เดวิด ออร์นสไตน์ นักข่าวคนดังจาก The Athletic รายงานว่า เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กำลังให้ความสนใจอย่างจริงจังในการคว้าตัว ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซ่น กองหน้าตัวเก่งของวูล์ฟแฮมป์ตันมาเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ โดยทัพ “ขุนค้อน” กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญาถาวรกับดาวยิงวัย 25 ปีรายนี้เพื่อยกระดับเกมรุกให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการย้ายทีมของ นิคลัส ฟุลล์ครุก กองหน้าทีมชาติเยอรมันที่อนาคตในถิ่นลอนดอน สเตเดียม เริ่มไม่แน่นอน โดยมีรายงานว่าเขากำลังถูกเจรจาเพื่อปล่อยยืมตัวไปให้กับเอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งหากดีลนี้ลุล่วงจะทำให้ทีมมีช่องว่างในแนวรุกที่ต้องรีบหาตัวแทนที่มีคุณภาพเข้ามาเติมเต็มทันที
อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮมไม่ได้เป็นเพียงทีมเดียวที่อยากได้ตัวลาร์เซ่น เพราะยังมีสโมสรอื่นที่จ้องดึงตัวกองหน้าชาวนอร์เวย์รายนี้ไปร่วมทีมเช่นกัน ทำให้ทีมงานเบื้องหลังของขุนค้อนต้องเร่งมือในการเจรจา ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ถือเป็นเป้าหมายหลักที่สโมสรเล็งไว้เพื่อมาแบ่งเบาภาระในแดนหน้าที่ต้องพึ่งพานักเตะเพียงไม่กี่คน
ปัจจุบันแนวรุกของเวสต์แฮมต้องพึ่งพา คาลลัม วิลสัน เป็นหลัก โดยมี จาร์ร็อด โบเวน และ คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ คอยสลับหน้ามาช่วยทำแต้มในบางโอกาส การได้กองหน้าธรรมชาติที่มีความสดและเข้าใจเกมพรีเมียร์ลีกอย่างลาร์เซ่นเข้ามาเพิ่ม จะช่วยให้ทีมของ จูเลน โลเปเตกี มีมิติการเข้าทำที่หลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้นในการลุ้นอันดับตารางคะแนน
บูกาโย ซากา ปีกตัวเก่งของอาร์เซนอล ยืนยันว่าทีมไม่ได้สนใจการไล่ล่าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะถูกกดดันอย่างหนัก โดยระบุว่าขุนพล “ปืนใหญ่” มุ่งมั่นอยู่กับการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น ซึ่งชัยชนะเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0 ช่วยให้พวกเขาทะยานกลับขึ้นสู่ตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้ทันก่อนช่วงคริสต์มาส โดยทิ้งห่างทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา อยู่ 2 คะแนน ดาวเตะทีมชาติอังกฤษเผยว่าทีมพยายามตัดเรื่องอารมณ์ออกไปและโฟกัสเพียงการคว้าชัยชนะในแต่ละสัปดาห์ เพราะตราบใดที่พวกเขายังเก็บสามแต้มได้ต่อเนื่อง อาร์เซนอลก็จะยังคงเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ลุ้นแชมป์ไว้ในมือตัวเองโดยไม่ต้องไปพึ่งผลการแข่งขันของทีมอื่น ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปีหลังสุดที่พวกเขาสามารถยึดตำแหน่งหัวตารางในช่วงเทศกาลนี้ได้
ด้านมิเกล อาร์เตต้า แม้จะพอใจกับผลการแข่งขัน แต่ยังคงกระตุ้นลูกทีมให้เพิ่มความเฉียบคมและความดุดันมากกว่านี้ โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่ทีมมีโอกาสทำประตูเพิ่มหลายครั้งทั้งลูกยิงชนเสาของ เลอันโดร ทรอสซาร์ด และ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ กุนซือชาวสเปนเน้นย้ำว่าทีมต้องเรียนรู้การควบคุมจังหวะเกมให้ดีกว่าเดิมเพื่อปิดกล่องคู่แข่งให้เด็ดขาด
ความท้าทายสำคัญของอาร์เซนอลคือการลบอาถรรพ์ในอดีต เนื่องจากประวัติศาสตร์ระบุว่าพวกเขาเคยครองจ่าฝูงช่วงคริสต์มาสถึง 4 ครั้งแต่กลับพลาดแชมป์ในบั้นปลายทั้งหมด อาร์เตต้าจึงพยายามเน้นย้ำให้ลูกทีมปรับปรุงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และรักษามาตรฐานการเล่นให้สม่ำเสมอที่สุดเพื่อเปลี่ยนความได้เปรียบในตอนนี้ให้กลายเป็นแชมป์สมัยแรกในรอบหลายปี
แอสตัน วิลล่า vs แมนฯ ยูไนเต็ด ( พรีเมียร์ลีกอังกฤษ )
คู่นี้บอกเลยว่าเดือดแน่นอนครับ วิลล่าในบ้านทรงบอลบุกดุดันพร้อมเปิดหน้าแลกใส่ปีศาจแดงแบบไม่เกรงใจ ฝั่งแมนฯ ยูฯ แม้หลังจะยังมีรอยรั่วให้เห็นบ่อยๆ แต่จังหวะสวนกลับก็คมใช่เล่น มีโอกาสส่องคืนได้ทุกเมื่อ สถิติการเจอกันส่วนใหญ่ยิงกันยับตลอด เรต “สูง 2.75” ดูแล้วไม่ยากเกินความสามารถของกองหน้าทั้งสองทีม เชื่อว่าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันแน่ๆ แค่ประตูแรกมาไวรับรองว่าไหลเป็นน้ำตกให้พี่ๆ ได้ลุ้นกันจนนั่งไม่ติด สรุปสั้นๆ วางสูงไปเลยครับ ทรงบอลเปิดหน้าชกแบบนี้เตรียมตัวฉลองประตูรัวๆ ได้เฮเต็มคำแน่นอน
แนะนำ: สูง 2.75
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 2 ลูกขึ้น
บียาร์เรอัล vs บาร์เซโลน่า ( ลาลีกา สเปน )
บาร์ซายุคฟลิคกำลังเครื่องร้อนสุดๆ ทรงบอลบุกดุดันและจบสกอร์ได้เฉียบคมทุกลูกจริงๆ ครับ แม้บียาร์เรอัลจะเล่นในบ้านได้เหนียวแน่น แต่เวลาเจอทีมใหญ่กดหนักๆ มักจะมีจังหวะหลุดให้เห็นบ่อย เรตต่อ 0.75 ถือว่าน่าลุ้นมากครับ ขอแค่ชนะเม็ดเดียวก็ได้เฮครึ่งทางแล้ว ถ้าลูกสองมาก็กินเต็มคำ มองดูแล้วขุมกำลังแดนกลางและหน้าของบาร์ซาตอนนี้เหนือกว่าชัดเจน พร้อมจะเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้ตลอด เชื่อใจความเด็ดขาดของทีมเยือน วางบาร์เซโลน่าไปเลยครับ รับรองว่าได้ลุ้นกันสนุกและมีกำไรแน่นอน
แนะนำ: ต่อ บาร์เซโลน่า 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90 %
ผลบอลที่คาด: บาร์เซโลน่า ชนะ บียาร์เรอัล 3-0 , 3-1
อูเทร็คท์ vs พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ( ฮอลแลนด์ พรีเมียร์ )
พีเอสวีชุดนี้เกมรุกดุจัดจ้านมากครับ ไปเยือนที่ไหนก็เปิดหน้าแลกใส่แบบไม่มียั้งตลอด ส่วนอูเทร็คท์เล่นในถิ่นตัวเองก็พร้อมสู้ตาย ไม่ใช่ทีมที่จะมายืนรับรอโดนอย่างเดียวแน่นอน สถิติลีกฮอลแลนด์รู้กันอยู่แล้วว่าเน้นเอนเตอร์เทน ยิ่งคู่นี้เจอกันมักจะมีประตูไหลมาเทมาเสมอ เรตสูง 3 ลูกอาจจะดูสูงหน่อยแต่ถ้าลูกแรกมาไว รับรองว่าเม็ดสองเม็ดสามตามมาไม่ยากครับ เชื่อใจความคมของกองหน้าทั้งสองฝั่ง วางสูงรอรับทรัพย์ได้เลย ลุ้นกันสนุกยันจบเกมแน่นอน
แนะนำ: สูง 3
ระดับความมั่นใจ: 95 %
ผลบอลที่คาด: ยิง 3 ลูกขึ้น
— กุนซือไร้เงา —
คิโรน่า พบกับ แอตฯ มาดริด (ลาลีกา สเปน)
คิโรน่า ฟอร์มโดยรวมช่วงหลังถือว่ายังไม่สม่ำเสมอ 5 นัดล่าสุดชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 เกมรุกยังพอสร้างโอกาสได้แต่ความเฉียบคมยังขาดหายไปพอสมควร ขณะที่เกมรับมีปัญหาและเสียประตูง่าย ทำให้มักปิดเกมไม่ได้ตามที่หวัง ด้านแอตฯ มาดริด ผลงานช่วงหลังดูดีกว่าอย่างชัดเจน 5 นัดหลังสุดชนะ 3 แพ้ 2 ภาพรวมเกมมีความแข็งแกร่งตามสไตล์ เกมรับยังคงเหนียวแน่นและมีวินัย ส่วนเกมรุกอาศัยจังหวะสวนกลับและความเด็ดขาดในการจบสกอร์ได้ดี ฟันธง แอตฯ มาดริด บุกไปเก็บ 3 แต้มได้แน่นอน
แนะนำ: ต่อ แอตฯ มาดริด 0.75
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: 0-2 หรือ 1-3
ไฮน์เดนเฮลม์ พบกับ บาเยิร์น มิวนิค (บุนเดสลีกา เยอรมัน)
ไฮน์เดนเฮลม์ ฟอร์มโดยรวมช่วงหลังถือว่ายังขาดความสม่ำเสมอ โดย 5 นัดหลังสุดแพ้ 3 ชนะ 2 และนัดล่าสุดเพิ่งแพ้มา เกมรุกพอมีจังหวะเข้าทำให้ลุ้นได้บ้าง แต่ความเฉียบคมยังไม่ต่อเนื่อง ขณะที่เกมรับยังเป็นจุดอ่อนเสียประตูง่าย ด้านบาเยิร์น มิวนิค ผลงานช่วงหลังดูแข็งแกร่งอย่างชัดเจน 5 นัดหลังสุดชนะ 4 เสมอ 1 เกมรุกยังคงดุดัน สร้างโอกาสได้หลากหลายและจบสกอร์ได้เฉียบคมตามมาตรฐานทีมระดับท็อป ส่วนเกมรับก็มีวินัยและเสียประตูน้อย คู่นี้ดูแล้วทีมเยือนเหนือกว่าชัดเจนคู่นี้มีโอกาสยิงเข้าเกิน 3 ลูกแน่นอน ไปที่สูงได้เลย
แนะนำ: สูง 3.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 3 ลูก
ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ พบกับ ชาลเก้ 04 (บุนเดสลีกา 2 เยอรมัน)
ไอน์ทรัค บราวน์ชไวก์ ฟอร์มโดยรวมในช่วง 5 นัดหลังสุดถือว่ายังไม่แน่นอนนัก จากผลงานชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 2 เกมรุกพอมีจังหวะสร้างโอกาสได้ แต่ความต่อเนื่องและความเฉียบคมยังไม่สม่ำเสมอ ขณะที่เกมรับยังมีปัญหาเรื่องความแน่นอน ด้านชาลเก้ 04 ผลงานช่วงหลังดูดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด จากสถิติ 5 นัดหลังสุดชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้เพียง 1 เกม แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น เกมรุกมีความหลากหลายและจบสกอร์ได้เด็ดขาดกว่า ใครที่เชียร์ทีมเยือนอยู่ก็เชียร์ได้ แต่คู่นี้อยากให้ดูที่สกอร์ตอนจบ มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก ไปทางสูงได้เลย
แนะนำ: สูง 2.5
ระดับความมั่นใจ: 90%
ผลบอลที่คาด: มีโอกาสยิงเข้าเกิน 2 ลูก
“KickVision”
ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าทีมชาติเดนมาร์กที่ถูกยืมตัวไปอยู่กับนาโปลี ระเบิดฟอร์มเก่งในศึกซูเปอร์คัพ อิตาลี รอบรองชนะเลิศ โดยเขามีส่วนร่วมอย่างมากในประตูแรก และโชว์ความเร็วลากไปยิงประตูสุดสวยในนาทีที่ 63 ช่วยให้นาโปลีเอาชนะเอซี มิลาน พร้อมผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับโบโลญญาในวันจันทร์นี้ ถือเป็นการเรียกความมั่นใจอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เพิ่งยิงสองประตูใส่ยูเวนตุสมาได้ก่อนหน้า นอกจากประตูที่ทำได้ แข้งวัย 22 ปีรายนี้ยังแสดงสถิติที่ยอดเยี่ยมตลอดเกมด้วยการสร้างโอกาสยิง 3 ครั้ง และจ่ายบอลสำคัญถึง 2 ครั้ง รวมถึงเกือบทำแอสซิสต์ให้เพื่อนเก่าอย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ได้อีกด้วย การไปหาประสบการณ์ในเซเรียอาครั้งนี้ดูเหมือนจะช่วยยกระดับความเฉียบคมและการพักบอลของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน จนกลายเป็นกำลังหลักที่นาโปลีจะขาดไปไม่ได้ในเวลานี้
ทางด้าน เอ็นโซ คานา-บิยิก กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปี ก็โชว์ผลงานโดดเด่นไม่แพ้กันในสัญญายืมตัวกับเอฟซี โลซาน-สปอร์ต โดยเขาทำแอสซิสต์สำคัญช่วยให้ทีมเฉือนชนะฟิออเรนติน่า 1-0 ในศึกคอนเฟอเรนซ์ ลีก ซึ่งเจ้าตัวโชว์ทักษะการครองบอลที่แข็งแกร่งและมีสถิติการเข้าสกัดแม่นยำถึง 100% ตลอดเวลา 70 นาทีในสนาม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในระดับยุโรป
ปิดท้ายด้วย อีธาน วีทลีย์ ที่ลงเล่นครบ 90 นาทีให้จังหวะช่วยนอร์ทแธมป์ตัน ทาวน์ คว้าชัยเหนือเอเอฟซี วิมเบิลดัน 3-1 โดยเขาโชว์การพักบอลด้วยอกอย่างเหนือชั้นจนนำไปสู่การทำแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้สำเร็จ พร้อมมีสถิติการสร้างโอกาสทำประตูอย่างต่อเนื่องถึง 4 ครั้ง ถือเป็นสัปดาห์ที่เหล่านักเตะดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างพากันโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในต่างแดน
เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากลาลีกา สเปน ตกเป็นข่าวร่วมวงล่าตัว รูเบน เนเวส มิดฟิลด์ตัวเก่งของอัล-ฮิลาล เสริมทัพแข่งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และนิวคาสเซิล หลังจากมีรายงานว่าดาวเตะชาวโปรตุเกสปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่ที่ต้นสังกัดหยิบยื่นให้ และแสดงความต้องการชัดเจนที่จะกลับมาค้าแข้งในลีกระดับสูงของยุโรปอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้ อดีตกัปตันทีมวูล์ฟแฮมป์ตันย้ายไปขุดทองในซาอุดีอาระเบียเมื่อกว่า 2 ปีก่อนด้วยค่าตัวสูงถึง 47 ล้านปอนด์ โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเพราะผลประโยชน์ด้านการเงินเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์สัญญาที่กำลังจะหมดลงในฤดูกาลนี้ ทำให้อัล-ฮิลาลอาจต้องพิจารณาขายเขาออกจากทีมเพื่อเรียกทุนคืนบางส่วน ก่อนที่จะเสียนักเตะไปแบบไม่มีค่าตัว
ทางด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าอาจคว้าตัวกองกลางรายนี้ได้ในราคาที่ถูกลงเหลือเพียงประมาณ 20 ล้านปอนด์เท่านั้น เนื่องจากสถานสัญญาที่บีบคั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเมื่อเทียบกับประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกที่เขามี ขณะที่นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทีมเต็งที่พร้อมจะยื่นข้อเสนอแข่งเพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีมเช่นกัน
สำหรับเรอัล มาดริด การเข้ามาร่วมวงครั้งนี้มองว่าเนเวสคือตัวเลือกที่คุ้มค่าในการเสริมขุมกำลังแดนกลางให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยสโมสรเชื่อว่าคุณภาพฝีเท้าของเขายังเล่นในระดับท็อปได้สบายๆ และการได้ตัวมาในราคาที่ไม่สูงนักจะเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมสำหรับราชันชุดขาวในการเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า
ฮันซี ฟลิค เฮดโค้ชของบาร์เซโลนา ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการในระหว่างการแถลงข่าวก่อนเกมบิ๊กแมตช์นัดสุดท้ายของปีที่จะต้องออกไปเยือนบียาร์เรอัล ว่าทางสโมสรจะไม่มีชื่อของ “เปดรี” กองกลางตัวเก่งลงสนามในนัดนี้แน่นอนแล้ว โดยสาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องสภาพร่างกายหลังจากที่ดาวเตะทีมชาติสเปนรายนี้เริ่มแสดงอาการผิดปกติออกมาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นข่าวร้ายสำหรับทีมที่กำลังต้องการรักษาโมเมนตัมและขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี จากรายงานทางการแพทย์เบื้องต้นระบุว่า เปดรีกำลังประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนบริเวณ “กล้ามเนื้อต้นขา” ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวได้เข้าสู่กระบวนการรักษาและฟื้นฟูภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำสโมสรเรียบร้อยแล้ว โดยฟลิคยอมรับตามตรงว่าเขารู้สึกไม่พอใจและผิดหวังที่ต้องขาดหัวใจสำคัญในแดนกลางไปในเกมนัดสำคัญเช่นนี้ แต่เขาจำเป็นต้องยึดถือมาตรฐานความปลอดภัยของนักเตะเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากกล้ามเนื้อส่วนนี้มีความละเอียดอ่อนและหากไม่ระวังอาจส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิด
กุนซือชาวเยอรมันได้อธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ว่า แม้ในทางปฏิบัติเปดรีอาจจะพอฝืนลงไปช่วยทีมได้บ้าง แต่ความเสี่ยงที่ตามมานั้นสูงจนไม่คุ้มค่าที่จะแลก โดยเขาชี้ว่าหากมีการฝืนเล่นจนอาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น อาจส่งผลให้มิดฟิลด์รายนี้ต้องพักรักษาตัวยาวนานถึงสองเดือน ซึ่งจะกระทบต่อแผนการทำทีมในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังอย่างมหาศาล ดังนั้นการตัดสินใจถอดชื่อเขาออกจากทีมในนัดนี้จึงเป็นการ “ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” เพื่อให้มั่นใจว่าอาการจะไม่ลุกลามไปมากกว่าเดิม
เป้าหมายสูงสุดของฟลิคในตอนนี้คือการปล่อยให้เปดรีได้พักฟื้นร่างกายอย่างเต็มที่ เพื่อให้เขากลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยทันเวลาสำหรับศึกสำคัญในช่วงต้นปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นเกมดาร์บี้แมตช์นัดหยุดโลกที่จะพบกับเอสปันยอล รวมถึงทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างศึกซูเปอร์คัพ ซึ่งเป็นรายการที่บาร์เซโลนาต้องการขุมกำลังที่พร้อมที่สุดในการไล่ล่าความสำเร็จ การพักในเกมนัดเยือนบียาร์เรอัลครั้งนี้จึงเป็นการวางแผนระยะยาวเพื่อให้ทีมได้เปดรีที่แข็งแกร่งที่สุดกลับมาบัญชาเกมในแดนกลางอีกครั้งนั่นเอง
เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยอดผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสยบข่าวลือที่แพร่สะพัดในสัปดาห์นี้ว่าเขากำลังเตรียมปิดฉากความสำเร็จกว่าทศวรรษและอำลาถิ่นเอติฮัด สเตเดียมหลังจบฤดูกาล โดยกุนซือชาวคาตาลันเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าเขายังไม่ได้วางแผนถึงการจากไปในอนาคตอันใกล้นี้ และยืนยันว่าตนเองยังมีพันธสัญญาตามสัญญากับสโมสรที่เหลืออยู่อีกถึง 18 เดือน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขายังคงมีความสุขและสนุกกับการทำงานร่วมกับลูกทีมทุกคนอย่างเต็มที่ สำหรับการคาดเดาที่ระบุว่า เอ็นโซ มาเรสกา เฮดโค้ชของเชลซี ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้ช่วยคนสนิทของเขาในชุดคว้าทริปเปิลแชมป์ฤดูกาล 2022/23 คือตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะก้าวขึ้นมาสืบทอดบัลลังก์นั้น เป๊ปมองว่าเป็นเรื่องปกติของโลกฟุตบอลที่จะมีการหยิบยกชื่อผู้ที่มีศักยภาพขึ้นมาพูดถึง ทว่าในมุมมองส่วนตัวเขายังไม่เคยนำเรื่องนี้มาพิจารณาหรือหารือร่วมกับบอร์ดบริหารแต่อย่างใด โดยชี้ให้เห็นว่าคำถามเรื่องการอำลาตำแหน่งมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาถามเขาซ้ำๆ ในทุกฤดูกาลตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมาจนกลายเป็นเรื่องที่คุ้นเคยไปแล้ว
ในบทสัมภาษณ์ล่าสุด เป๊ปได้กล่าวอย่างมีอารมณ์ขันว่า “ไม่ช้าก็เร็ว เมื่อผมอายุ 75 หรือ 76 ปี ผมคงจะลาออกแน่นอน” แต่ในปัจจุบันสมาธิของเขายังคงอยู่กับการคุมทีมแบบวันต่อวัน และแม้จะยอมรับตามหลักความเป็นจริงว่าไม่มีใครสามารถดำรงตำแหน่งนี้ไปได้ตลอดกาล และสโมสรเองก็ควรมีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่เขายืนยันว่า “เรื่องนี้ยังไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันเลยแม้แต่นิดเดียว” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเขายังมุ่งมั่นกับโปรเจกต์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อไปอย่างไม่เสื่อมคลาย
ปัจจุบันเป๊ปและเหล่านักเตะเรือใบสีฟ้ากำลังทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปที่การไล่ล่าความสำเร็จในสนาม โดยมีภารกิจสำคัญในเกมพรีเมียร์ลีกวันเสาร์นี้ที่จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งผลการแข่งขันในนัดนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะหากพวกเขาสามารถคว้าสามคะแนนเต็มมาครองได้สำเร็จ ก็จะส่งผลให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขยับคะแนนแซงหน้าอาร์เซนอลขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงชั่วคราว พร้อมสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับคู่แข่งในการชิงเจ้ายุโรปต่อไป
การชิงชัยตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในช่วงเทศกาลคริสต์มาสกำลังทวีความรุนแรงอย่างยิ่ง (แม้ในต้นฉบับจะกล่าวถึงแชมเปี้ยนชิพ แต่ดูจากรายชื่อทีมแล้วเป็นศึกพรีเมียร์ลีกนะครับ) โดยอาร์เซนอลกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาอันดับหนึ่งของตารางไว้ ทว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีเมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของเป๊ป กวาร์ดิโอลา กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงและกดดันไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด ทัพ “เรือใบสีฟ้า” แสดงความแข็งแกร่งด้วยการเก็บชัยชนะติดต่อกันถึง 6 นัดในทุกรายการ จนตอนนี้ตามหลังจ่าฝูงเพียง 2 คะแนนเท่านั้น โดยพวกเขามีโอกาสทองที่จะขึ้นแซงเป็นอันดับหนึ่งชั่วคราวหากเอาชนะเวสต์แฮมได้ในวันเสาร์นี้ ซึ่งความทะเยอทะยานและฟอร์มการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจของซิตี้ กลายเป็นความท้าทายหลักที่ทำให้อาร์เซนอลต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก
ทางฝั่งอาร์เซนอลของมิเกล อาร์เตต้า เริ่มแสดงสัญญาณความเหนื่อยล้าและเผชิญวิกฤตผู้เล่นบาดเจ็บหลายรายในแนวรับ ทั้งกาเบรียล มากัลเฮส และเบน ไวท์ ส่งผลให้ฟอร์มการเล่นเริ่มสะดุด อีกทั้งตารางการแข่งขันข้างหน้าที่ต้องพบกับทีมแกร่งอย่างลิเวอร์พูลและแอสตัน วิลล่า ยิ่งทำให้การรักษาตำแหน่งผู้นำก่อนถึงวันคริสต์มาสเป็นภารกิจที่ต้องดิ้นรนอย่างหนัก
นอกจากคู่ลุ้นแชมป์หน้าเดิมแล้ว แอสตัน วิลล่า ของอูไน เอเมรี่ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่กำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและมีลุ้นเบียดขึ้นสู่กลุ่มบนของตาราง ขณะที่บิ๊กแมตช์ระหว่างท็อตแน่มและลิเวอร์พูลในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกก่อนเข้าสู่ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังได้อย่างน่าตื่นเต้น
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ยืนยันการยุติสัญญายืมตัวของ เคลาดิโอ เอเชเวร์รี กองกลางดาวรุ่งชาวอาร์เจนตินา โดยเป็นการตกลงร่วมกันกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อให้ตัวนักเตะย้ายกลับสู่ต้นสังกัดเดิมทันที ส่งผลให้เขาจะไม่มีชื่ออยู่ในทีมในเกมบุนเดสลีกาที่จะพบกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในวันเสาร์นี้อย่างแน่นอน ตามการยืนยันของสโมสรที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้มาจากโอกาสการลงสนามที่ค่อนข้างจำกัด โดยในฤดูกาลนี้เอเชเวร์รีมีโอกาสลงเล่นเพียง 270 นาทีจากการลงสนามทั้งหมด 11 นัด เนื่องจากในแดนกลางของทีมห้างยามีการแข่งขันที่สูงมากและมีผู้เล่นเบียดแย่งตำแหน่งกันอย่างหนาแน่น ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับดาวรุ่งที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวจริงเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง
ทางด้าน คาสเปอร์ ฮูลมันด์ เฮดโค้ชของทีมได้กล่าวชื่นชมในศักยภาพและความเป็นมืออาชีพของเอเชเวร์รี โดยยืนยันว่านักเตะมีการฝึกซ้อมที่ยอดเยี่ยมและไม่มีปัญหาเรื่องความประพฤติใดๆ เพียงแต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันจำนวนมาก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมอบโอกาสให้เขาลงสนามได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาฝีเท้าของตัวนักเตะในระยะยาว
การกลับสู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในครั้งนี้จึงถือเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย เพื่อให้เอเชเวร์รีได้มีโอกาสหาพื้นที่ในการลงเล่นและรักษาจังหวะการพัฒนาของตนเองต่อไปตามเป้าหมายของสโมสรต้นสังกัด โดยทางเลเวอร์คูเซ่นยังคงเชื่อมั่นว่าด้วยพรสวรรค์ที่มีอยู่เปี่ยมล้น เอเชเวร์รีจะสามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้เล่นระดับโลกในอนาคตได้อย่างแน่นอน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับปรุงแผงมิดฟิลด์ในตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนปีหน้า เนื่องจากสถานการณ์นักเตะหลักเริ่มไม่แน่นอน ทั้งอนาคตของ แบร์นาร์โด ซิลวา ที่ยังคลุมเครือ และปัญหาอาการบาดเจ็บระยะยาวของตัวหลักอย่าง มาเตโอ โควาซิช รวมถึงสภาพร่างกายของโรดรีที่ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้สโมสรต้องเริ่มมองหาพลังหนุ่มเข้ามาเติมเต็มทีมโดยเร็ว เป้าหมายสำคัญที่ถูกจับตามองคือ เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ตัวเก่งจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่กำลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษ โดยรายงานระบุว่าทัพเรือใบสีฟ้าคือทีมเต็งหนึ่งที่มีโอกาสได้ตัวเขาไปร่วมทีมมากที่สุด แม้จะต้องเจอคู่แข่งสำคัญอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ให้ความสนใจในตัวนักเตะรายนี้เช่นกัน แต่ซิตี้พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าตัวเขามาให้สำเร็จ
จุดเด่นของแอนเดอร์สันที่เข้าตาแมวมองคือทักษะการครองบอลและการจ่ายบอลทะลุช่องที่แม่นยำ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการทำทีมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นอกจากนี้เขายังมีความสามารถในการเลี้ยงบอลฝ่าแนวรับแดนกลาง รวมถึงมีระเบียบวินัยในการเล่นเกมรับที่ยอดเยี่ยม ทั้งการอ่านเกมและการเข้าสกัดที่ดุดัน ซึ่งจะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้กับแผงมิดฟิลด์ของทีมได้เป็นอย่างดี
แม้การย้ายทีมในครั้งนี้อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคม แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการตกลงกันในช่วงปิดฤดูกาล ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ซิตี้เดินหน้าปรับทัพครั้งใหญ่ การได้นักเตะที่มีความกระหายและพร้อมพัฒนาอย่างแอนเดอร์สันเข้ามา จึงถูกมองว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยรักษาความยิ่งใหญ่ของสโมสรในระยะยาวต่อไปได้อย่างมั่นคง
ก่อนหน้า 1 … 67 68 69 70 71 … 88 ถัดไป »