บาร์ซาเดินหน้าต่อสัญญา “ฮันซี ฟลิค” ถึงปี 2028 เสริมความมั่นใจระยะยาว

สโมสรบาร์เซโลนาได้เริ่มเจรจาขั้นแรกในการขยายสัญญาของ ฮันซี ฟลิค กุนซือชาวเยอรมันออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2028 เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่สโมสร โดยประธาน โจน ลาปอร์ตา และผู้อำนวยการกีฬาอย่างเดโก้ ต้องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ผู้จัดการทีมเหลือสัญญาเพียงปีเดียวในช่วงฤดูกาลหน้า ซึ่งถือเป็นการขยับตัวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อปกป้องโครงสร้างทีมที่กำลังไปได้สวยในปัจจุบัน ฟลิคได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลาปอร์ตา หลังเข้ามาฟื้นฟูทีมให้กลับมามีชีวิตชีวาและประสบความสำเร็จบนเวทีฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง แม้จะมีการลงทุนซื้อนักเตะใหม่เพียงเล็กน้อยก็ตาม เขายังสามารถยกระดับมาตรฐานทีมได้ดีกว่าในยุคก่อนหน้า พร้อมทั้งมอบโอกาสให้เหล่านักเตะดาวรุ่งได้แจ้งเกิด จนกลายเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งคณะกรรมการบริหารและเหล่านักเตะในห้องแต่งตัว

บาร์ซาเดินหน้าต่อสัญญา

ฮันซี ฟลิค

สำหรับการเจรจาในครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นการต่อสัญญาแบบระยะสั้นตามความต้องการของตัวกุนซือเอง เนื่องจากฟลิคไม่นิยมการผูกมัดด้วยสัญญาระยะยาว และเคยเปรยว่าบาร์เซโลนาอาจเป็นสถานีสุดท้ายในอาชีพโค้ชของเขา โดยทางสโมสรตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงให้เรียบร้อยก่อนการเลือกตั้งประธานสโมสรคนใหม่ เพื่อยืนยันว่าฟลิคคือศูนย์กลางในการนำทัพสู้ศึกในอนาคต

แม้ในฤดูกาลนี้เขาจะแสดงความเหนื่อยล้าให้เห็นบ้าง แต่ฟลิคยังคงยืนยันว่าตนเองมีความสุขและแข็งแรงพอที่จะทำหน้าที่ต่อไป โดยเขามีความหวังว่าสโมสรจะสามารถเสริมทัพนักเตะระดับโลกที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงได้ในช่วงฤดูร้อนหน้า ขณะนี้ทุกฝ่ายเหลือเพียงการตกลงรายละเอียดในสัญญาฉบับสุดท้ายที่จะร่วมเดินทางด้วยกันไปจนถึงปี 2028 อย่างเป็นทางการ

บาร์ซาเดินหน้าต่อสัญญา

ฮันซี ฟลิค

แมนฯ ซิตี้ เล็งดึง “มาเรสกา” สานต่อความสำเร็จ—บทพิสูจน์ความอดทนของเชลซี

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ความสนใจดึงตัว เอ็นโซ มาเรสกา กุนซือเชลซีคนปัจจุบันไปทำหน้าที่แทน เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในช่วงฤดูร้อนปีหน้า เนื่องจากเขาเคยเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเป๊ปและเข้าใจวัฒนธรรมของทีมเรือใบสีฟ้าเป็นอย่างดี ส่งผลให้เขากลายเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่ทางสโมสรเชื่อว่าจะสามารถประคองทีมให้ยิ่งใหญ่ต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม อนาคตของเขาในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์เริ่มถูกจับตามอง หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวเริ่มมีความเห็นไม่ตรงกับฝ่ายบริหารในบางประเด็น รวมถึงการตัดสินใจเปลี่ยนเอเยนต์ใหม่ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง แม้ว่ามาเรสกาจะเพิ่งเริ่มต้นวางรากฐานระยะยาวให้กับทีมสิงโตน้ำเงินครามและมีสัญญาผูกพันถึงปี 2029 ก็ตาม

แมนฯ ซิตี้เล็งดึง

เอ็นโซ มาเรสกา

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์มองว่า หากเชลซีตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกไปในตอนนี้ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกระบวนการสร้างทีมที่กำลังเป็นรูปเป็นร่าง เพราะมาเรสกาคือผู้ที่นำความชัดเจนทางแท็กติกมาสู่กลุ่มนักเตะอายุน้อย และได้รับความศรัทธาจากแฟนบอลอย่างสูงผ่านผลงานที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา

บทสรุปครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของบอร์ดบริหารเชลซี ว่าจะสามารถรักษาบุคลากรที่ทรงคุณค่ารายนี้ไว้เพื่อความมั่นคงของสโมสรได้หรือไม่ เพราะการสูญเสียโค้ชฝีมือดีที่เพิ่งเริ่มวางรากฐานให้กับคู่แข่งร่วมลีก อาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสครั้งใหญ่ในการกลับสู่ความยิ่งใหญ่ที่แฟนบอลเฝ้ารอคอย

แมนฯ ซิตี้เล็งดึง

เอ็นโซ มาเรสกา

อาร์เซนอลเตรียมถนอม “ซูบิเมนดี” รับโปรแกรมโหด ข่าวดี “คาลาฟิโอรี” คืนทัพลุยท็อฟฟี่!

อาร์เซนอลภายใต้การคุมทีมของมิเกล อาร์เตต้า กำลังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสภาพร่างกายของ มาร์ติน ซูบิเมนดี กองกลางคนสำคัญในช่วงก่อนเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาส หลังจากที่ดาวเตะชาวสเปนลงสนามอย่างหนักต่อเนื่องมาตลอดทั้งฤดูกาล โดยล่าสุดสโมสรตัดสินใจให้เขาแยกซ้อมเดี่ยวเพื่อฟื้นฟูร่างกายและลดภาระงาน หลังเจ้าตัวต้องปรับตัวกับโปรแกรมพรีเมียร์ลีกที่ไม่มีช่วงพักเบรกฤดูหนาวเหมือนในสเปน แม้แฟนบอลบางส่วนจะกังวลที่เห็นซูบิเมนดีไม่ได้ร่วมซ้อมในเซสชันล่าสุด แต่มีรายงานยืนยันว่าเขาไม่ได้มีอาการบาดเจ็บรุนแรงใดๆ เพียงแต่ทีมต้องการปกป้องสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุดสำหรับโปรแกรมสุดโหดที่กำลังจะมาถึง ซึ่งทัพ “ปืนใหญ่” มีคิวต้องลงฟาดแข้งถึง 7 นัดภายในเวลาเพียง 22 วัน ครอบคลุมทั้งเกมลีก คาราบาวคัพรอบก่อนรองชนะเลิศ และเอฟเอคัพ

อาร์เซนอลเตรียมถนอม

มาร์ติน ซูบิเมนดี

ในส่วนของขุมกำลังอื่นๆ อาร์เตต้าได้รับข่าวดีเมื่อ ริคคาร์โด คาลาฟิโอรี กองหลังตัวเก่งพ้นโทษแบนพร้อมกลับมาช่วยทีมในเกมเยือนเอฟเอเวอร์ตันวันเสาร์นี้ ขณะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ เริ่มกลับมาฝึกซ้อมได้บ้างแล้วแม้จะยังไม่เต็มรูปแบบ ส่วนกลุ่มผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บอย่าง เบน ไวท์, กาเบรียล และคริสเตียน มอสเกรา ยังคงต้องลุ้นอาการอย่างใกล้ชิดเนื่องจากยังไม่ได้ลงฝึกซ้อมในรอบล่าสุด

การบริหารจัดการตัวผู้เล่นในช่วงนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของอาร์เซนอลในการรักษามาตรฐานเพื่อลุ้นแชมป์ทุกรายการ โดยอาร์เตต้าพยายามรักษาสมดุลระหว่างการใช้งานตัวหลักและการพักฟื้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานักเตะล้าสะสม ซึ่งเป้าหมายหลักคือการเก็บชัยชนะต่อเนื่องเริ่มจากทริปเยือนถิ่นกูดิสัน พาร์ค เพื่อสร้างโมเมนตัมที่ดีก่อนเข้าสู่ช่วงปีใหม่ที่โปรแกรมชุกชุมที่สุดของฤดูกาล

อาร์เซนอลเตรียมถนอม

มาร์ติน ซูบิเมนดี

“สิงห์” สั่งห้ามแตะ! เชลซีปัดดอร์ทมุนด์ขาดลอย ยัน “อันเซลมิโน่” ไม่ได้มีไว้ขาย

เชลซีแสดงจุดยืนชัดเจนด้วยการแจ้งไปยังโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ว่าไม่พร้อมรับฟังข้อเสนอใดๆ สำหรับการปล่อยตัว อารอน อันเซลมิโน่ เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวอาร์เจนตินาออกจากทีม แม้ว่าเซบาสเตียน เคห์ล ผู้อำนวยการกีฬาของทัพ “เสือเหลือง” จะแสดงความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัวปราการหลังวัย 20 ปีรายนี้มาร่วมทีมแบบถาวรก็ตาม แต่ทางฝั่งเชลซียืนยันหนักแน่นว่านักเตะรายนี้ไม่อยู่ในบัญชีขาย แม้จะเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงต้นฤดูกาล แต่อันเซลมิโน่ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในแผนการทำทีมของ นิโก้ โควัช ได้สำเร็จ โดยเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นทั้งในเกมลีกและแชมเปี้ยนส์ลีก แถมยังเพิ่งซัดประตูแรกในบุนเดสลีกาได้ในเกมสำคัญที่เอาชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งฟอร์มที่พุ่งกระฉูดนี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่เชลซีต้องการเก็บรักษาไว้ในระยะยาว

สั่งห้ามแตะ!

อารอน อันเซลมิโน่

ขณะที่ดอร์ทมุนด์กำลังเผชิญวิกฤตแนวรับอย่างหนัก หลังนักเตะหลักอย่าง นิโก้ ชลอตเตอร์เบ็ค เริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจกับสถานการณ์ของสโมสรและมีปัญหาเรื่องการต่อสัญญา ประกอบกับกองหลังคนอื่นๆ อย่าง เอ็มเร่ คาน และนิคลาส ซูเล่ ต่างก็มีปัญหาทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นและอาการบาดเจ็บ ทำให้ความต้องการตัวอันเซลมิโน่เพื่อมากอบกู้สถานการณ์ในแผงหลังกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับทัพเสือเหลืองในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ดอร์ทมุนด์คงต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่า หากหวังจะเปลี่ยนใจเชลซีที่เคยปฏิเสธพวกเขามาแล้วหลายครั้งในกรณีของ คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้า โดยเซบาสเตียน เคห์ล อาจต้องมองหา “ชัยชนะ” ในรูปแบบอื่นหรือเตรียมแผนสำรองไว้ให้พร้อม เนื่องจากอนาคตของอันเซลมิโน่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด (หรือในเครือของเชลซี) ดูจะมั่นคงเกินกว่าที่ดอร์ทมุนด์จะสอดแทรกเข้ามาได้ง่ายๆ ในตอนนี้

สั่งห้ามแตะ!

อารอน อันเซลมิโน่

รีเทิร์นพรีเมียร์ลีก! “อโมริม” สั่งแมนฯ ยูฯ ล็อกเป้า “รูเบน เนเวส”

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าได้ร้องขอให้สโมสรเดินหน้าคว้าตัว รูเบน เนเวส กองกลางตัวเก่งของอัล-ฮิลาล กลับมาวาดลวดลายในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง โดยมิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสรายนี้กำลังจะหมดสัญญากับทีมในซาอุดีอาระเบียช่วงซัมเมอร์หน้า ซึ่งจะทำให้เขาสามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัวทันที และเจ้าตัวก็พร้อมเปิดใจรับฟังข้อเสนอเพื่อกลับมาค้าแข้งในยุโรปอีกครั้ง การเล็งคว้าตัวเนเวสวัย 28 ปี ถือเป็นแผนการเสริมทัพที่ชาญฉลาดของทัพปีศาจแดง เนื่องจากสโมสรต้องการปรับปรุงแผงมิดฟิลด์ขนานใหญ่ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนักเตะอย่าง คอบบี้ ไมโน และ มานูเอล อูการ์เต้ รวมถึงคาเซมิโร่ที่กำลังจะหมดสัญญาและมีอายุมากขึ้น ซึ่งประสบการณ์โชกโชนของอดีตกัปตันทีมวูล์ฟแฮมป์ตันจะเข้ามาช่วยเติมเต็มความเก๋าในแดนกลางได้เป็นอย่างดี

รีเทิร์นพรีเมียร์ลีก!

รูเบน เนเวส

แม้จะมีรายงานว่าแมนฯ ยูไนเต็ด สนใจดาวรุ่งอย่าง อดัม วาร์ตัน และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน แต่ด้วยค่าตัวที่สูงกว่า 60 ล้านปอนด์ต่อราย ทำให้การได้ตัวเนเวสมาร่วมทีมแบบฟรีๆ จะช่วยให้สโมสรประหยัดงบประมาณมหาศาลเพื่อไปทุ่มซื้อนักเตะในตำแหน่งอื่นที่จำเป็นกว่า โดยคาดว่าเรื่องค่าเหนื่อยที่มหาศาลในซาอุฯ จะไม่เป็นอุปสรรคหากนักเตะต้องการกลับมาพิสูจน์ตัวเองในอังกฤษ

หากการย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นจริง เนเวสจะได้ผนึกกำลังกับเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกสทั้ง บรูโน่ เฟอร์นันเดส และ ดิโอโก้ ดาโลต์ ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งจะช่วยให้การปรับตัวเข้ากับระบบของอโมริมเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว โดยสื่อต่างประเทศมองว่านี่คือดีลสุดคุ้มค่าที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่กำลังจะถึงนี้

รีเทิร์นพรีเมียร์ลีก!

รูเบน เนเวส

ริโอเร้าแมนยู! สอย “เซเมนโย่” เข้าทีมด่วน หลังบุกถล่มประตูคาโอลด์ แทรฟฟอร์ด

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ตำนานกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเรียกร้องให้สโมสรเร่งคว้าตัว อองตวน เซเมนโย่ แนวรุกตัวเก่งของบอร์นมัธทันที หลังจากดาวเตะชาวกานารายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมที่บุกมาเสมอ “ปีศาจแดง” 4-4 โดยริโอถึงกับโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียในเชิงตลกขบขันว่า “อย่าปล่อยให้เขาออกจากสนามหลังจบเกม” เพื่อย้ำว่านักเตะคนนี้มีดีพอที่จะสวมยูนิฟอร์มสีแดง ในเกมดังกล่าว เซเมนโย่ไม่ได้เพียงแค่ทำประตูตีเสมอสุดสวยจากการฉวยโอกาสในเขตโทษเท่านั้น แต่เขายังแสดงให้เห็นถึงทักษะการสร้างสรรค์โอกาสและการดวลตัวต่อตัวที่ยอดเยี่ยม ซึ่งก่อนเริ่มเกม รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้กล่าวชื่นชมคุณสมบัติของแข้งรายนี้มาก่อนแล้ว และผลงานในสนามก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่าทำไมเขาถึงเป็นที่ต้องการของหลายทีมยักษ์ใหญ่

ริโอเร้าแมนยู!

ริโอ เฟอร์ดินานด์

สถานการณ์การย้ายทีมของเซเมนโย่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างหนัก เนื่องจากเขามีเงื่อนไข ค่าฉีกสัญญา 65 ล้านปอนด์ ที่สามารถเปิดใช้ได้ในช่วงสองสัปดาห์แรกของตลาดซื้อขายเดือนมกราคม โดยปัจจุบันเขายิงในพรีเมียร์ลีกไปแล้วถึง 7 ประตู และกำลังตกเป็นเป้าหมายของทีมชั้นนำทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่พร้อมจะแย่งชิงลายเซ็นของเขาเช่นกัน

สำหรับภาพรวมของเกม ริโอยอมรับว่ารู้สึกก้ำกึ่งกับผลการแข่งขัน แม้จะหงุดหงิดกับเกมรับที่เสียถึง 4 ประตู แต่เขาก็ชื่นชมในความมุ่งมั่นและความยืดหยุ่นในการเล่นเกมรุกภายใต้การคุมทีมของอโมริม ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ แกรี่ เนวิลล์ ที่มองว่าแม้ทีมจะไม่ชนะแต่ก็เป็นฟอร์มการเล่นที่แฟนบอลยอมรับได้จากการแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบุกอย่างต่อเนื่อง

ริโอเร้าแมนยู!

ริโอ เฟอร์ดินานด์

สถิติระดับปีศาจ! หัวใจสำคัญที่แมนฯ ยูไนเต็ด เจาะผลงาน ‘บรูโน่’ ทะลุ 100 ประตู

บรูโน่ เฟอร์นันเดส ยังคงตอกย้ำสถานะการเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสถิติการลงสนามที่น่าทึ่งรวมกว่า 307 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม โดยเขาสามารถทำประตูทะลุหลัก 100 ลูกไปแล้วที่จำนวน 103 ประตู พร้อมกับทำทางให้เพื่อนยิงอีก 93 แอสซิสต์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขระดับท็อปที่หาได้ยากสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกในยุคปัจจุบัน ในฤดูกาลล่าสุด กัปตันทีมชาวโปรตุเกสยังคงรักษามาตรฐานความยอดเยี่ยมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะผลงานล่าสุดในเกมที่เสมอกับบอร์นมัธ 4-4 ซึ่งเขาทั้งยิงและจ่ายในนัดเดียว แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลในสนามที่ไม่ลดน้อยลงเลย แม้ทีมจะมีการเปลี่ยนผ่านตัวผู้จัดการทีมมาเป็น รูเบน อโมริม แต่บรูโน่ก็ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นศูนย์กลางในระบบการเล่นใหม่ทันที

สถิติระดับปีศาจ!

บรูโน่ เฟอร์นันเดส

จุดเด่นที่ทำให้สถิติของบรูโน่โดดเด่นกว่าใครคือความทนทานและการรักษาสภาพร่างกาย โดยเขามีสถิติลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องและแทบจะไม่เคยขาดลาด้วยอาการบาดเจ็บเลย สิ่งนี้ทำให้เขาสามารถสะสมตัวเลขการมีส่วนร่วมกับประตูได้อย่างสม่ำเสมอในทุกรายการแข่งขัน ทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วยยุโรป จนกลายเป็นนักเตะที่สโมสรขาดไม่ได้ในเชิงเทคนิค

นอกจากสถิติการยิงและจ่ายแล้ว บรูโน่ยังติดอันดับต้น ๆ ของลีกในเรื่องการสร้างสรรค์โอกาสทอง (Big Chances Created) และการส่งบอลจังหวะสำคัญ (Key Passes) ในทุกฤดูกาล ซึ่งสถิติเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการย้ายทีมไปซาอุดีอาระเบียหรือความขัดแย้งกับบอร์ดบริหาร แต่ผลงานในสนามของเขายังคงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าเขาคือสมบัติที่มีค่าที่สุดของทัพปีศาจแดงจนถึงปี 2027

สถิติระดับปีศาจ!

บรูโน่ เฟอร์นันเดส

ปิดฉากมหากาพย์! ศาลสั่ง PSG จ่าย 60 ล้านยูโร คืนค่าจ้างและโบนัสให้ ‘เอ็มบัปเป้’

ศาลแรงงานปารีสมีคำสั่งให้สโมสร ปารีส แซงต์-แชร์แมง (PSG) ดำเนินการชำระเงินเดือนและโบนัสที่ค้างอยู่เป็นจำนวนรวม 60 ล้านยูโร (ประมาณ 70.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้แก่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ โดยคำตัดสินนี้ถือเป็นการยุติข้อพิพาททางกฎหมายที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน หลังจากที่กองหน้าชาวฝรั่งเศสย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด โดยระบุว่าสโมสรจงใจระงับค่าจ้างในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนหมดสัญญา คำตัดสินของศาลระบุว่า PSG ล้มเหลวในการจ่ายเงินเดือนเป็นเวลา 3 เดือน รวมถึงโบนัสด้านจริยธรรมและค่าเซ็นสัญญาตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงอย่างถูกต้อง ซึ่งทางสโมสรไม่สามารถแสดงหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรใด ๆ ที่ยืนยันได้ว่าเอ็มบัปเป้ตกลงที่จะสละสิทธิ์ในเงินจำนวนดังกล่าวตามที่สโมสรกล่าวอ้าง โดยก่อนหน้านี้ลีกฟุตบอลอาชีพฝรั่งเศส (LFP) ก็เคยมีคำสั่งในทิศทางเดียวกันมาแล้วในช่วงปลายปี 2024

ปิดฉากมหากาพย์!

คีเลียน เอ็มบัปเป้

อย่างไรก็ตาม แม้เอ็มบัปเป้จะชนะคดีในส่วนของเงินค่าจ้าง แต่ศาลได้ปฏิเสธข้อร้องเรียนเพิ่มเติมในบางประเด็น เช่น ข้อกล่าวหาเรื่องการจ้างงานแบบปกปิด หรือการคุกคามทางศีลธรรมจากทางสโมสร นอกจากนี้ยังวินิจฉัยว่าสัญญาของเขาไม่สามารถถือเป็นสัญญาจ้างถาวรได้ ซึ่งส่งผลให้ค่าชดเชยบางส่วนจากการบอกกล่าวล่วงหน้าลดน้อยลงกว่าที่เจ้าตัวเรียกร้องในตอนแรก

ทางฝั่ง PSG ได้โต้แย้งมาโดยตลอดว่านักเตะกระทำการโดยไม่สุจริตใจจากการปกปิดเจตนาไม่ต่อสัญญา จนทำให้สโมสรเสียโอกาสในการได้รับค่าตัวการย้ายทีมมหาศาล ขณะที่ทีมกฎหมายของเอ็มบัปเป้ยืนยันว่ากรณีนี้คือการบังคับใช้กฎหมายแรงงานขั้นพื้นฐานที่ลูกจ้างต้องได้รับค่าชดเชยตามสิทธิ ซึ่งคำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะสำคัญของเอ็มบัปเป้ในการเรียกร้องผลประโยชน์ที่เขาสมควรได้รับคืนมา

ปิดฉากมหากาพย์!

คีเลียน เอ็มบัปเป้

วิกฤตศรัทธา! สเปอร์สพังยับคาบ้านฟอเรสต์ 3-0

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ กลับมาเผชิญหน้ากับความกดดันอย่างหนักอีกครั้ง เมื่อพวกเขาบุกไปพ่ายแพ้ต่อ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ อย่างยับเยินถึง 3-0 ที่สนามซิตี้ กราวด์ โดยผลงานในเกมนี้ถูกระบุว่าเป็นฟอร์มที่ ย่ำแย่ที่สุด ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส แฟรงค์ ผู้จัดการทีมคนใหม่ ซึ่งความพ่ายแพ้ครั้งนี้ถือเป็นการลบเลือนสัญญาณที่ดีจากการเสมอและชนะติดต่อกันก่อนหน้าไปจนหมดสิ้น ทีม “ไก่เดือยทอง” เล่นได้น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ขาดความกระหายในการต่อสู้ และมีโอกาสยิงตรงกรอบเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ความผิดพลาดส่วนบุคคลได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ในเกมนี้ โดยเฉพาะจาก กูกลิเอลโม วิคาริโอ ผู้รักษาประตูชาวอิตาลี ที่มีส่วนผิดพลาดถึงสองครั้งซึ่งนำไปสู่การเสียประตูแรกและประตูที่สองของ คัลลัม ฮัดสัน-โอโดอี ผู้ทำคนเดียวสองประตูให้กับฟอเรสต์ โดยความผิดพลาดของวิคาริโอมีตั้งแต่การจ่ายบอลจากแดนหลังที่สร้างความกดดันให้เพื่อนร่วมทีม ไปจนถึงการเสียท่าจากลูกครอสที่แรงเกินไปซึ่งลอยข้ามหัวเข้าประตูไปอย่างน่าเจ็บใจ

วิกฤตศรัทธา!

สเปอร์ส vs ฟอเรสต์ 3-0

ในทางตรงกันข้าม ฝั่งน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ภายใต้การคุมทีมของ ฌอน ไดช์ กลับแสดงผลงานที่น่าประทับใจที่สุดในฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาครองเกมและสร้างสรรค์โอกาสได้อย่างมากมายตั้งแต่เริ่มต้นเกม และยังทำประตูสุดสวยจาก อิบราฮิม ซานกาเร่ ที่ยิงด้วยเท้าด้านนอกพุ่งเสียบเสาเข้าประตูไปอย่างหมดจด ช่วยให้ฟอเรสต์เก็บชัยชนะสำคัญ และมีคะแนนนำห่างโซนตกชั้นถึง 6 คะแนน

ผลการแข่งขันที่เลวร้ายและการเล่นที่ย่ำแย่แบบไร้ชีวิตชีวานี้ทำให้ ความกดดันทั้งหมดกลับมาตกอยู่บนบ่าของ โธมัส แฟรงค์ อีกครั้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้จัดการทีมคนใหม่มีงานต้องแก้ไขอย่างมากมายเกี่ยวกับข้อบกพร่องที่แสดงออกมาบนสนาม ทั้งในด้านแผนการเล่นและทัศนคติของผู้เล่น เพื่อกอบกู้สถานการณ์ของทีมให้กลับมาสู่เส้นทางที่เคยแสดงให้เห็นในช่วงสั้น ๆ ก่อนหน้านี้ให้ได้

วิกฤตศรัทธา!

สเปอร์ส vs ฟอเรสต์ 3-0

เปิดใจครั้งแรก! ‘บาเลบา’ รับ ‘กดดันตัวเอง’ หวังคืนฟอร์มเก่ง ไม่เกี่ยวข่าวลือย้ายซบ แมนยู

คาร์ลอส บาเลบา มิดฟิลด์ดาวรุ่งของไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกเกี่ยวกับข่าวลือที่เชื่อมโยงเขากับการย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดย “ปีศาจแดง” เคยให้ความสนใจอย่างจริงจังในตัวบาเลบาในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนที่ผ่านมาในฐานะเป้าหมายหลัก ก่อนที่จะตัดสินใจถอนตัวจากการเจรจา เนื่องจากไบรท์ตันตั้งราคาสูงเกินไป แต่ถึงแม้ฟอร์มในฤดูกาลนี้จะตกลงไปบ้าง แมนยูยังเชื่อว่าบาเลบายังคงอยู่ในรายชื่อผู้เล่นที่น่าสนใจและอาจกลับมาทาบทามอีกครั้งในอนาคต แม้ว่า ฟาเบียน ฮูร์เซเลอร์ ผู้จัดการทีมไบรท์ตัน จะเคยออกมากล่าวโทษว่าข่าวลือเรื่องการย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟอร์มของบาเลบาเปลี่ยนแปลงไปในทางลบในฤดูกาลนี้ แต่กองกลางชาวแคเมอรูนวัย 21 ปี ได้ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่น โดยยืนยันผ่าน Sky Sports ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากกระแสข่าวภายนอกแต่อย่างใด และเขาไม่ได้ปล่อยให้ข่าวลือเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อสมาธิในการเล่นฟุตบอลของเขา

เปิดใจครั้งแรก!

คาร์ลอส บาเลบา

บาเลบาเปิดเผยว่าสาเหตุที่แท้จริงของฟอร์มที่ยังไม่คงเส้นคงวาในฤดูกาลนี้เกิดจากการที่เขา กดดันตัวเองมากเกินไป โดยเขากล่าวว่า “ผมไม่คิดว่ามันส่งผลเสียต่อผม แต่ผมรู้สึกกดดันมาก…ตอนเริ่มต้นฤดูกาลนี้ ผมตั้งใจที่จะแสดงผลงานให้ดีเหมือนกับฤดูกาลที่แล้ว” และเสริมว่า “ผมกดดันตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า? ใช่ ผมคิดอย่างนั้น แต่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับไปสู่มาตรฐานระดับสูงที่เคยทำได้

มิดฟิลด์รายนี้ยังคงยืนยันว่าเขาจะทำงานอย่างหนักเพื่อผ่านช่วงเวลาที่ “ค่อนข้างตึงเครียด” นี้ไปให้ได้ และกลับมาตั้งหลักใหม่เพื่อยกระดับผลงานของตัวเองอีกครั้ง โดยเขาลงเล่นครบ 90 นาทีเพียงครั้งเดียวในฤดูกาลนี้ และถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งถึงสี่ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า เพื่อพิสูจน์ให้ทั้งไบรท์ตันและสโมสรที่ให้ความสนใจอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของเขา

เปิดใจครั้งแรก!

คาร์ลอส บาเลบา

1 68 69 70 71 72 88