างในจังหวะสำคัญของเกม
การคว้ารางวัลนี้มาได้ท่ามกลางผู้เข้าชิงที่มีชื่อเสียงหลายคน สะท้อนให้เห็นว่า ไทเลอร์ อดัมส์ ได้ปรับตัวเข้ากับจังหวะและมาตรฐานของพรีเมียร์ลีกได้อย่างรวดเร็ว และกำลังทำผลงานในแดนกลางได้อย่างโดดเด่นและเป็นกำลังสำคัญของทีมบอร์นมัธในฤดูกาลนี้อย่างแท้จริง ซึ่งแฟน ๆ ต่างคาดหวังว่าฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้จะดำเนินต่อไปในเดือนถัดไป
หลุยส์ ซาฮา อดีตกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาจุดประเด็นที่น่าประหลาดใจ โดยเขาแนะนำให้สโมสรพิจารณาคว้าตัว แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้ามากประสบการณ์วัย 35 ปีจากไบรท์ตัน กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง โดยเชื่อว่าเวลเบ็คยังคงมีพรสวรรค์และความสามารถในการสร้างผลงานในสนามให้กับทีมของ รูเบน อโมริม ได้อย่างแน่นอน ซาฮาเน้นย้ำถึง ประโยชน์ด้านประสบการณ์ ของเวลเบ็ค โดยชี้ว่าการมีกองหน้าที่มีความหลากหลายอย่างเขาจะช่วยยกระดับและพัฒนาฝีเท้าของกองหน้าดาวรุ่งคนอื่น ๆ ในทีมอย่าง เบนจามิน เซสโก้ ได้เป็นอย่างดี เหมือนที่เขาเคยเรียนรู้จากกองหน้าระดับตำนานในสมัยที่อยู่กับสโมสร ซึ่งเวลเบ็คเองก็เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของแมนฯ ยูไนเต็ดและเคยเป็นผู้เล่นตัวหลักภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
แม้ว่าสถิติการทำประตูของเวลเบ็คกับไบรท์ตันในฤดูกาลนี้ (7 ประตู 1 แอสซิสต์) อาจจะดูไม่หวือหวามากนัก แต่ซาฮาเชื่อว่านักเตะรายนี้มีดีมากกว่าการทำประตู และ ประสบการณ์ที่เขานำมา จะสร้างความแตกต่างต่อผลการแข่งขันในสนามให้กับ “ปีศาจแดง” ได้อย่างมาก หากมีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูหนาว
ทั้งนี้ แนวคิดในการดึงตัวอดีตนักเตะรายนี้กลับมาไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากมีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เคยพิจารณาที่จะเซ็นสัญญากับเวลเบ็คอีกครั้งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ประกอบกับที่ แกรี่ เนวิลล์ ตำนานของสโมสรก็เคยเรียกร้องให้เขากลับมา ซึ่งตอกย้ำว่ามีบุคคลสำคัญหลายคนมองว่าเวลเบ็คยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสโมสรในสถานการณ์ปัจจุบัน
จอร์ดี ครัฟฟ์ อดีตผู้อำนวยการของบาร์เซโลนา เปิดเผยว่าสโมสรเกือบได้ตัว อันโตนี ปีกชาวบราซิลจากอาแจ็กซ์ มาร่วมทีมในสมัยที่เขายังดำรงตำแหน่ง โดยครัฟฟ์ชื่นชมอันโตนีว่าเป็น “ผู้เล่นที่พิเศษ” แม้ว่านักเตะรายนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะมาฟื้นฟูอาชีพค้าแข้งได้ที่เรอัล เบติสในสเปน อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุด บาร์เซโลนาตัดสินใจเลือกเซ็นสัญญากับ ราฟินญา แทนอันโตนี โดยมีเหตุผลหลักมาจาก ปัญหาทางการเงิน และกฎ Financial Fair Play ของลาลีกาในขณะนั้น ซึ่งครัฟฟ์มองว่าการย้ายทีมของราฟินญามีความเสี่ยงต่ำกว่า เนื่องจากหากราฟินญาล้มเหลว สโมสรในอังกฤษก็น่าจะยังสนใจดึงตัวเขากลับไป
ครัฟฟ์รู้สึกว่าหากทุ่มเงินเซ็นสัญญากับอันโตนีแล้วนักเตะล้มเหลวที่คัมป์ นู จะเป็นเรื่องยากที่สโมสรจะสามารถขายต่อและได้เงินคืนในภายหลัง ขณะที่ราฟินญามีผลงานที่พิสูจน์แล้วในพรีเมียร์ลีกกับลีดส์ ยูไนเต็ด ทำให้การซื้อขายมีความปลอดภัยทางการเงินมากกว่าในภาวะที่สโมสรถูกบีบจากกฎระเบียบ
โดยรวมแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของครัฟฟ์และทีมงานอย่างชัดเจน เพราะ ราฟินญาประสบความสำเร็จอย่างมาก กับทีมยักษ์ใหญ่แห่งคาตาลัน และในขณะเดียวกัน การย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของอันโตนีก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้เรื่องราวนี้กลายเป็น “สิ่งที่น่าเสียดาย” สำหรับตัวนักเตะเอง
โจเอา ปาลินญา กองกลางของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ได้ออกมาตอบโต้ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตนักเตะที่ตั้งคำถามถึงคุณภาพการเล่นของเขา โดยเฉพาะความสามารถในการครองบอลและจ่ายบอลได้อย่างดุดัน โดยปาลินญายืนยันว่าเขาทำผลงานได้ดีเยี่ยมในฤดูกาลนี้ และวิจารณ์กลับไปว่าอดีตนักเตะบางคน “จำเป็นต้องพูดถึงคนอื่นเพื่อให้ได้ออกทีวี” ซึ่งเป็นการเข้าปะทะทั้งตัวผู้เล่นและลูกบอลอย่างที่เขาถนัด อย่างไรก็ตาม การวิจารณ์ของคาร์ราเกอร์มีพื้นฐานมาจากการที่ปาลินญา ขาดความสามารถในการจ่ายบอลที่เฉียบคมและใช้เวลาสัมผัสบอลมากเกินไป ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นสาธารณะบางส่วนที่มองว่าสไตล์การเล่นของเขาทำให้เกมของสเปอร์สดูแข็งทื่อและขาดความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับโรดริโก เบนตันคูร์
ถึงกระนั้น สเปอร์สไม่ได้เซ็นสัญญากับปาลินญาวัย 30 ปี เพื่อให้เขามาเป็นเพลย์เมกเกอร์ แต่เพื่อ จุดแข็งที่โดดเด่นในการเล่นเกมรับ โดยเขาเข้าสกัดบอลไปแล้วถึง 61 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งมากกว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ อย่างน้อย 10 ครั้ง ทำให้เขายังคงเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในช่วงซัมเมอร์ และคาดว่าสเปอร์สจะใช้สิทธิ์ซื้อขาดจากบาเยิร์น มิวนิคด้วยราคา 27 ล้านปอนด์อย่างแน่นอน
ความท้าทายที่แท้จริงของสเปอร์สไม่ใช่สิ่งที่ปาลินญาทำไม่ได้ แต่คือการหา คู่หูที่เหมาะสม ให้กับเขาเพื่อปลดล็อกศักยภาพในการแย่งบอลและป้องกันแนวรับ ซึ่งการเซ็นสัญญากับปาลินญาในราคา 27 ล้านปอนด์ยังคงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะไม่มีผู้เล่นคนใดในโลกที่มีคุณสมบัติด้านเกมรับที่แข็งแกร่งเท่าเขาในราคานี้
เดแคลน ไรซ์ กองกลางค่าตัวกว่า 100 ล้านปอนด์ของอาร์เซนอล ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถยกระดับตัวเองให้กลายเป็น หนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในยุโรป ได้ตามคำทำนายของ มิเกล อาร์เตต้า ที่เคยมองเขาเป็น “ประภาคาร” ของทีม โดยไรซ์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนอาร์เซนอลให้รั้งอันดับหนึ่งในพรีเมียร์ลีกและมีสถิติชนะรวดในแชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ตอนนี้มีกระแสคาดการณ์ว่าเขาอาจกลายเป็น ผู้ท้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ หากทีมคว้าแชมป์ใหญ่ได้สำเร็จ การพัฒนาของไรซ์มาจากการปรับเปลี่ยนบทบาททางแท็กติก โดยหลังจากที่เขาถูกใช้งานในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับในช่วงแรก อาร์เตต้าตัดสินใจขยับไรซ์ไปเล่นในตำแหน่งหมายเลข 8 ที่สูงขึ้น ซึ่งแผนการนี้บรรลุผลสูงสุดเมื่อมีการเซ็นสัญญาคว้าตัว มาร์ติน ซูบิเมนดี มาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับแทน ทำให้ไรซ์มีอิสระในการใช้ความแข็งแกร่งและพลังงาน (ที่เพื่อนร่วมทีมเรียกว่า “ม้า”) เพื่อสร้างอิทธิพลต่อเกมรุกและเกมรับได้อย่างเต็มที่
นอกจากบทบาทในสนามที่เปลี่ยนไปแล้ว ไรซ์ยังได้พัฒนาทักษะ ลูกตั้งเตะ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านลูกตั้งเตะที่ดีที่สุดในโลก หลังจากที่โค้ชลูกตั้งเตะของอาร์เซนอล นิโคลัส โยเวอร์ เสนอแนวคิดนี้ให้เขาในช่วงแคมป์ฝึกซ้อมที่ดูไบ ซึ่งความสามารถในการยิงลูกได้อย่างแม่นยำนี้ทำให้เขานำลูกเตะมุมไปสู่การทำประตูในพรีเมียร์ลีกถึง 11 ประตู และใกล้จะทำลายสถิติแอสซิสต์ของตำนานอย่างเดวิด เบ็คแฮม
อาร์เตต้า ยังคงเชื่อว่ากองกลางวัย 26 ปีรายนี้ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านจำนวนประตูและการทำแอสซิสต์ ซึ่งไรซ์เองก็เปลี่ยนทัศนคติมาให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการทำประตูมากขึ้น ทำให้เขาไม่ได้เป็นแค่ผู้นำในสนาม แต่ยังเป็น แบบอย่าง ที่กำหนดมาตรฐานทั้งในการฝึกซ้อมและการประพฤติตน ซึ่งเป็นสิ่งที่อาร์เตต้าต้องการให้เขาเป็นมาตั้งแต่แรก
ก่อนหน้า 1 … 69 70 71 72 73 … 88 ถัดไป »